อังคาร 4 ต.ค.2554--ทันหุ้น :
สรุปข่าว หนังสือพิมพ์ทันหุ้น

มาตรการรถคันแรกขับเคลื่อน 'SAT' ใส่เกียร์ผลิตเต็ม 100%
    กลุ่มยานยนต์เดินหน้าสนองนโยบายรัฐลดภาษีรถยนต์คันแรก มติเอกฉันท์ไม่ขยายซีซีเป็น 1600 ซีซี จากเดิม 1500 ซีซี หรือไม่เกิน 1 ล้านบาท บิ๊ก SAT ยิ้มแก้มปริ ออเดอร์เรียงหน้าเข้าทะลัก  ล่าสุดกำลังการผลิตเฉียด 100% หลังโตโยต้า-ฮอนด้า-มิตซูบิชิ ป้อนออเดอร์เต็มคลังหนุน Q3 สวยหรู ก่อนโชว์สูงสุดไตรมาส 4 ปีนี้ เชื่อแรงซื้อรถยนต์สะพัดตลาด

ครม.ชี้ขาดบ้านหลังแรกวันนี้  'PS-LPN' ควงคู่รับอานิสงส์
    ครม.เล็งหารือชี้ชัดมาตรการ "บ้านหลังแรก" วันนี้เพื่อคลอดสินเชื่อดอกเบี้ย 0% นาน 2 ปี สำหรับบ้านราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท ครอบคลุมบ้านใหม่-บ้านมือสอง โบรกส่อง PS-LPN รับอานิสงส์มากสุดเชียรซื้อหลังสินค้าในพอร์ตส่วนใหญ่เข้าเกณฑ์เพียบ

'กองทุน-บล.' ผสมโรงทุบหุ้นขายนำต่างชาติ
    ต่างชาติยังมีสัญญาณขายหุ้นในแถบเอเชียต่อ เหตุต้องการเงินสดไปปรับพอร์ตลงทุนในแถบยุโรป ที่กำลังขาดทุนอย่างหนักจาก วิกฤติหนี้ "กรีซ" ขณะที่กองทุนและพอร์ต บล.ฉวยโอกาสผสมโรงขายหุ้นซ้ำเติมตลาด ฉุดดัชนีดิ่ง 5.12% ด้าน "ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล" วอนยุโรปออกมาตรการเร่งด่วนหนุนเศรษฐกิจโลก ฟากผู้จัดการตลาดปิ๊งไอเดียให้ บจ.ซื้อหุ้นคืนเพื่อพยุงตลาด

APCS แกะรอยไอ้โม่งทุบหุ้น บิ๊กลั่นซื้อสุดคุ้มงัดปันผลล่อใจ
    "อภิชาติ การุณกรสกุล" หัวเรือใหญ่ APCS เร่งควานหามือดีทุบหุ้นร่วงรูด ล่าสุดขอปิดสมุดทะเบียนตรวจสอบรายชื่อ คาดรู้ผลพฤหัสบดีนี้เปรยคนทุบหวังได้ของถูก พร้อมยืนยันพื้นฐานแน่นปึ้ก ระบุซื้อหุ้นช่วงนี้สุดคุ้มเตรียมรับข่าวดี มีปันผลเร็ว ๆ นี้แน่ ฟากโบรกส่องราคาหุ้นชี้เป็นจังหวะซื้อ แนะ"เก็งกำไร" เล็งแนวต้าน ที่ 4.04 บาท

'CK' พุงกางงบ Q3 กำไรอื้อ บันทึกขายหุ้น SEAN พันล.
    ส่อง CK ไตรมาส 3 กำไรทะลัก รับผลบวกบันทึกกำไรพิเศษ จากการขายหุ้น SEAN จำนวน 134 ล้านหุ้น มูลค่ากว่า 1 พันล้านบาท ด้านบิ๊ก CK แย้มมีลุ้นบันทึกรายการพิเศษ เข้าไตรมาส 3 แต่ยังอุบไต๋บันทึกทั้งก้อนหรือไม่ ส่วนผลงานรวมยังผงาดล่าสุดตุนงานเก่าแก่ 3.3 หมื่นล้านบาท คาดทยอยรับรู้ตั้งแต่ครึ่งหลังปี 2554 ไปถึงปี 2555 คุยครึ่งหลังปีนี้งานรับเหมาเพียบ หลังรัฐบาลเริ่มผุดโครงการ ใหม่ฉลองงบปี 2555

