พฤหัสฯ 24 พ.ย.2554--ข่าวหุ้น :
สรุปข่าว หนังสือพิมพ์ข่าวหุ้น
ประกันรับเคลมSMTเปิดไลน์ผลิตธ.ค.นี้ รับชดเชย 4 พันล้าน ออเดอร์ลูกค้าจ่อ
SMT ได้เฮ บริษัทประกันภัยญี่ปุ่นจ่ายเงินชดเชยหลังน้ำลด วงเงิน 4 พันล้านบาท พร้อมยอมให้ต่อสัญญาประกันภัยในปีถัดไป ยืนยันโรงงานที่บางปะอินพร้อมเดินเครื่องใหม่เดือนธ.ค.นี้ ลูกค้าสหรัฐฯบินมารอรับชิ้นส่วนรถยนต์
QTCโตไม่หยุดรับแผนรุกตปท.ปี55ขายพุ่ง10%
QTC ฮอตราคาพุ่งปรี๊ด 14% เก็งผลงานโตไม่หยุด "นิพนธ์" แย้มชงบอร์ด 7 ธ.ค.นี้ อนุมัติแผนรุกเวียดนาม-อินโดฯ หวังรับเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ปี'58 พร้อมตั้งเป้ายอดขายปีหน้าโต10% จากปีนี้ลั่นโตทะลุเป้า 20% รับแรงหนุน Q4/54 ยอดขายกระฉูด
ก.ล.ต.ตั้งสถาบันIIAสร้างนักวิเคราะห์อิสระ
ทันทีที่เปิดเสรีค่าคอมมิชชั่นในปี 2555 ต้นทุนหลักของบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) คือ สายงานวิจัย-วิเคราะห์ และจะเป็นกลุ่มแรกๆ ที่จะถูกพิจารณา โดยเฉพาะเรื่องต้นทุนที่ไม่ได้สร้างรายได้ บางแห่งประกาศพร้อมจะลดต้นทุนดังกล่าว โดยใช้นักวิเคราะห์เท่าที่จำเป็น หากเป็นเช่นนั้นจริง เชื่อแน่ว่าตลาดทุนไทยคงไม่สามารถที่จะพัฒนาไปไหนได้ไกล และจะอยู่ในความมืดมิด โดยที่ไม่สามารถแข่งขันได้
TOGติดเครื่องฟื้นผลิตเลนส์ปีนี้เกินพันล้าน
TOG มั่นใจเดือนหน้าเดินเครื่องผลิตได้ตามปกติ ปีนี้คาดยอดขายยืน 1.12 พันล้านบาท มองไตรมาส4/54 ยังขาดทุน ขณะที่ปีหน้าตั้งเป้ายอดขายแตะ 1.5 พันล้านบาท จากการลงทุนเพิ่มในการผลิตเลนส์TVX, เพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ 2-3 รายการ,เพิ่มกำลังการผลิตเลนส์ Rx
TRUEได้หายใจสะดวกต่อเวลาแก้ไขสัญญา3G
กสทฯ อ้างน้ำท่วมขอต่อเวลา กสทช. ประเด็นแก้ไขสัญญา 3 จี กับกลุ่ม TRUE "จิรายุทธ"ยันประเด็นให้ TRUE ครองคาร์ปาซิตี้ได้ถึง 80% จิ๊บๆ ไม่ใช่ประเด็นปัญหา สามารถยืดหยุ่นกันได้
พลังงานคลอดมาตรการพิเศษอุ้มปตท.ลงทุนท่อเหนือ-อีสาน
"พลังงาน" เร่งศึกษามาตรการช่วยเหลือ ปตท. หลังสั่งให้ลงทุน"แทปไลน์" เพิ่ม เผยรอบอร์ด ปตท.สรุปรูปแบบก่อนเสนอเข้าที่ประชุม กพช.พิจารณา มั่นใจได้ผลสรุปภายในสิ้นปีนี้
ไรมอนผุดคอนโด2.95พันล้านอานิสงส์น้ำท่วมยอดขายคอนโดพัทยาพุ่ง 10%
RAIMON เดินหน้าเปิดคอนโด "ยูนิกซ์ เซาท์ พัทยา" มูลค่ากว่า 2,950 ล้านบาท ดันยอดขายทั้งปีเข้าเป้า 5,000 ล้านบาท ส่วนรายได้ปีนี้ทำได้แค่ 1,500 ล้านบาท ฟุ้งปีหน้ารายได้พุ่ง 1 หมื่นล้านบาทเหตุมีแบ็กล็อกจ่อรับรู้ 1.62 หมื่นล้านบาท หลังเกิดเหตุการณ์น้ำท่วม ยอดขายคอนโดพัทยาเพิ่ม 10%
HANAกระอักงบQ4จ่อขาดทุนบันทึกความเสียหาย1,200ล้าน
HANA กระอักไตรมาส 4 มีสิทธิขาดทุนครั้งแรกในรอบ 10 ปี โดนบันทึกความเสียหายเครื่องจักร1,200 ล้านบาทป่วนแถมยอดขายยังหดหาย วงการเงินหั่นกำไรทั้งปีเหลือแค่ 1,600 ล้านบาท ชี้ยังพอซื้อเก็งกำไรได้ หลังราคาหุ้นสะท้อนข่าวร้ายเกินพอแล้ว
ขีดเส้นตาย30วันผลสอบ"สุพจน์"เร่งแก้สภาพใหม่
พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ล่าสุดได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม ถูกกล่าวหาว่าร่ำรวยผิดปกติแล้วโดยมีนายธงทอง จันทรางศุ เป็นประธานร่วมกับ ป.ป.ช.ตรวจสอบตามขั้นตอน ทั้งนี้ตามกำหนดไม่น่าจะเกิน 30 วัน หลังจากนั้นจะพิจารณาผลสอบ แล้วถึงระบุได้ว่านายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคมจะมีความผิดหรือไม่ อย่างไรก็ตามกรณีดังกล่าวส่งผลกระทบกับภาพลักษณ์ของกระทรวงคมนาคม
TNDTราคาหุ้นเด้ง5.37%เก็งไตรมาส 4 ยอดขายโตไม่หยุดรับไฮซีซั่น
TNDT ราคาเด้งพุ่ง 5.37% หลังโบรกฯปรับคำแนะนำจาก "ถือ" เป็น "ซื้อ" ให้ราคาพื้นฐาน 6.45บาท การันตีไตรมาส 4/54 ยอดขายเติบโต เหตุมีงานเข้าต่อเนื่อง บวกเป็นช่วงไฮซีซั่น "ชมเดือน"มั่นใจรายได้ปีนี้เข้าเป้า 300 ล้านบาท หลังครึ่งปีแรกกวาดไปแล้ว 134 ล้านบาท
APCSฐานราคาใหม่เกิน6บาทรับออเดอร์ทะลักหลังน้ำท่วม
APCS ฐานหุ้นใหม่มาแล้ว ซื้อขายกันไม่ต่ำ 6 บาท นักลงทุนแห่เทรดหุ้นสนั่น แค่ 3 วันทะลุ 400ล้านบาท วงการชี้ราคาหุ้นไม่สูง แถมโอกาสเติบโตโดดเด่น โรงงานไม่โดนน้ำท่วม ช่วยหนุนให้ได้รับออเดอร์งานค่ายรถทันที ฟากสถาบันยานยนต์ชี้ ยอดผลิตทั้งปีมีลุ้นแตะ 1.6 ล้านคัน
บ้านเสียหายน้ำท่วม1.7แสนหน่วยกำลังซื้อหดฉุดตลาดอสังหาฯซบเซาถึง Q1 ปีหน้า
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ประเมินมีบ้านจัดสรรในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล-อยุธยา ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมรวมกว่า 170,000 หน่วย ผู้บริโภคมีความสามารถซื้อ-ผ่อนชำระบ้านใหม่ลดลง เหตุมีภาระค่าใช้จ่ายมากขึ้น ฉุดตลาดบ้านอยู่ในภาวะซบเซาไปถึงสิ้นไตรมาสแรกปีหน้า ฟากผู้ประกอบการอสังหาฯเลื่อนเปิดโครงการไปปีหน้าเพียบ
แนะขึ้นภาษีดีเซลครั้งละ2บาทหวั่นเพิ่มภาระกองทุนฯ เหตุต้องกู้เงินอุ้มแอลพีจี
ผู้เชี่ยวชญแนะ "พลังงาน" เร่งถก "คลัง" ทยอยจัดเก็บภาษีสรรพสามิตดีเซลครั้งละ 1-2 บาทต่อลิตร หวั่นโยนเป็นภาระกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอีก เผยตอนนี้ต้องกู้เงินอุ้มแอลพีจีแล้ว
CPNปีหน้ารายได้พุ่งกว่า25%เปิดห้างใหม่ 3 แห่ง ทุ่มงบลงทุนกว่า 1.16 หมื่นล้าน
CPN ปีหน้ารายได้โต 25% เชื่อรับรู้รายได้เซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัลเวิลด์ และเซ็นทรัลพระราม9 เต็มปี พร้อมแผนเปิดสาขาใหม่ 3 แห่ง งบลงทุนกว่า 1.16 หมื่นล้านบาท และเล็งนำสินทรัพย์ขายเข้ากองทุนไตรมาส 2/55
ITD-CK-NWRชิงอุโมงค์บางซื่อ2.5พันล้าน
รายงานข่าวจากสำนักงานระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร เปิดเผยกับ "ข่าวหุ้นธุรกิจ" ว่า เมื่อวันที่ 22พฤศจิกายนที่ผ่านมาสำนักการระบายน้ำ กทม.ได้เปิดให้ผู้รับเหมายื่นซองประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์(อี-ออคชั่น) โครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองบางซื่อ มูลค่าก่อสร้าง 2,457 ล้านบาท เป็นอุโมงค์ยักษ์แห่งที่ 2 จากทั้งหมด 4 แห่ง ตามนโยบายของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม.ที่มีเป้าหมายจะนำมาใช้แก้ปัญหาน้ำท่วมพื้นที่กรุงเทพฯอย่างยั่งยืนต่อไป
ข้อมูลจีน-อันดับฝรั่งเศสฉุดหุ้นทั่วโลกมีรายงานฝรั่งเศสต้องช่วยเหลือ "ดีเซีย" มากขึ้น
ตลาดหุ้นปรับตัวลงอีกครั้งเมื่อวานนี้ ความวิตกเกี่ยวกับการลดเกรดฝรังเศสรุนแรงมากขึ้นเมื่อมีรายงานว่าเกิดปัญหาในการช่วยเหลือ "ดีเซีย" ธนาคารสัญชาติฝรั่งเศส-เบลเยียม ในขณะเดียวกันข้อมูลการผลิตจากจีนแย่สุดในรอบ 32 เดือน
โรงงานจีนมีกิจกรรมต่ำสุดรอบ32เดือน
โรงงานจีนมีกิจกรรมอ่อนแอที่สุดในรอบ 32 เดือนในเดือนพฤศจิกายน ทำให้เกิดความวิตกว่าเศรษฐกิจจีนอาจจะชะลอตัวลงอย่างรุนแรงและเกิดความวิตกว่าจะเกิดภาวะถดถอยทั่วโลก
"มาร์ค"แนะยิ่งลักษณ์ทำงานอย่างสร้างความขัดแย้ง-"เหลิม"สวนอย่าจุ้นนายกฯ
"อภิสิทธิ์" ย้ำจุดยืนปชป.ยังเหมือนเดิม ไม่พึงจะทำสิ่งที่สร้างความขัดแย้ง จี้ "ยิ่งลักษณ์" เร่งทำงานแนะเป็นรัฐบาลอย่าสร้างความขัดแย้ง ด้าน "เฉลิม" เตือน ปชป.อย่าแตะนายกฯ
maiจัดสัมมนาใหญ่ช่วยบจ.น้ำท่วม
"ชนิตร"ออกหน้ารับประสานกลุ่มทุน Venture Capital ให้ผู้ประกอบการบจ.ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเพื่อเป็นทางเลือกในการหาทุนฟื้นฟูกิจการใครต้องการทุน เชิญได้ 30 พ.ย.นี้ เวลา 13.00-17.00 น. ณ หอประชุมศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย ชั้น 3 อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
AGEปีหน้ารายได้พุ่ง7.5พันล้าน
AGE ส่องกล้องภาพรวมอุตสาหกรรมถ่านหินปีหน้าสดใส มั่นใจทำผลงานทะลุ 7.5 พันล้านบาท หรือโตไม่ต่ำกว่า 40% จากปีนี้ปรับเป้าหมายแล้วถึง 4 ครั้ง มุ่งเป้าหมายส่งออกเป็นโต 100% พร้อมเดินเครื่องบุกตลาดจีน-อินเดียหวังโกยยอดขายต่างประเทศโตเท่าตัว
บลจ.กสิกรไทยปันกองอสังหา0.16-0.23บาท
บลจ.กสิกรไทย จ่ายปันผล 2 กองทุนอสังหาริมทรัพย์ เผยปีนี้ผู้ลงทุน CTARAF รับไปแล้ว 11.63%ด้าน Major Cineplex Lifestyle แม้โดนลูกหลงวิกฤตน้ำท่วม ยังใจป้ำจ่ายปันผลฉลุย
THAISRIคงเป้ากำไร200ล.น้ำท่วมดันยอดเคลมสูงถึงหมื่นล้าน
ไทยศรีประกันภัย ไม่สนน้ำท่วมทั่วเมือง คงเป้ากำไรปีนี้โต 190-200 ล้านบาท ส่วนเบี้ยรับรวมปีนี้มั่นใจได้ 2,000 ล้านบาทตามคาด ด้านการจ่ายสินไหมให้กับลูกค้าเจอน้ำท่วมครั้งนี้ คาดว่าอยู่ในวงเงินประมาณ 7,000-10,000 ล้านบาท จากความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้นประมาณ 4-5 แสนล้านบาท
"ทีเอ็มบี"อุ้มลูกค้าSMEรับผลกระทบ3พันราย
แบงก์ทีเอ็มบี จัดหน่วยเคลื่อนที่ออกเยี่ยมเยียนลูกค้าหลังน้ำเริ่มลด หวังให้กำลังใจ พร้อมนำทีมอาจารย์และนักศึกษาอาชีวะออกช่วยตรวจเช็กระบบไฟฟ้า และเครื่องจักรให้กับลูกค้าผู้ประกอบการเอสเอ็มอีขนาดเล็ก หลังจมอยู่ใต้น้ำเป็นเวลานาน
BBLยันเงินกองทุนแกร่งไม่ตั้งสำรองเพิ่ม แม้เอ็นพีแอลจ่อขยับ 0.5%
"ผู้บริหารแบงก์กรุงเทพ" ชี้น้ำท่วมกระทบหนี้เน่าเพิ่มขึ้น 0.5% เผยเห็นภาพชัดตั้งแต่ต้นปี'55 ยันไม่ต้องตั้งสำรองเพิ่ม หลังตั้งสำรองไปแล้ว 1 หมื่นล้านบาท
เอสแอนด์พีจัดให้คงอันดับไทยBBB+แนวโน้มสุดแหล่ม
นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า บริษัทจัดอันดับเครดิตความน่าเชื่อถือสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ หรือ เอสแอนด์พี หรือ Standard & Poor's(S&P's) ได้ยืนยันระดับอันดับความน่าเชื่อถือตราสารหนี้ระยะยาวและระยะสั้นสกุลเงินต่างประเทศ ที่ระดับA-/A-2 และได้ยืนยันแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของไทยที่ระดับมีเสถียรภาพ (Stable Outlook)
ฐานะการคลังQ1เริ่มเซน้ำท่วมซัดรายได้หาย
สศค. ยอมรับน้ำท่วมกระทบฐานะการคลังของประเทศไตรมาสแรก เชื่อหลังฟื้นฟูจะกลับมาเข้มแข็งกว่าเดิมล่าสุดขาดดุลงบประมาณกว่า 3.7 หมื่นล้านบาท เตรียมยกเครื่องโครงสร้างภาษีใหม่ ช่วยผู้มีรายได้น้อย หลังจากนิติบุคคลลดปีหน้า--จบ--
พฤหัสฯ 24 พ.ย.2554--ทันหุ้น :
สรุปข่าว หนังสือพิมพ์ทันหุ้น
จับตาการฟื้นฟูนิคมอุตสาหกรรม SCP ซ่อนปมรับประโยชน์แบบเงียบๆ จากการใช้คอนกรีต ตะลึงงวด 9 เดือน ฟันกำไรต่อหุ้นไปแล้ว 2.44 บาท มอง P/E แค่ 10 เท่า เป้าเกิน 24 บาท สบายๆ วงในแย้ม Q4 กำไรโตต่อ นักวิเคราะห์ชี้ 9 เดือนกำไรโตอย่างเทพ 73 ล้านบาท ขณะที่กำไรทั้งปี 2553 เพียง 45 ล้านบาท ซ่อนมูลค่าแท้จริง
'THCOM' มองเป้า 18 บาท ปีนี้พลิกกำไร 110 ล้านบาท
THCOM สัญญาณฟื้นรับแรงหนุนผลการดำเนินงาน Q4/2554 ยังมีกำไรโดดเด่นต่อเป็นไตรมาสที่ 2 หนุนทั้งปีคาดพลิกกำไร 110 ล้านบาท จากปีก่อนขาดทุน 699 ล้านบาท เหตุรับรู้รายได้จากโครงการ NBN จากออสเตรเลีย และ MEASAT ในมาเลเซีย พร้อมการันตีปีหน้าโตก้าวกระโดดด้วยการใช้บริการในจีนเพิ่ม กูรูส่องปี 2555 กำไรสูงถึง 654 ล้านบาท แนะ"ซื้อ" เป้าไกล 18 บาท ส่วนเทคนิคลุ้นทะลุ 10.50 บาท
ถึงเวลาสะสม 'KAMART' Q4 ไฮซีซันดันกำไรทุบสถิติ
ได้เวลามองหุ้นเล็กพริกขี้หนูอย่าง 'KAMART' หลังแจ้งเกิดในผลงาน Q3 มีกำไรสุทธิสูงสุดที่ 60ล้านบาท หนุน 9 เดือนพลิกแรงถึง 81 ล้านบาท จากขาดทุนปีก่อนที่ 24 ล้านบาท หลังลุยทัพเต็ม 100% ธุรกิจเครื่องสำอาง ด้านผู้บริหาร "วิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล" ลั่นไตรมาส 4 แรงต่อรับไฮซีซันต้อนรับปีใหม่ หนุนทั้งปียอดขายเข้าล็อกที่ 500 ล้านบาท ส่วนกำไรแรงทุบสถิติ โบรกมองต้านรอบนี้ 2.24 บาท
TOG รายได้ปี 55 ผงาด 1.5 พันล. เดินเครื่องผลิต 2 โรงงานฉลุย
TOG ลุ้นรายได้ปี 2555 กลับมาพุ่งแตะ 1.5 พันล้านบาท วางกลยุทธ์ลดราคาขายผลิตภัณฑ์ลงอีก30-40% จากราคาปกติหวังเพิ่มปริมาณยอดขายแถมมีลุ้นขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น ด้านผลกระทบจากน้ำท่วมยังไม่น่าห่วง หลังทำประกันคุ้มครองเรียบร้อย เตรียมรับเงินชดเชยความเสียหายเบื้องต้น 92 ล้านบาทพร้อมมองหาพื้นที่ใหม่ตั้งโรงงานหนีน้ำท่วม
'VNT' ติดโผหุ้นเด่นฟื้นน้ำท่วม ดีมานด์พีวีซี-โซดาไฟทะลัก Q4
จับตา VNT หัวหอกพีวีซีที่ใช้ในทุกอุตสาหกรรม ทั้งก่อสร้างการแพทย์ อาหาร เพื่อผลิตขวดน้ำดื่ม-ถุงมือแพทย์-ผนังบ้าน ท่อน้ำคาดแรงต่อในไตรมาส 4 ปีนี้ รับผลดีจากน้ำท่วมหลังน้ำลดหนุนดีมานด์ พีวีซีทะลักตั้งแต่ปลายไตรมาส 4 เป็นต้นไป กูรูส่องทั้งปีกำไรแตะ 2.3 พันล้านบาทโตก้าวกระโดดจากปีก่อนขณะที่ปีหน้าโตต่อจากโรงงาน ECH เปิด
TOP ได้แรงหนุนคว่ำบาตรอิหร่าน Q4 กำไรเด่น-ฤดูหนาว-น้ำมันแพง
TOP รับอานิสงส์มาตรการคว่ำบาตรธุรกิจปิโตรเคมีของ อิหร่านหนุนส่วนต่างราคา PX พุ่ง บวกไตรมาส 4/2554 กำไรเด่น เข้าไฮซีซัน-ฤดูหนาว ด้านผู้บริหาร "สุรงค์ บูลกุล" เชื่อผลงานไตรมาส 4/2554 เด่น ราคาน้ำมันเฉลี่ย 105 ดอลลาร์ แม้ เจ.พี.มอร์แกน หั่นคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ลงสู่ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในไตรมาส 1/2555 หวั่นเศรษฐกิจซบ และลิเบียกลับมาส่งออก แนะ"ซื้อเก็งกำไร" เป้า 71 บาท
TMT ส่องงบ Q1/55 ผลงานฟื้น ปันผลปีนี้น่าสอย-เป้า 5.50 บาท
ผู้บริหาร TMT "ไพศาล ธรสารสมบัติ" ลั่นกลับมาผงาดอีกครั้งในไตรมาส 1/2555 หลังสถานการณ์เริ่มเห็นสัญญาณสดใส แม้ยอดขายโค้งสุดท้ายอาจพลาดเป้า แต่ยันทั้งปีใกล้เคียงปีก่อนที่มียอดขาย 6.80 พันล้านบาท ฟากโบรกชี้ปันผลปีนี้ยังน่าสน คาดจ่ายที่ 0.35 บาทต่อหุ้นพร้อมเล็งผลงานปีหน้าแจ่มแน่ แนะนำ"ซื้อเก็งกำไร" ให้เป้า 5.50 บาท
SPALI รายได้ทั้งปีทะลุหมื่นล. เทคนิคสวยมีลุ้นแตะ 13.50 บ.
SPALI โครงการคอนโดมิเนียมฟีดแบ็กดี หนุนยอด Presale พุ่งตามเป้า 1.7 หมื่นล้านบาท ส่องปีหน้าเติบโตแข็งแกร่งจากปีนี้คาดรายได้ 1.19 หมื่นล้านบาท แนะนำ "ซื้อ" คาดครึ่งปีหลังจ่ายเงินปันผล 0.23 บาท เป้า 16.60 บาท ส่วนเทคนิคมีลุ้นแตะ 13.50 บาท
PAF แซงทางโค้งงบ 54 พลิกกำไร ฐานธุรกิจแกร่ง-ออเดอร์ฝรั่งอู้ฟู่
PAF ไม่หมดหวัง แม้ต้องเผชิญการขาดทุนในช่วงไตรมาส 3/2554 จับตาพลิกธุรกิจแซงทางโค้งด้าน "แหล่งข่าว" มั่นใจงบปี 2554 พลิกทำกำไรสุทธิชัวร์ จากปี 2553 ที่ขาดทุนสุทธิ 600.86 ล้านบาทหลังออเดอร์จากคู่ค้าฝรั่งยังอู้ฟู่ แถมเตรียมป้อนออเดอร์ล็อตใหญ่ ฟากโบรกแนะสอยหากปิดดีลพันธมิตรยุโรปได้สำเร็จ
TISCO ลุ้นพอร์ตเช่าซื้อโต 25% โบรกส่องกำไรดีแจกปันผลเด่น
TISCO แย้มพอร์ตเช่าซื้อปี 2554 ไม่วืดเป้า มั่นใจเติบโต 25% เผยยอดขอสินเชื่อยังมีเข้ามาต่อเนื่อง รอลุ้นค่ายรถยนต์กลับมาส่งมอบรถให้ลูกค้าได้ตามปกติ ฟากโบรกมองกำไรปี 2554 ของ TISCOไม่กระเทือนแม้น้ำท่วมส่อแววทำเอ็นพีแอลพุ่ง แต่ระดับเงินสำรองยังสูงถึง 203% แถมยังมีลุ้นจ่ายปันผลสูง 2.75 บาทต่อหุ้น ส่วนราคาหุ้นยังอัพไซด์เพียบ 32.9%
CPN น้ำท่วมทำรายได้-กำไรหด ปี 55 พลิกผันรายได้กระเตื้องขึ้น
CPN ไม่ปลื้มรายได้และกำไรปีนี้ต่ำกว่าเป้าหมายที่คาดไว้ ผลพวงมาจากปัญหาน้ำท่วมจนทำให้ต้องปิดสาขา เชื่อปีหน้าผลงานดีขึ้นแน่นอน คาดรายได้จะโตอย่างน้อย 25% แถมเตรียมงบ 1.16 หมื่นล้านบาทลงทุนขยายธุรกิจซื้อที่ดินใหม่มาพัฒนาต่อเนื่อง
ธปท.เห็นแววจีดีพีต่ำกว่าเป้า เชื่อมือแบงก์จัดการหนี้อยู่หมัด
ธปท.มองจีดีพีของไทยปี 2554 ส่อแววต่ำกว่า 2.6% เตรียมปรับลดคาดการณ์ใหม่อีกรอบในการประชุม กนง. 30 พฤศจิกายนนี้ คาดปัญหาน้ำท่วมกดดันดอกเบี้ยนโยบายกลับสู่ขาลง หวั่นเอกชนชะลอการลงทุน หลังรัฐบาลไม่ชัดเจรนแผนระยะยาวเพื่อป้องกันน้ำท่วม ลุ้นจีดีพีปี 2555 เติบโตสูงกว่า 4.1%หากการลงทุนและการบริโภคฟื้นตัวเร็ว คาดเห็นเม็ดเงินสะพัดช่วงฟื้นฟูและซ่อมแซมความเสียหายจากน้ำท่วม ส่วนปัญหาเอ็นพีแอลยังไม่น่าห่วง เชื่อมือแบงก์พาณิชย์เอาอยู่
'304 อินดัสเตรียลปาร์ค' สู้ภัยน้ำท่วม เปิดพื้นที่ตั้ง 'รง.'-รับคนงาน 2 หมื่นคน
สวนอุตสาหกรรม 304 อินดันเตรียล ปาร์ค จับมือดั๊บเบิ้ล เอ และผู้ประกอบการในสวนอุตสาหกรรมประกาศรับสมัครแรงงานที่ประสบภัยน้ำท่วมไม่ต่ำกว่า 20,000 อัตรา พร้อมเปิดพื้นที่ว่างช่วยโรงงานให้สามารถย้ายเครื่องจักรมาเปิดการผลิตชั่วคราว ลดปัญหาการหยุดชะงักการผลิตสินค้าและการจ้างงาน
UIC ฮอต 3 วันพุ่งกระฉูด 23% เซียนชี้วิ่งรับข่าวแตกพาร์
UIC ร้อนแรงปิด 3 วันราคาพุ่ง 23.04% เด้งสูงสุด 4.96 บาท ด้านวงในชี้ราคาหุ้นแรงเก็งประเด็นข่าวมีลุ้นแตกพาร์เร็ว ๆ นี้ ฟากผู้บริหารส่งซิก Q4/2554 ฟอร์มเริ่มกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 86 ล้านบาท อานิสงส์ได้โปรดักต์ไททาเนียมออกไซด์หนุน แถมจ่อขึ้นเครื่องหมายXD รับปันผล 0.10 บาทพรุ่งนี้
AGE โวรายได้ทะลุ 7.5 พันล้านบาท บุกจีน-อินเดียโกยยอดขายเท่าตัว
AGE ส่องกล้องภาพรวมอุตสาหกรรมถ่านหินปีหน้าสดใส มั่นใจทำผลงานทะลุ 7.5 พันล้านบาท หรือโตไม่ต่ำกว่า 40% จากปีนี้ที่ปรับเป้าหมายแล้วถึง 4 ครั้ง มุ่งเป้าหมายส่งออกเป็นโต 100% พร้อมเดินเครื่องบุกตลาดจีน-อินเดีย หวังโกยยอดขายต่างประเทศเท่าตัว ฟากโบรกเชียร์ "ซื้อ" เล็งเป้าหมาย7.00 บาท
CHOW ดีเดย์เทรด mai ธ.ค.นี้ จ่อเสนอขายไอพีโอ 200 ล.หุ้น
บริษัท เชาว์ สตีล อินดัสทรี้ จำกัด (มหาชน) เล็งเสนอขายหุ้นไอพีโอจำนวน 200 ล้านหุ้น หลังก.ล.ต. นับหนึ่งไฟลิ่งแล้ว คาดจดทะเบียนใน mai ไม่เกินกลางธันวาคมนี้ หวังระดมทุนเป็นเงินทุนหมุนเวียนรองรับการเติบโตของธุรกิจเหล็กต้นน้ำ มั่นใจปีนี้รายได้ทะลุ 5,000 ล้านบาท หลัง 9 เดือนปั๊มรายได้แล้วถึง 85% แถมมีออเดอร์ รอส่งมอบแล้วถึงสิ้นปี ส่วนปีหน้าเชื่อโตต่อเนื่อง ตามความต้องการใช้เหล็กและการขยายฐานลูกค้าให้กว้างขวางขึ้น --จบ--
สรุปข่าว หนังสือพิมพ์ทันหุ้น
'SCP' คอนกรีตแอบโตเงียบ ซ่อนกำไรงานฟื้นฟูนิคมรอ
จับตาการฟื้นฟูนิคมอุตสาหกรรม SCP ซ่อนปมรับประโยชน์แบบเงียบๆ จากการใช้คอนกรีต ตะลึงงวด 9 เดือน ฟันกำไรต่อหุ้นไปแล้ว 2.44 บาท มอง P/E แค่ 10 เท่า เป้าเกิน 24 บาท สบายๆ วงในแย้ม Q4 กำไรโตต่อ นักวิเคราะห์ชี้ 9 เดือนกำไรโตอย่างเทพ 73 ล้านบาท ขณะที่กำไรทั้งปี 2553 เพียง 45 ล้านบาท ซ่อนมูลค่าแท้จริง
'THCOM' มองเป้า 18 บาท ปีนี้พลิกกำไร 110 ล้านบาท
THCOM สัญญาณฟื้นรับแรงหนุนผลการดำเนินงาน Q4/2554 ยังมีกำไรโดดเด่นต่อเป็นไตรมาสที่ 2 หนุนทั้งปีคาดพลิกกำไร 110 ล้านบาท จากปีก่อนขาดทุน 699 ล้านบาท เหตุรับรู้รายได้จากโครงการ NBN จากออสเตรเลีย และ MEASAT ในมาเลเซีย พร้อมการันตีปีหน้าโตก้าวกระโดดด้วยการใช้บริการในจีนเพิ่ม กูรูส่องปี 2555 กำไรสูงถึง 654 ล้านบาท แนะ"ซื้อ" เป้าไกล 18 บาท ส่วนเทคนิคลุ้นทะลุ 10.50 บาท
ถึงเวลาสะสม 'KAMART' Q4 ไฮซีซันดันกำไรทุบสถิติ
ได้เวลามองหุ้นเล็กพริกขี้หนูอย่าง 'KAMART' หลังแจ้งเกิดในผลงาน Q3 มีกำไรสุทธิสูงสุดที่ 60ล้านบาท หนุน 9 เดือนพลิกแรงถึง 81 ล้านบาท จากขาดทุนปีก่อนที่ 24 ล้านบาท หลังลุยทัพเต็ม 100% ธุรกิจเครื่องสำอาง ด้านผู้บริหาร "วิวัฒน์ ทีฆคีรีกุล" ลั่นไตรมาส 4 แรงต่อรับไฮซีซันต้อนรับปีใหม่ หนุนทั้งปียอดขายเข้าล็อกที่ 500 ล้านบาท ส่วนกำไรแรงทุบสถิติ โบรกมองต้านรอบนี้ 2.24 บาท
TOG รายได้ปี 55 ผงาด 1.5 พันล. เดินเครื่องผลิต 2 โรงงานฉลุย
TOG ลุ้นรายได้ปี 2555 กลับมาพุ่งแตะ 1.5 พันล้านบาท วางกลยุทธ์ลดราคาขายผลิตภัณฑ์ลงอีก30-40% จากราคาปกติหวังเพิ่มปริมาณยอดขายแถมมีลุ้นขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น ด้านผลกระทบจากน้ำท่วมยังไม่น่าห่วง หลังทำประกันคุ้มครองเรียบร้อย เตรียมรับเงินชดเชยความเสียหายเบื้องต้น 92 ล้านบาทพร้อมมองหาพื้นที่ใหม่ตั้งโรงงานหนีน้ำท่วม
'VNT' ติดโผหุ้นเด่นฟื้นน้ำท่วม ดีมานด์พีวีซี-โซดาไฟทะลัก Q4
จับตา VNT หัวหอกพีวีซีที่ใช้ในทุกอุตสาหกรรม ทั้งก่อสร้างการแพทย์ อาหาร เพื่อผลิตขวดน้ำดื่ม-ถุงมือแพทย์-ผนังบ้าน ท่อน้ำคาดแรงต่อในไตรมาส 4 ปีนี้ รับผลดีจากน้ำท่วมหลังน้ำลดหนุนดีมานด์ พีวีซีทะลักตั้งแต่ปลายไตรมาส 4 เป็นต้นไป กูรูส่องทั้งปีกำไรแตะ 2.3 พันล้านบาทโตก้าวกระโดดจากปีก่อนขณะที่ปีหน้าโตต่อจากโรงงาน ECH เปิด
TOP ได้แรงหนุนคว่ำบาตรอิหร่าน Q4 กำไรเด่น-ฤดูหนาว-น้ำมันแพง
TOP รับอานิสงส์มาตรการคว่ำบาตรธุรกิจปิโตรเคมีของ อิหร่านหนุนส่วนต่างราคา PX พุ่ง บวกไตรมาส 4/2554 กำไรเด่น เข้าไฮซีซัน-ฤดูหนาว ด้านผู้บริหาร "สุรงค์ บูลกุล" เชื่อผลงานไตรมาส 4/2554 เด่น ราคาน้ำมันเฉลี่ย 105 ดอลลาร์ แม้ เจ.พี.มอร์แกน หั่นคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ลงสู่ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในไตรมาส 1/2555 หวั่นเศรษฐกิจซบ และลิเบียกลับมาส่งออก แนะ"ซื้อเก็งกำไร" เป้า 71 บาท
TMT ส่องงบ Q1/55 ผลงานฟื้น ปันผลปีนี้น่าสอย-เป้า 5.50 บาท
ผู้บริหาร TMT "ไพศาล ธรสารสมบัติ" ลั่นกลับมาผงาดอีกครั้งในไตรมาส 1/2555 หลังสถานการณ์เริ่มเห็นสัญญาณสดใส แม้ยอดขายโค้งสุดท้ายอาจพลาดเป้า แต่ยันทั้งปีใกล้เคียงปีก่อนที่มียอดขาย 6.80 พันล้านบาท ฟากโบรกชี้ปันผลปีนี้ยังน่าสน คาดจ่ายที่ 0.35 บาทต่อหุ้นพร้อมเล็งผลงานปีหน้าแจ่มแน่ แนะนำ"ซื้อเก็งกำไร" ให้เป้า 5.50 บาท
SPALI รายได้ทั้งปีทะลุหมื่นล. เทคนิคสวยมีลุ้นแตะ 13.50 บ.
SPALI โครงการคอนโดมิเนียมฟีดแบ็กดี หนุนยอด Presale พุ่งตามเป้า 1.7 หมื่นล้านบาท ส่องปีหน้าเติบโตแข็งแกร่งจากปีนี้คาดรายได้ 1.19 หมื่นล้านบาท แนะนำ "ซื้อ" คาดครึ่งปีหลังจ่ายเงินปันผล 0.23 บาท เป้า 16.60 บาท ส่วนเทคนิคมีลุ้นแตะ 13.50 บาท
PAF แซงทางโค้งงบ 54 พลิกกำไร ฐานธุรกิจแกร่ง-ออเดอร์ฝรั่งอู้ฟู่
PAF ไม่หมดหวัง แม้ต้องเผชิญการขาดทุนในช่วงไตรมาส 3/2554 จับตาพลิกธุรกิจแซงทางโค้งด้าน "แหล่งข่าว" มั่นใจงบปี 2554 พลิกทำกำไรสุทธิชัวร์ จากปี 2553 ที่ขาดทุนสุทธิ 600.86 ล้านบาทหลังออเดอร์จากคู่ค้าฝรั่งยังอู้ฟู่ แถมเตรียมป้อนออเดอร์ล็อตใหญ่ ฟากโบรกแนะสอยหากปิดดีลพันธมิตรยุโรปได้สำเร็จ
TISCO ลุ้นพอร์ตเช่าซื้อโต 25% โบรกส่องกำไรดีแจกปันผลเด่น
TISCO แย้มพอร์ตเช่าซื้อปี 2554 ไม่วืดเป้า มั่นใจเติบโต 25% เผยยอดขอสินเชื่อยังมีเข้ามาต่อเนื่อง รอลุ้นค่ายรถยนต์กลับมาส่งมอบรถให้ลูกค้าได้ตามปกติ ฟากโบรกมองกำไรปี 2554 ของ TISCOไม่กระเทือนแม้น้ำท่วมส่อแววทำเอ็นพีแอลพุ่ง แต่ระดับเงินสำรองยังสูงถึง 203% แถมยังมีลุ้นจ่ายปันผลสูง 2.75 บาทต่อหุ้น ส่วนราคาหุ้นยังอัพไซด์เพียบ 32.9%
CPN น้ำท่วมทำรายได้-กำไรหด ปี 55 พลิกผันรายได้กระเตื้องขึ้น
CPN ไม่ปลื้มรายได้และกำไรปีนี้ต่ำกว่าเป้าหมายที่คาดไว้ ผลพวงมาจากปัญหาน้ำท่วมจนทำให้ต้องปิดสาขา เชื่อปีหน้าผลงานดีขึ้นแน่นอน คาดรายได้จะโตอย่างน้อย 25% แถมเตรียมงบ 1.16 หมื่นล้านบาทลงทุนขยายธุรกิจซื้อที่ดินใหม่มาพัฒนาต่อเนื่อง
ธปท.เห็นแววจีดีพีต่ำกว่าเป้า เชื่อมือแบงก์จัดการหนี้อยู่หมัด
ธปท.มองจีดีพีของไทยปี 2554 ส่อแววต่ำกว่า 2.6% เตรียมปรับลดคาดการณ์ใหม่อีกรอบในการประชุม กนง. 30 พฤศจิกายนนี้ คาดปัญหาน้ำท่วมกดดันดอกเบี้ยนโยบายกลับสู่ขาลง หวั่นเอกชนชะลอการลงทุน หลังรัฐบาลไม่ชัดเจรนแผนระยะยาวเพื่อป้องกันน้ำท่วม ลุ้นจีดีพีปี 2555 เติบโตสูงกว่า 4.1%หากการลงทุนและการบริโภคฟื้นตัวเร็ว คาดเห็นเม็ดเงินสะพัดช่วงฟื้นฟูและซ่อมแซมความเสียหายจากน้ำท่วม ส่วนปัญหาเอ็นพีแอลยังไม่น่าห่วง เชื่อมือแบงก์พาณิชย์เอาอยู่
'304 อินดัสเตรียลปาร์ค' สู้ภัยน้ำท่วม เปิดพื้นที่ตั้ง 'รง.'-รับคนงาน 2 หมื่นคน
สวนอุตสาหกรรม 304 อินดันเตรียล ปาร์ค จับมือดั๊บเบิ้ล เอ และผู้ประกอบการในสวนอุตสาหกรรมประกาศรับสมัครแรงงานที่ประสบภัยน้ำท่วมไม่ต่ำกว่า 20,000 อัตรา พร้อมเปิดพื้นที่ว่างช่วยโรงงานให้สามารถย้ายเครื่องจักรมาเปิดการผลิตชั่วคราว ลดปัญหาการหยุดชะงักการผลิตสินค้าและการจ้างงาน
UIC ฮอต 3 วันพุ่งกระฉูด 23% เซียนชี้วิ่งรับข่าวแตกพาร์
UIC ร้อนแรงปิด 3 วันราคาพุ่ง 23.04% เด้งสูงสุด 4.96 บาท ด้านวงในชี้ราคาหุ้นแรงเก็งประเด็นข่าวมีลุ้นแตกพาร์เร็ว ๆ นี้ ฟากผู้บริหารส่งซิก Q4/2554 ฟอร์มเริ่มกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 86 ล้านบาท อานิสงส์ได้โปรดักต์ไททาเนียมออกไซด์หนุน แถมจ่อขึ้นเครื่องหมายXD รับปันผล 0.10 บาทพรุ่งนี้
AGE โวรายได้ทะลุ 7.5 พันล้านบาท บุกจีน-อินเดียโกยยอดขายเท่าตัว
AGE ส่องกล้องภาพรวมอุตสาหกรรมถ่านหินปีหน้าสดใส มั่นใจทำผลงานทะลุ 7.5 พันล้านบาท หรือโตไม่ต่ำกว่า 40% จากปีนี้ที่ปรับเป้าหมายแล้วถึง 4 ครั้ง มุ่งเป้าหมายส่งออกเป็นโต 100% พร้อมเดินเครื่องบุกตลาดจีน-อินเดีย หวังโกยยอดขายต่างประเทศเท่าตัว ฟากโบรกเชียร์ "ซื้อ" เล็งเป้าหมาย7.00 บาท
CHOW ดีเดย์เทรด mai ธ.ค.นี้ จ่อเสนอขายไอพีโอ 200 ล.หุ้น
บริษัท เชาว์ สตีล อินดัสทรี้ จำกัด (มหาชน) เล็งเสนอขายหุ้นไอพีโอจำนวน 200 ล้านหุ้น หลังก.ล.ต. นับหนึ่งไฟลิ่งแล้ว คาดจดทะเบียนใน mai ไม่เกินกลางธันวาคมนี้ หวังระดมทุนเป็นเงินทุนหมุนเวียนรองรับการเติบโตของธุรกิจเหล็กต้นน้ำ มั่นใจปีนี้รายได้ทะลุ 5,000 ล้านบาท หลัง 9 เดือนปั๊มรายได้แล้วถึง 85% แถมมีออเดอร์ รอส่งมอบแล้วถึงสิ้นปี ส่วนปีหน้าเชื่อโตต่อเนื่อง ตามความต้องการใช้เหล็กและการขยายฐานลูกค้าให้กว้างขวางขึ้น --จบ--
พฤหัสฯ 24 พ.ย.2554--eFinanceThai.com :
หุ้นแบงก์ภูมิคุ้มกันสูง
หุ้นแบงก์ภูมิคุ้มกันสูง หลังมูดี้ส์ คงแนวโน้มระบบแบงก์ไทยไวัในระดับ เสถียรภาพ แม้ต้องเผชิญกับวิกฤตน้ำท่วม ระบุเป็นเพียงเหตุการณ์ชั่วคราว สอดรับกับ ผู้ว่าธปท. ระบุไม่ห่วงหนี้เสียในอนาคต แม้ยอดสินเชื่อคงค้างช่วงน้ำท่วมหนักพุ่งแตะ 4แสนกว่าลบ. ด้าน บิ๊ก BBL คาดสินเชื่อปีนี้มีโอกาสโตเกินเป้าที่ 6-8% ระบุตั้งสำรองตามปกติปีละ 6-7 พันลบ.แม้มีเหตุน้ำท่วม ขณะที่โบรกฯเชียร์ BBL-KBANK เป็น Top pick ระบุมีงบดุลแข็งแกร่งเพียงพอที่จะรองรับการเพิ่มขึ้นของ NPL โดยไม่ต้องตั้งสำรองค่าเผื่อฯ
หลังเกิดอุทกภัยใหญ่ขยายวงกว้างไล่ตั้งแต่ภาคเหนือมาหนักสุดในภาคกลางและยังคงส่งผลกระทบในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในขณะนี้ ส่งผลให้ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติหรือ สภาพัฒน์ ประกาศปรับลดตัวเลขเป้าหมายการขยายตัวทางเศรษฐกิจหรือจีดีพีปีนี้ เหลือขยายตัวแค่ 1.5% จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโต 3.5-4.0% เหตุน้ำท่วมกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้จีดีพีใน Q4/54 ติดลบ3.7% เบื้องต้นประเมินความเสียหายประมาณ 2-3 แสนล้านบาท
ล่าสุดทาง ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือธปท.เป็นอีก 1 หน่วยงานที่ออกมาประกาศเตรียมปรับลดเป้าหมายตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปีนี้เช่นกัน โดยระบุว่าจะเป็นการปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากเดิม 2.6% ส่วนปี55 เชื่อว่าจีดีพีโตมากกว่า4.1%
แต่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ อย่าง Moody’s Investor Services กลับประกาศคงแนวโน้มระบบ ธ.พ.ของไทยไว้ในระดับ “เสถียรภาพ” โดยมีเหตุผลสนับสนุนคือผลกระทบจากวิกฤตน้ำท่วมนั้น เป็นเพียงเหตุการณ์ชั่วคราว ประกอบกับพื้นฐานของ ธ.พ. ไทยยังแข็งแกร่งมาก ทำให้สามารถรับมือกับช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ได้ อีกทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้ ธ.พ. ไทยสามารถทำกำไรได้มากขึ้นในระยะ 12-18 เดือนข้างหน้าจากนโยบายการใช้จ่ายของภาครัฐ ดังนั้นเมื่อประเมินจากทั้ง 3 ปัจจัยควบคู่กัน จึงเห็นควรให้คงมุมมอง “เสถียรภาพ” เช่นเดิม
***ASP มอง มูดี้ส์คงอันดับความน่าเชื่อถือแบงก์ไทย เป็นปัจจัยบวก เชียร์ BBL เป็นหุ้นเด่น เหตุมีกองทุนแข็งแกร่ง***
ฝ่ายวิจัย บล.เอเซียพลัส ประเมินว่า ประเด็นดังกล่าวถือเป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่ม ธ.พ. ที่ Moody’s ยังคงอันดับความน่าเชื่อถือไว้เท่าเดิม เนื่องจากการคาดการณ์ของตลาดในช่วงที่ผ่านมาว่า กลุ่ม ธ.พ. อาจจะถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อทางการเงินลง โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องของคุณภาพสินทรัพย์ที่คาดว่าจะเห็นการเพิ่มขึ้นของ NPL ในระยะ 6 เดือนข้างหน้า โดยเฉพาะในภาคการเกษตรรถยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้า
ซึ่งฝ่ายวิจัยมีมุมมองในทิศทางที่สอดคล้องกับ Moody’s โดยเชื่อว่าผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำทว่ มนั้นเกิดขึ้นเพียงในระยะสั้น แม้จะทำให้ความต้องการสินเชื่อและศักยภาพการทำกำไรลดลง (จากสินเชื่อใหม่ๆ ที่ให้ผลตอบแทนสูงที่คาดว่าจะลดลง และแนวโน้มการตั้งสำรองหนี้ฯ ที่คาดว่าจะสูงขึ้นจากนโยบายระมัดระวังของกลุ่ม ธ.พ.) ในช่วง Q4/54 ต่อเนื่องถึง Q1/55 แต่ภายหลังจากนั้น คาดว่าแนวโน้มการเติบโตของสินเชื่อน่าจะฟื้นตัวกลับคืนมาได้อย่างรวดเร็ว เมื่อภาครัฐเริ่มประกาศแผนการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่โดยเฉพาะโครงการสาธารณูปโภคสำหรับการบูรณาการเรื่องน้ำ รวมถึงแนวโน้มการฟื้นตัวของผู้ประกอบการที่อยู่ใน Supply chain ของภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ที่แม้บางแห่งจะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากภาวะน้ำท่วม แต่กลับได้รับผลกระทบทางอ้อมทำให้ไม่สามารถดำเนินการผลิตได้เต็มที่จากการหยุดชะงักไปของผู้ประกอบการอื่นๆ ในSupply chain ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วม จึงทำให้ความต้องการสินเชื่อโดยรวมแล้วชะลอตัวลงจากภาวะปกติโดยเฉพาะในช่วงไตรมาสที่ 4 ซึ่งเป็นช่วงฤดูกาลของสินเชื่อ
ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยประเมินว่าการเติบโตของสินเชื่อใหม่ๆ จากโครงการที่เกี่ยวเนื่องกับการลงทุนอย่างแท้จริงของภาครัฐ จะเป็นสินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนเป็นปกติมากขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับสินเชื่อที่มุ่งเน้นการให้ความช่วยเหลือแก่ลูกหนี้ หรือโครงการที่ประสบภัยน้ำท่วมซึ่งเป็นสินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนค่อนข้างต่ำ มาก และไม่คุ้มค่ากับความเสี่ยง(โดยเฉพาะกลุ่มลูกหนี้ SME และรายย่อย) สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นกลุ่ม ธ.พ. ฝ่ายวิจัยยังให้น้ำหนักลงทุนเท่ากับตลาด โดยยังเลือก BBL (ซื้อ: Fair value 220.94 บาท)เป็นหุ้น Top pick ของก ลุ่ม ฯ เ พ ร า ะ ป ร ะ เ มิน ว่า จ ะ ไ ด้รับผลกระทบค่อนข้างต่ำจากเหตุการณ์น้ำท่วม อีกทั้งมีฐานะเงินกองทุนแข็งแกร่งเพียงพอรองรับโครงการลงทุนระยะยาวของภาครัฐ
***KEST ให้น้ำหนักกลุ่มแบงก์เท่าตลาด มอง ปัจจัยราคาหุ้นค่อนข้างถูก - พื้นฐานระยะยาวแข็งแกร่ง***
ด้านบทวิเคราะห์บล.กิมเอ็ง(ประเทศไทย) (KEST)มองว่าปัจจุบันธนาคารพาณิชย์ของไทยยังคงมีความแข็งแกร่งด้านฐานเงินทุนและมีสัดส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (CAR) อยู่ในระดับสูงถึง 14.7% เทียบกับเกณฑ์ขั้นต่ำของธปท.ที่ 8.5% ดังนั้นเชื่อว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจจะไม่เกิดเป็นปัญหาใหญ่จนส่งผลกระทบให้ต้องมีการปิดสถาบันการเงิน อย่างไรก็ตามผลกระทบจากน้ำท่วมน่าจะส่งผลให้ธนาคารบางแห่งอาจจำเป็นที่ต้องตั้งสำรองเพิ่มขึ้น แต่ประเมินว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานมากนัก เนื่องจากปัจจุบันธนาคารพาณิชย์ไทยมีสัดส่วนการตั้งสำรองหนี้ส่วนเกินไว้ในระดับที่สูงพอสมควร
สำหรับผลประกอบการ Q4/54 คาดว่ากำไรสุทธิน่าจะหดตัวลดลงระดับ 5-10% จากค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าปกติ รวมถึงผลกระทบจากน้ำท่วมที่กดดันรายได้ดอกเบี้ย, รายได้ค่าธรรมเนียม และการตั้งสำรองที่สูงขึ้น ราคาหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ปัจจุบันถือว่าค่อนข้างถูกและมีพื้นฐานระยะยาวที่แข็งแกร่ง แต่ในระยะสั้นยังคงมองว่ามีปัจจัยเสี่ยงที่กดดันราคาหุ้น จึงยังคงน้ำหนักเพียงการลงทุนเพียง "เท่ากับตลาด" และแนะนำรอเข้าสะสมหุ้นเมื่อราคาอ่อนตัว โดยเลือก TISCO (ราคาเป้าหมาย 41.5 บาท) และ TCAP (ราคาเป้าหมาย 34.0 บาท) เป็นหุ้น Top pick ของกลุ่ม
***CNS เชียร์ TISCO เป็นหุ้นเน้นสินเชื่อเช่าซื้อ และ BBL มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง***
บล.โนมูระ พัฒนสิน ธนาคารพาณิชย์ 8 แห่ง (ขาด KTB) รายงานสินเชื่อเดือนต.ค. 2554 เติบโตเล็กน้อย 0.7% เมื่อเทียบกันเดือนต่อเดือน ตามคาด โดยสินเชื่อเดือน ต.ค. 54 ถือว่ายังไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมอย่างมีนัยสำคัญ โดย SCB เป็นธนาคารที่รายงานสินเชื่อเดือน ต.ค. 54 โดดเด่นที่สุดในกลุ่มฯ โดยเติบโตถึง 2.9% เดือนต่อเดือน
รองลงมาได้แก่ TISCO หลักๆผลักดันจากสินเชื่อรายใหญ่ที่มีการเบิกใช้สินเชื่อ ขณะที่สินเชื่อของกลุ่ม (ไม่รวม KTB ) งวด 10 เดือน เติบโตไปแล้วถึง 12.2%
ทำให้เชื่อว่าแนวโน้มสินเชื่อของกลุ่มสำหรับทั้งปี 54 น่าจะเติบโตได้ใกล้เคียงประมาณการ ที่ 13% ขณะที่ภาพรวมของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในระยะสั้น น่าจะยังคงถูกกดดันจากประเด็นลบจากผลกระทบของภาวะน้ำท่วมที่น่าจะทำให้แนวโน้มกำไรสุทธิในงวด Q4/54 ปรับตัวลดลงไตรมาส/ไตรมาส ดังนั้นในระยะสั้น เน้น ลงทุนในหุ้น 2 กลุ่มหลัก คือ 1. กลุ่มธนาคารกลุ่มที่เน้นธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์(โดยเฉพาะTISCO) ที่จะได้รับผลบวกจากประเด็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และ 2. กลุ่มที่ม่ค่า P/BV ต่ำ (โดยเฉพาะ BBL ที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งสนับสนุน) โดยคาดว่าราคาหุ้นของธนาคารใน 2กลุ่มดังกล่าวน่าจะปรับตัวดีกว่า (outperform) กลุ่มธนาคารฯในระยะสั้น
***DBSV ระบุ BBL-KBANK เป็นหุ้น Top Picks เหตุมีงบดุลแข็งแกร่งรับการเพิ่มขึ้นของ NPL ได้***
บทวิเคราะห์บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส ประเมินว่า สินเชื่อเดือนต.ค.เติบโต 0.8%MoM (+18.2%YoY) หนุนโดยสินเชื่อระยะยาวของกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ ทั้งนี้สินเชื่อของ SCB และ BBL ขยายตัวดีกว่าคาด โดยมาจากสินเชื่อระยะยาวเพื่อการลงทุนตามแผนของลูกค้ารายใหญ่ ส่วนสินเชื่อเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนเติบโตในอัตราที่น้อยลงเพราะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม สำหรับสินเชื่อของ KBANK และ BAY หดตัว เนื่องจากการชำระคืนหนี้เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ด้านสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ขนาดเล็ก คือ KK, TCAP และ TISCO เติบโตน้อยลง เพราะยอดขายรถยนต์ในประเทศเดือนต.ค.หดตัว 40%YoY เทียบกับเดือนส.ค.ที่ขยายตัว 27%YoY เราคาดว่าน้ำท่วมจะกดดันต่อสินเชื่อเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของลูกค้ารายใหญ่และ SME โดยเฉพาะในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกและเพื่อการบริโภคในประเทศที่ผ่านธุรกิจบัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล & เช่าซื้อใน 4Q54 ดังนั้นเราจึงประมาณการว่าสินเชื่อทั้งปี 54 จะเติบโต 12.5% (10M54 ขยายตัว 18.2%)
แม้ฝ่ายวิจัยฯ DBSV จะให้สมมติฐานสินเชื่อปี 55 เติบโต 8.2% แต่คาดว่ากำไรสุทธิของกลุ่มจะขยายตัวดี 14% ทั้งนี้คาดว่า NIM ปี 55 จะลดลง 0.10%, ตั้งสำรองค่าเผื่อฯเพิ่มขึ้นเพราะกังวลกับ NPL ที่สูงขึ้น, รายได้ค่าธรรมเนียมขยายตัว 10.6% และอัตราภาษีจ่ายลดลงเป็น 23% อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของ NPL เพราะปัญหาน้ำท่วมไม่ได้กระทบกับความแข็งแรงของกลุ่มธนาคารพาณิชย์มากนัก เพราะมีสำรองค่าเผื่อฯส่วนเกินจากที่ธปท.กำหนดถึง 81 พันล้านบาท (หรือ 141% ของสำรองขั้นต่ำที่ธปท.กำหนดไว้) ซึ่งเพียงพอที่จะรองรับความเสี่ยงดังกล่าว
ให้ BBL และ KBANK เป็น Top Picks ชอบหุ้นธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ เพราะมีงบดุลแข็งแกร่งเพียงพอที่จะรองรับการเพิ่มขึ้นของ NPL โดยไม่ต้องตั้งสำรองค่าเผื่อฯ เพิ่มขึ้นจากปกติ สำหรับ BBL เป็นผู้นำในกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ และมีงบดุลแข็งแรงมาก รวมถึงมีสำรองสะสมต่อ NPL สูงที่สุดในกลุ่ม ด้าน KBANK เป็นผู้นำในกลุ่มลูกค้า SME โดยมีคุณภาพสินทรัพย์ดีมาก NPL Ratio ต่ำที่สุดในกลุ่ม และรายได้ค่าธรรมเนียมเติบโตสูงที่สุดในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ด้าน KTB จะได้ประโยชน์จากการใช้จ่ายภาครัฐ นอกจากนั้นยังแนะนำซื้อ BAY, SCB, TCAP และ TISCO ด้วย
*** บล.เคที ซีมิโก้ เชียร์ TISCO ถูกกดดันน้อยสุด และ BBL เป็นหุ้นปลอดภัย ***
บล.เคทีซีมิโก้ ประเมินว่าการรายงาน ธ.พ. เดือน ต.ค. สะท้อนถึงการดำเนินงาน Q4/54 ของกลุ่มธนาคารที่อ่อนแอลง เพราะอาจไม่เกินช่วง high season ของความต้องการสินเชื่อในไตรมาสนี้ และอัตรากำไรที่ลดตามกิจกรรมเศรษฐกิจที่ชะลอตัว นอกจากนี้อัตราเติบโตสินเชื่อที่ทรงตัวในเดือน ต.ค. มีนัยถึงอัตราเติบโตที่ลดลงในเดือนพ.ย. ดังนั้นการลงทุนในกลุ่มธนาคารพาณิชย์จะต้องเพิ่มความระมัดระวังและเลือกสรร ชอบ TISCO เพราะถูกกดดันน้อยสุดจากเรื่องนี้ ขณะที่ BBL เป็นหุ้นปลอดภัยภายใต้เศรษฐกิจผันผวนและราคาหุ้นยังถูกในเชิงประเมินมูลค่า
*** บล.เกียริตนาคินเชียร์ซื้อ BBL- KBANK มองกำไรปี 54 เติบโต***
ฝ่ายวิจัย บล.เกียรตินาคิน ระบุว่าเริ่มเห็นการชะลอตัวของสินเชื่อ และในเดือน พ.ย. น่าจะยิ่งชะลอตัว จากภาวะน้ำท่วมที่ส่งผลรุนแรงตั้งแต่ปลายเดือน ต.ค. เป็นต้นมา ทำให้เริ่มเห็นการชะลอตัวของสินเชื่อในช่วงเดือน ต.ค. และคาดว่าในช่วงเดือน พ.ย. สินเชื่อของกลุ่มธนาคารก็น่าจะยังเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับเดือน ต.ค. ทั้งนี้คาดว่าสินเชื่อกลับมาฟื้นตัวในเดือน ธ.ค. หลังจากที่สถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย ทำให้คาดว่าสินเชื่อของกลุ่มธนาคารจะกลับมาขยายตัวอีกครั้งได้ในเดือน ธ.ค. จากความต้องการสินเชื่อสำหรับการฟื้นฟูกิจการหลังน้ำท่วม หรือ ขยายการธุรกิจตามปกติ จึงยังคงคาดว่าประมาณการสินเชื่อปี 2554 ของ BBL และ KBANK ที่คาดไว้ที่ 13% ยังมีความเป็นไปได้ แต่สำหรับ TCAP ที่มีสินเชื่อส่วนใหญ่มาจากการเช่าซื้อรถยนต์ซึ่งคาดว่าจะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมมากที่สุด ทำให้ TCAP ปล่อยสินเชื่อได้เพียง 5.1% ต่ำกว่าประมาณการที่ 7% จึงอาจจะมีการทบทวนประมาณการสินเชื่อของ TCAP อีกครั้งเร็ว ๆ นี้
ยังคงประมาณการเดิม BBL KBANK แต่จะปรับประมาณการของ TCAP ลง ในเบื้องต้นยังคงประมาณการกำไรสุทธิของ BBL KBANK ไว้เหมือนเดิม โดยคาดว่า BBL จะมีกำไรสุทธิปี 2554 ที่ 27,717 ล้านบาท เพิ่ม 13% YoY คาดว่าจะมีการจ่ายเงินปันผล 5.50 บาท/หุ้น คิดเป็น Div. yield 3.99% แนะนำ “ซื้อ” (มูลค่าเหมาะสม 170 บาท) ส่วน KBANK คาดว่าจะมีกำไรสุทธิปี 2554 ที่ 27,959 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40% YoY คาดว่าจะมีการจ่ายเงินปันผล 3.50 บาท/หุ้น คิดเป็น Div. yield 3.21% แนะนำ “ซื้อ” (ราคาเหมาะสม 146 บาท) ส่วน TCAP ซึ่งประมาณการกำไรสุทธิปี 2554 ไว้ที่ 5,242 ล้านบาท ลดลง 7% YoYคาดว่าจะมีการจ่ายเงินปันผล 1.25 บาท/หุ้น คิดเป็น Div. yield 5.10% ราคาเหมาะสม 41.30 บาท อย่างไรก็ดีจะทบทวนประมาณการกำไรสุทธิใหม่จากสินเชื่อที่ยังปล่อยได้ต่ำกว่าประมาณการ ซึ่งจะกระทบต่อกำไรสุทธิและมูลค่าเหมาะสม
**BBL คาดสินเชื่อปีนี้มีโอกาสโตเกินเป้าที่ 6-8%,หลัง 9 เดือนโตได้ดี ยังตั้งสำรองตามปกติปีละ 6-7 พันลบ.แม้มีเหตุน้ำท่วม ***
นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการ ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด(มหาชน) (BBL) กล่าวว่า คาดว่าสินเชื่อของธนาคารในปีนี้มีโอกาสเติบโตเกินเป้าหมายที่ 6-8% จากปีก่อน หลังช่วง 9 เดือนแรกสินเชื่อเติบโตได้ดี ขณะที่คาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(จีดีพี) ในปี 55 จะเติบโต 4-5%ขณะที่การปล่อยสินเชื่อของธนาคารในระดับปกติ จะเติบโตได้มากกว่าจีดีพีราว 2-3%
ด้านนายสุวรรณ แทนสถิตย์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคาร กรุงเทพ กล่าวว่า ธนาคารยังคงตั้งสำรองตามปกติที่ปีละ 6-7 พันล้านบาท แม้จะมีเหตุน้ำท่วมก็ตาม โดยในช่วง 9 เดือนแรกปีนี้ตั้งสำรองแล้ว 5.5 พันล้านบาท ขณะที่ปีหน้าก็คาดว่าจะตั้งสำรองในระดับเดียวกันด้วย
ส่วนมูลค่าหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้(NPL) สิ้นปีนี้จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อนเป็น 45,800 ล้านบาท จาก 45,600 ล้านบาท
*** ธปท. ไม่ห่วงหนี้เสีย แม้ยอดสินเชื่อคงค้างช่วงน้ำท่วมหนักพุ่งแตะ 4แสนกว่าลบ. คาดสินเชื่อทั้งระบบ Q4/54 หดตัว ***
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวว่า จากการหารือวิดีโอคอนเฟอร์เรนท์ครั้งที่ 12 เมื่อวันที่ 22 พ.ย.2554 ของธปท. ร่วมกับธนาคารพาณิชย์ พบว่าขณะนี้ระบบสถาบันการเงินมีความเสี่ยงจากภาวะอุทกภัยลดลงและกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แม้สถานการณ์น้ำท่วมจะยังไม่สิ้นสุด ขณะเดียวยังเชื่อมั่นว่าระบบสถาบันการเงินมีความเข้มแข็งในระดับสูงที่จะช่วยเหลือในด้านการฟื้นฟูประเทศ
"ในด้านสินเชื่อพบว่าจากการติดตามพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างมีนัยสำคัญ 30 จังหวัด มียอดคงค้างทั้งหมดในสินเชื่อทุกประเภทประมาณ 4 แสนล้านบาท แต่ทั้งนี้ยังไม่กังวลต่อภาวะหนี้เสียในอนาคต ซึ่งเชื่อว่าจะไม่ใช่ทั้งหมดที่เป็นหนี้เสีย แม้ว่าขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าจะเกิดขึ้นมากน้อยเพียงใด แต่มั่นใจว่าจะสามารถรองรับได้อย่างไม่น่ากังวล" ผู้ว่า ธปท.กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในด้านการพิจารณาให้สินเชื่อภายหลังจากที่สถานการณ์น้ำคลี่คลายลง สถาบันการเงินแต่ละแห่งคงมีการพิจารณาความช่วยเหลือด้านการสนับสนุนสินเชื่อเป็นรายกรณี ซึ่งยอมรับว่าผู้ขอกู้บางรายอาจไม่สามารถได้รับสินเชื่อตามที่ต้องการได้ ซึ่งหากเกิดกรณีนั้นขึ้นสามารถเข้ามาร้องเรียนยังธปท.ซึ่งจะมีศูนย์กลางการเป็นผู้ไกล่เกลี่ยนต่อสถาบันการเงินได้ แต่อย่างไรก็ตามยังคงต้องยึดหลักในการรักษาวินัยทางการเงิน แม้จะมีความยืดหยุ่นเพื่อให้สถานการณ์ต่างๆ คลี่คลายและไม่กระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมนอกจากนี้ ยอมรับว่าหากเกิดสถานการณ์ที่ไม่สามารถปล่อยกู้ให้กับลูกหนี้บางรายได้ในกรณีใดๆ ก็ตามที่เกิดจากความเสี่ยงด้านเครดิตอาจก่อให้เกิดปัญหาการกู้นอกระบบที่จะตามมาในภายหลัง
ทั้งนี้ภาพรวมการเติบโตของสินเชื่อทั้งระบบในไตรมาส 4/54 จะชะลอตัวลง โดยเป็นผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของสินเชื่ออุปโภคบริโภคและสินเชื่อเช่าซื้อเนื่องจากบรรยากาศโดยรวมของประชาชนที่ไม่ดีนัก แต่อย่างไรก็ตามเชื่อมั่นว่าการขยายตัวของสินเชื่อทั้งระบบในปีนี้จะยังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยปัจจุบันสินเชื่อรวมทั้งระบบขยายตัวแล้วกว่า 17% ดังนั้น หากได้รับผลกระทบในไตรมาส 4 นี้เล็กน้อย ย่อมไม่เกิดปัญหา
ขณะที่แนวโน้มในไตรมาส 1/55 คาดว่าสินเชื่อในกลุ่มเช่าซื้อรถยนต์จะกลับมาขยายตัวขึ้นอย่างสูงเพื่อรองรับความต้องการของประชาชน รวมถึงสินเชื่อประเภทอุปโภคบริโภคที่จะฟื้นตัวขึ้น ขณะที่สินเชื่อประเภทการลงทุนอาจฟื้นตัวกลับมาในไตรมาส 2/55 ซึ่งเป็นไปตามการฟื้นฟูของภาคอุตสาหกรรมที่ต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 4/54 ถึงไตรมาส 1/55 และจะกลับสู่ภาวะปกติในไตรมาส 2/55 เป็นต้นไป
หุ้นแบงก์ภูมิคุ้มกันสูง
หุ้นแบงก์ภูมิคุ้มกันสูง หลังมูดี้ส์ คงแนวโน้มระบบแบงก์ไทยไวัในระดับ เสถียรภาพ แม้ต้องเผชิญกับวิกฤตน้ำท่วม ระบุเป็นเพียงเหตุการณ์ชั่วคราว สอดรับกับ ผู้ว่าธปท. ระบุไม่ห่วงหนี้เสียในอนาคต แม้ยอดสินเชื่อคงค้างช่วงน้ำท่วมหนักพุ่งแตะ 4แสนกว่าลบ. ด้าน บิ๊ก BBL คาดสินเชื่อปีนี้มีโอกาสโตเกินเป้าที่ 6-8% ระบุตั้งสำรองตามปกติปีละ 6-7 พันลบ.แม้มีเหตุน้ำท่วม ขณะที่โบรกฯเชียร์ BBL-KBANK เป็น Top pick ระบุมีงบดุลแข็งแกร่งเพียงพอที่จะรองรับการเพิ่มขึ้นของ NPL โดยไม่ต้องตั้งสำรองค่าเผื่อฯ
หลังเกิดอุทกภัยใหญ่ขยายวงกว้างไล่ตั้งแต่ภาคเหนือมาหนักสุดในภาคกลางและยังคงส่งผลกระทบในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในขณะนี้ ส่งผลให้ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติหรือ สภาพัฒน์ ประกาศปรับลดตัวเลขเป้าหมายการขยายตัวทางเศรษฐกิจหรือจีดีพีปีนี้ เหลือขยายตัวแค่ 1.5% จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโต 3.5-4.0% เหตุน้ำท่วมกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้จีดีพีใน Q4/54 ติดลบ3.7% เบื้องต้นประเมินความเสียหายประมาณ 2-3 แสนล้านบาท
ล่าสุดทาง ธนาคารแห่งประเทศไทยหรือธปท.เป็นอีก 1 หน่วยงานที่ออกมาประกาศเตรียมปรับลดเป้าหมายตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปีนี้เช่นกัน โดยระบุว่าจะเป็นการปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากเดิม 2.6% ส่วนปี55 เชื่อว่าจีดีพีโตมากกว่า4.1%
แต่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ อย่าง Moody’s Investor Services กลับประกาศคงแนวโน้มระบบ ธ.พ.ของไทยไว้ในระดับ “เสถียรภาพ” โดยมีเหตุผลสนับสนุนคือผลกระทบจากวิกฤตน้ำท่วมนั้น เป็นเพียงเหตุการณ์ชั่วคราว ประกอบกับพื้นฐานของ ธ.พ. ไทยยังแข็งแกร่งมาก ทำให้สามารถรับมือกับช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ได้ อีกทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้ ธ.พ. ไทยสามารถทำกำไรได้มากขึ้นในระยะ 12-18 เดือนข้างหน้าจากนโยบายการใช้จ่ายของภาครัฐ ดังนั้นเมื่อประเมินจากทั้ง 3 ปัจจัยควบคู่กัน จึงเห็นควรให้คงมุมมอง “เสถียรภาพ” เช่นเดิม
***ASP มอง มูดี้ส์คงอันดับความน่าเชื่อถือแบงก์ไทย เป็นปัจจัยบวก เชียร์ BBL เป็นหุ้นเด่น เหตุมีกองทุนแข็งแกร่ง***
ฝ่ายวิจัย บล.เอเซียพลัส ประเมินว่า ประเด็นดังกล่าวถือเป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่ม ธ.พ. ที่ Moody’s ยังคงอันดับความน่าเชื่อถือไว้เท่าเดิม เนื่องจากการคาดการณ์ของตลาดในช่วงที่ผ่านมาว่า กลุ่ม ธ.พ. อาจจะถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อทางการเงินลง โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องของคุณภาพสินทรัพย์ที่คาดว่าจะเห็นการเพิ่มขึ้นของ NPL ในระยะ 6 เดือนข้างหน้า โดยเฉพาะในภาคการเกษตรรถยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้า
ซึ่งฝ่ายวิจัยมีมุมมองในทิศทางที่สอดคล้องกับ Moody’s โดยเชื่อว่าผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำทว่ มนั้นเกิดขึ้นเพียงในระยะสั้น แม้จะทำให้ความต้องการสินเชื่อและศักยภาพการทำกำไรลดลง (จากสินเชื่อใหม่ๆ ที่ให้ผลตอบแทนสูงที่คาดว่าจะลดลง และแนวโน้มการตั้งสำรองหนี้ฯ ที่คาดว่าจะสูงขึ้นจากนโยบายระมัดระวังของกลุ่ม ธ.พ.) ในช่วง Q4/54 ต่อเนื่องถึง Q1/55 แต่ภายหลังจากนั้น คาดว่าแนวโน้มการเติบโตของสินเชื่อน่าจะฟื้นตัวกลับคืนมาได้อย่างรวดเร็ว เมื่อภาครัฐเริ่มประกาศแผนการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่โดยเฉพาะโครงการสาธารณูปโภคสำหรับการบูรณาการเรื่องน้ำ รวมถึงแนวโน้มการฟื้นตัวของผู้ประกอบการที่อยู่ใน Supply chain ของภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ที่แม้บางแห่งจะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากภาวะน้ำท่วม แต่กลับได้รับผลกระทบทางอ้อมทำให้ไม่สามารถดำเนินการผลิตได้เต็มที่จากการหยุดชะงักไปของผู้ประกอบการอื่นๆ ในSupply chain ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วม จึงทำให้ความต้องการสินเชื่อโดยรวมแล้วชะลอตัวลงจากภาวะปกติโดยเฉพาะในช่วงไตรมาสที่ 4 ซึ่งเป็นช่วงฤดูกาลของสินเชื่อ
ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยประเมินว่าการเติบโตของสินเชื่อใหม่ๆ จากโครงการที่เกี่ยวเนื่องกับการลงทุนอย่างแท้จริงของภาครัฐ จะเป็นสินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนเป็นปกติมากขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับสินเชื่อที่มุ่งเน้นการให้ความช่วยเหลือแก่ลูกหนี้ หรือโครงการที่ประสบภัยน้ำท่วมซึ่งเป็นสินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนค่อนข้างต่ำ มาก และไม่คุ้มค่ากับความเสี่ยง(โดยเฉพาะกลุ่มลูกหนี้ SME และรายย่อย) สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นกลุ่ม ธ.พ. ฝ่ายวิจัยยังให้น้ำหนักลงทุนเท่ากับตลาด โดยยังเลือก BBL (ซื้อ: Fair value 220.94 บาท)เป็นหุ้น Top pick ของก ลุ่ม ฯ เ พ ร า ะ ป ร ะ เ มิน ว่า จ ะ ไ ด้รับผลกระทบค่อนข้างต่ำจากเหตุการณ์น้ำท่วม อีกทั้งมีฐานะเงินกองทุนแข็งแกร่งเพียงพอรองรับโครงการลงทุนระยะยาวของภาครัฐ
***KEST ให้น้ำหนักกลุ่มแบงก์เท่าตลาด มอง ปัจจัยราคาหุ้นค่อนข้างถูก - พื้นฐานระยะยาวแข็งแกร่ง***
ด้านบทวิเคราะห์บล.กิมเอ็ง(ประเทศไทย) (KEST)มองว่าปัจจุบันธนาคารพาณิชย์ของไทยยังคงมีความแข็งแกร่งด้านฐานเงินทุนและมีสัดส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (CAR) อยู่ในระดับสูงถึง 14.7% เทียบกับเกณฑ์ขั้นต่ำของธปท.ที่ 8.5% ดังนั้นเชื่อว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจจะไม่เกิดเป็นปัญหาใหญ่จนส่งผลกระทบให้ต้องมีการปิดสถาบันการเงิน อย่างไรก็ตามผลกระทบจากน้ำท่วมน่าจะส่งผลให้ธนาคารบางแห่งอาจจำเป็นที่ต้องตั้งสำรองเพิ่มขึ้น แต่ประเมินว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานมากนัก เนื่องจากปัจจุบันธนาคารพาณิชย์ไทยมีสัดส่วนการตั้งสำรองหนี้ส่วนเกินไว้ในระดับที่สูงพอสมควร
สำหรับผลประกอบการ Q4/54 คาดว่ากำไรสุทธิน่าจะหดตัวลดลงระดับ 5-10% จากค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าปกติ รวมถึงผลกระทบจากน้ำท่วมที่กดดันรายได้ดอกเบี้ย, รายได้ค่าธรรมเนียม และการตั้งสำรองที่สูงขึ้น ราคาหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ปัจจุบันถือว่าค่อนข้างถูกและมีพื้นฐานระยะยาวที่แข็งแกร่ง แต่ในระยะสั้นยังคงมองว่ามีปัจจัยเสี่ยงที่กดดันราคาหุ้น จึงยังคงน้ำหนักเพียงการลงทุนเพียง "เท่ากับตลาด" และแนะนำรอเข้าสะสมหุ้นเมื่อราคาอ่อนตัว โดยเลือก TISCO (ราคาเป้าหมาย 41.5 บาท) และ TCAP (ราคาเป้าหมาย 34.0 บาท) เป็นหุ้น Top pick ของกลุ่ม
***CNS เชียร์ TISCO เป็นหุ้นเน้นสินเชื่อเช่าซื้อ และ BBL มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง***
บล.โนมูระ พัฒนสิน ธนาคารพาณิชย์ 8 แห่ง (ขาด KTB) รายงานสินเชื่อเดือนต.ค. 2554 เติบโตเล็กน้อย 0.7% เมื่อเทียบกันเดือนต่อเดือน ตามคาด โดยสินเชื่อเดือน ต.ค. 54 ถือว่ายังไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมอย่างมีนัยสำคัญ โดย SCB เป็นธนาคารที่รายงานสินเชื่อเดือน ต.ค. 54 โดดเด่นที่สุดในกลุ่มฯ โดยเติบโตถึง 2.9% เดือนต่อเดือน
รองลงมาได้แก่ TISCO หลักๆผลักดันจากสินเชื่อรายใหญ่ที่มีการเบิกใช้สินเชื่อ ขณะที่สินเชื่อของกลุ่ม (ไม่รวม KTB ) งวด 10 เดือน เติบโตไปแล้วถึง 12.2%
ทำให้เชื่อว่าแนวโน้มสินเชื่อของกลุ่มสำหรับทั้งปี 54 น่าจะเติบโตได้ใกล้เคียงประมาณการ ที่ 13% ขณะที่ภาพรวมของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในระยะสั้น น่าจะยังคงถูกกดดันจากประเด็นลบจากผลกระทบของภาวะน้ำท่วมที่น่าจะทำให้แนวโน้มกำไรสุทธิในงวด Q4/54 ปรับตัวลดลงไตรมาส/ไตรมาส ดังนั้นในระยะสั้น เน้น ลงทุนในหุ้น 2 กลุ่มหลัก คือ 1. กลุ่มธนาคารกลุ่มที่เน้นธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์(โดยเฉพาะTISCO) ที่จะได้รับผลบวกจากประเด็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และ 2. กลุ่มที่ม่ค่า P/BV ต่ำ (โดยเฉพาะ BBL ที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งสนับสนุน) โดยคาดว่าราคาหุ้นของธนาคารใน 2กลุ่มดังกล่าวน่าจะปรับตัวดีกว่า (outperform) กลุ่มธนาคารฯในระยะสั้น
***DBSV ระบุ BBL-KBANK เป็นหุ้น Top Picks เหตุมีงบดุลแข็งแกร่งรับการเพิ่มขึ้นของ NPL ได้***
บทวิเคราะห์บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส ประเมินว่า สินเชื่อเดือนต.ค.เติบโต 0.8%MoM (+18.2%YoY) หนุนโดยสินเชื่อระยะยาวของกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ ทั้งนี้สินเชื่อของ SCB และ BBL ขยายตัวดีกว่าคาด โดยมาจากสินเชื่อระยะยาวเพื่อการลงทุนตามแผนของลูกค้ารายใหญ่ ส่วนสินเชื่อเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนเติบโตในอัตราที่น้อยลงเพราะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม สำหรับสินเชื่อของ KBANK และ BAY หดตัว เนื่องจากการชำระคืนหนี้เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ด้านสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ขนาดเล็ก คือ KK, TCAP และ TISCO เติบโตน้อยลง เพราะยอดขายรถยนต์ในประเทศเดือนต.ค.หดตัว 40%YoY เทียบกับเดือนส.ค.ที่ขยายตัว 27%YoY เราคาดว่าน้ำท่วมจะกดดันต่อสินเชื่อเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของลูกค้ารายใหญ่และ SME โดยเฉพาะในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกและเพื่อการบริโภคในประเทศที่ผ่านธุรกิจบัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล & เช่าซื้อใน 4Q54 ดังนั้นเราจึงประมาณการว่าสินเชื่อทั้งปี 54 จะเติบโต 12.5% (10M54 ขยายตัว 18.2%)
แม้ฝ่ายวิจัยฯ DBSV จะให้สมมติฐานสินเชื่อปี 55 เติบโต 8.2% แต่คาดว่ากำไรสุทธิของกลุ่มจะขยายตัวดี 14% ทั้งนี้คาดว่า NIM ปี 55 จะลดลง 0.10%, ตั้งสำรองค่าเผื่อฯเพิ่มขึ้นเพราะกังวลกับ NPL ที่สูงขึ้น, รายได้ค่าธรรมเนียมขยายตัว 10.6% และอัตราภาษีจ่ายลดลงเป็น 23% อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของ NPL เพราะปัญหาน้ำท่วมไม่ได้กระทบกับความแข็งแรงของกลุ่มธนาคารพาณิชย์มากนัก เพราะมีสำรองค่าเผื่อฯส่วนเกินจากที่ธปท.กำหนดถึง 81 พันล้านบาท (หรือ 141% ของสำรองขั้นต่ำที่ธปท.กำหนดไว้) ซึ่งเพียงพอที่จะรองรับความเสี่ยงดังกล่าว
ให้ BBL และ KBANK เป็น Top Picks ชอบหุ้นธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ เพราะมีงบดุลแข็งแกร่งเพียงพอที่จะรองรับการเพิ่มขึ้นของ NPL โดยไม่ต้องตั้งสำรองค่าเผื่อฯ เพิ่มขึ้นจากปกติ สำหรับ BBL เป็นผู้นำในกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ และมีงบดุลแข็งแรงมาก รวมถึงมีสำรองสะสมต่อ NPL สูงที่สุดในกลุ่ม ด้าน KBANK เป็นผู้นำในกลุ่มลูกค้า SME โดยมีคุณภาพสินทรัพย์ดีมาก NPL Ratio ต่ำที่สุดในกลุ่ม และรายได้ค่าธรรมเนียมเติบโตสูงที่สุดในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ด้าน KTB จะได้ประโยชน์จากการใช้จ่ายภาครัฐ นอกจากนั้นยังแนะนำซื้อ BAY, SCB, TCAP และ TISCO ด้วย
*** บล.เคที ซีมิโก้ เชียร์ TISCO ถูกกดดันน้อยสุด และ BBL เป็นหุ้นปลอดภัย ***
บล.เคทีซีมิโก้ ประเมินว่าการรายงาน ธ.พ. เดือน ต.ค. สะท้อนถึงการดำเนินงาน Q4/54 ของกลุ่มธนาคารที่อ่อนแอลง เพราะอาจไม่เกินช่วง high season ของความต้องการสินเชื่อในไตรมาสนี้ และอัตรากำไรที่ลดตามกิจกรรมเศรษฐกิจที่ชะลอตัว นอกจากนี้อัตราเติบโตสินเชื่อที่ทรงตัวในเดือน ต.ค. มีนัยถึงอัตราเติบโตที่ลดลงในเดือนพ.ย. ดังนั้นการลงทุนในกลุ่มธนาคารพาณิชย์จะต้องเพิ่มความระมัดระวังและเลือกสรร ชอบ TISCO เพราะถูกกดดันน้อยสุดจากเรื่องนี้ ขณะที่ BBL เป็นหุ้นปลอดภัยภายใต้เศรษฐกิจผันผวนและราคาหุ้นยังถูกในเชิงประเมินมูลค่า
*** บล.เกียริตนาคินเชียร์ซื้อ BBL- KBANK มองกำไรปี 54 เติบโต***
ฝ่ายวิจัย บล.เกียรตินาคิน ระบุว่าเริ่มเห็นการชะลอตัวของสินเชื่อ และในเดือน พ.ย. น่าจะยิ่งชะลอตัว จากภาวะน้ำท่วมที่ส่งผลรุนแรงตั้งแต่ปลายเดือน ต.ค. เป็นต้นมา ทำให้เริ่มเห็นการชะลอตัวของสินเชื่อในช่วงเดือน ต.ค. และคาดว่าในช่วงเดือน พ.ย. สินเชื่อของกลุ่มธนาคารก็น่าจะยังเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับเดือน ต.ค. ทั้งนี้คาดว่าสินเชื่อกลับมาฟื้นตัวในเดือน ธ.ค. หลังจากที่สถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย ทำให้คาดว่าสินเชื่อของกลุ่มธนาคารจะกลับมาขยายตัวอีกครั้งได้ในเดือน ธ.ค. จากความต้องการสินเชื่อสำหรับการฟื้นฟูกิจการหลังน้ำท่วม หรือ ขยายการธุรกิจตามปกติ จึงยังคงคาดว่าประมาณการสินเชื่อปี 2554 ของ BBL และ KBANK ที่คาดไว้ที่ 13% ยังมีความเป็นไปได้ แต่สำหรับ TCAP ที่มีสินเชื่อส่วนใหญ่มาจากการเช่าซื้อรถยนต์ซึ่งคาดว่าจะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมมากที่สุด ทำให้ TCAP ปล่อยสินเชื่อได้เพียง 5.1% ต่ำกว่าประมาณการที่ 7% จึงอาจจะมีการทบทวนประมาณการสินเชื่อของ TCAP อีกครั้งเร็ว ๆ นี้
ยังคงประมาณการเดิม BBL KBANK แต่จะปรับประมาณการของ TCAP ลง ในเบื้องต้นยังคงประมาณการกำไรสุทธิของ BBL KBANK ไว้เหมือนเดิม โดยคาดว่า BBL จะมีกำไรสุทธิปี 2554 ที่ 27,717 ล้านบาท เพิ่ม 13% YoY คาดว่าจะมีการจ่ายเงินปันผล 5.50 บาท/หุ้น คิดเป็น Div. yield 3.99% แนะนำ “ซื้อ” (มูลค่าเหมาะสม 170 บาท) ส่วน KBANK คาดว่าจะมีกำไรสุทธิปี 2554 ที่ 27,959 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40% YoY คาดว่าจะมีการจ่ายเงินปันผล 3.50 บาท/หุ้น คิดเป็น Div. yield 3.21% แนะนำ “ซื้อ” (ราคาเหมาะสม 146 บาท) ส่วน TCAP ซึ่งประมาณการกำไรสุทธิปี 2554 ไว้ที่ 5,242 ล้านบาท ลดลง 7% YoYคาดว่าจะมีการจ่ายเงินปันผล 1.25 บาท/หุ้น คิดเป็น Div. yield 5.10% ราคาเหมาะสม 41.30 บาท อย่างไรก็ดีจะทบทวนประมาณการกำไรสุทธิใหม่จากสินเชื่อที่ยังปล่อยได้ต่ำกว่าประมาณการ ซึ่งจะกระทบต่อกำไรสุทธิและมูลค่าเหมาะสม
**BBL คาดสินเชื่อปีนี้มีโอกาสโตเกินเป้าที่ 6-8%,หลัง 9 เดือนโตได้ดี ยังตั้งสำรองตามปกติปีละ 6-7 พันลบ.แม้มีเหตุน้ำท่วม ***
นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการ ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด(มหาชน) (BBL) กล่าวว่า คาดว่าสินเชื่อของธนาคารในปีนี้มีโอกาสเติบโตเกินเป้าหมายที่ 6-8% จากปีก่อน หลังช่วง 9 เดือนแรกสินเชื่อเติบโตได้ดี ขณะที่คาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(จีดีพี) ในปี 55 จะเติบโต 4-5%ขณะที่การปล่อยสินเชื่อของธนาคารในระดับปกติ จะเติบโตได้มากกว่าจีดีพีราว 2-3%
ด้านนายสุวรรณ แทนสถิตย์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคาร กรุงเทพ กล่าวว่า ธนาคารยังคงตั้งสำรองตามปกติที่ปีละ 6-7 พันล้านบาท แม้จะมีเหตุน้ำท่วมก็ตาม โดยในช่วง 9 เดือนแรกปีนี้ตั้งสำรองแล้ว 5.5 พันล้านบาท ขณะที่ปีหน้าก็คาดว่าจะตั้งสำรองในระดับเดียวกันด้วย
ส่วนมูลค่าหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้(NPL) สิ้นปีนี้จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อนเป็น 45,800 ล้านบาท จาก 45,600 ล้านบาท
*** ธปท. ไม่ห่วงหนี้เสีย แม้ยอดสินเชื่อคงค้างช่วงน้ำท่วมหนักพุ่งแตะ 4แสนกว่าลบ. คาดสินเชื่อทั้งระบบ Q4/54 หดตัว ***
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวว่า จากการหารือวิดีโอคอนเฟอร์เรนท์ครั้งที่ 12 เมื่อวันที่ 22 พ.ย.2554 ของธปท. ร่วมกับธนาคารพาณิชย์ พบว่าขณะนี้ระบบสถาบันการเงินมีความเสี่ยงจากภาวะอุทกภัยลดลงและกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แม้สถานการณ์น้ำท่วมจะยังไม่สิ้นสุด ขณะเดียวยังเชื่อมั่นว่าระบบสถาบันการเงินมีความเข้มแข็งในระดับสูงที่จะช่วยเหลือในด้านการฟื้นฟูประเทศ
"ในด้านสินเชื่อพบว่าจากการติดตามพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างมีนัยสำคัญ 30 จังหวัด มียอดคงค้างทั้งหมดในสินเชื่อทุกประเภทประมาณ 4 แสนล้านบาท แต่ทั้งนี้ยังไม่กังวลต่อภาวะหนี้เสียในอนาคต ซึ่งเชื่อว่าจะไม่ใช่ทั้งหมดที่เป็นหนี้เสีย แม้ว่าขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าจะเกิดขึ้นมากน้อยเพียงใด แต่มั่นใจว่าจะสามารถรองรับได้อย่างไม่น่ากังวล" ผู้ว่า ธปท.กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในด้านการพิจารณาให้สินเชื่อภายหลังจากที่สถานการณ์น้ำคลี่คลายลง สถาบันการเงินแต่ละแห่งคงมีการพิจารณาความช่วยเหลือด้านการสนับสนุนสินเชื่อเป็นรายกรณี ซึ่งยอมรับว่าผู้ขอกู้บางรายอาจไม่สามารถได้รับสินเชื่อตามที่ต้องการได้ ซึ่งหากเกิดกรณีนั้นขึ้นสามารถเข้ามาร้องเรียนยังธปท.ซึ่งจะมีศูนย์กลางการเป็นผู้ไกล่เกลี่ยนต่อสถาบันการเงินได้ แต่อย่างไรก็ตามยังคงต้องยึดหลักในการรักษาวินัยทางการเงิน แม้จะมีความยืดหยุ่นเพื่อให้สถานการณ์ต่างๆ คลี่คลายและไม่กระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมนอกจากนี้ ยอมรับว่าหากเกิดสถานการณ์ที่ไม่สามารถปล่อยกู้ให้กับลูกหนี้บางรายได้ในกรณีใดๆ ก็ตามที่เกิดจากความเสี่ยงด้านเครดิตอาจก่อให้เกิดปัญหาการกู้นอกระบบที่จะตามมาในภายหลัง
ทั้งนี้ภาพรวมการเติบโตของสินเชื่อทั้งระบบในไตรมาส 4/54 จะชะลอตัวลง โดยเป็นผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของสินเชื่ออุปโภคบริโภคและสินเชื่อเช่าซื้อเนื่องจากบรรยากาศโดยรวมของประชาชนที่ไม่ดีนัก แต่อย่างไรก็ตามเชื่อมั่นว่าการขยายตัวของสินเชื่อทั้งระบบในปีนี้จะยังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยปัจจุบันสินเชื่อรวมทั้งระบบขยายตัวแล้วกว่า 17% ดังนั้น หากได้รับผลกระทบในไตรมาส 4 นี้เล็กน้อย ย่อมไม่เกิดปัญหา
ขณะที่แนวโน้มในไตรมาส 1/55 คาดว่าสินเชื่อในกลุ่มเช่าซื้อรถยนต์จะกลับมาขยายตัวขึ้นอย่างสูงเพื่อรองรับความต้องการของประชาชน รวมถึงสินเชื่อประเภทอุปโภคบริโภคที่จะฟื้นตัวขึ้น ขณะที่สินเชื่อประเภทการลงทุนอาจฟื้นตัวกลับมาในไตรมาส 2/55 ซึ่งเป็นไปตามการฟื้นฟูของภาคอุตสาหกรรมที่ต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 4/54 ถึงไตรมาส 1/55 และจะกลับสู่ภาวะปกติในไตรมาส 2/55 เป็นต้นไป
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