ปลดล็อกราคา 'NGV-LPG' PTT รับเงินคืน 1.29 หมื่นล.
    ภาครัฐประกาศลอยตัวราคา NGV-LPG ปีหน้า หนุนกำไร PTT ขยับ 3% หรือ 3,500 ล้านบาทจากเป้าเดิม ปี 2556 ขยับอีก 8,500 ล้านบาท และมากสุดรับกำไรถึง 1.29 หมื่นล้านบาทต่อปี จากก่อนนี้ขาดทุนสะสม 10,000 ล้านบาทต่อปี จังหวะช้อนราคาหุ้นถูกเป้าหมาย 408 บาท

GLOBAL เปิดสาขาโคราช หวังโกยยอดขาย 100 ล้านบ.
    GLOBAL บุกเปิดสาขาที่ 13 เจาะฐานลูกค้าเมืองโคราช หวังโกยรายได้จากสาขาใหม่ 100 ล้านบาทต่อเดือน ผู้บริหาร "อภิสิทธิ์ รุจิเกียรติกำจร" แย้มโครงการ เปิดสาขาที่ 14 ในเดือนธันวาคมที่จังหวัดสกลนครทันที คาดใช้เงินลงทุน 300-400 ล้านบาท ส่วนปีนี้มั่นใจปีนี้รายได้โตตามเป้า 25-40%

พลังงานเปิดสัมปทานปิโตร 21 แปลง PTTEP ตั้เป้าปริมาณขายปีหน้า 10%
    กระทรวงพลังงานเตรียมเปิดสัมปทานปิโตรเลียม อีก 21 แปลงใน 3 เดือนนี้ ฟาก PTTEP ตั้งเป้าปริมาณขายปิโตรเลียมปีหน้า โต 10% จาก 2.69 แสนบาร์เรลต่อวัน จากแหล่งปิโตรเลียมใหม่ เริ่มผลิตส่วนราคาน้ำมันปีหน้าคาด 80-90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ต่ำกว่าปีนี้ที่คาดว่าราคาเฉลี่ยเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากปัญหาเศรษฐกิจโลก

BLA ลุ้นกำไรปีนี้แตะ 4.4 พันล. มั่นใจพื้นฐานแน่น-อัพไซด์ 60%
    ซิตี้กรุ๊ป หั่นราคาเป้าหมาย BLA ลงเหลือ 49 บาท จากเดิม 65 บาท หลังคาดการณ์กำไรปีนี้ปรับลดลง 11% หวั่นขาดทุนจากตลาดหุ้น ด้านบริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง ยังมั่นใจ BLA พื้นฐานแกร่ง คาดกำไรปีนี้ที่ระดับ 4.4 พันล้านบาท มองตลาดหุ้นดิ่งเหวกระทบพอร์ตลงทุนไม่มาก แนะนักลงทุนระยะกลาง-ยาวเริ่มสะสมหุ้น BLA หลังราคาหุ้นมีอัพไซด์ สูงเกือบ 60% ส่วนทางด้านเทคนิคมีโอกาสเห็นราคาหุ้นรีบาวด์ทดสอบ 42.50 บาท

กูรูปรับฐานแบงก์-อัพไซด์บาน คัด KBANK-SCB-BAY โดนใจ
    กูรูลั่นอย่าตื่นตระหนกหุ้นร่วง  สบโอกาสสอยหุ้นแบงก์เข้าพอร์ต เนื่องจากมีภูมิต้านทานต่อเศรษฐกิจโลกแข็งแกร่ง แถมอัตราทำกำไร และ ROE สูงขณะที่ราคาดิ่งลงหนัก หนุนอัพไซด์เพียบ เลือก KBANK และ SCB หุ้นเด่น BAY อัพไซด์พุ่ง 101.08%

'PAO' เร่งเครื่องโครงการใหม่ วาดฝันดันรายได้โตกว่าพันล.
    อั่งเปา เร่งเดินเครื่องก่อสร้างคอนโดมิเนียม 2 โครงการ พาร์ค เอ็กซ์โซและ อัพ เอกมัย ตั้งเป้าแล้วเสร็จภายในปี 2555 และ 2556 เผยกระแสตอบรับดียอด จองกว่า 50% ขณะที่ ณุศาศิริ พระราม 2 เล็งปิดเฟสแรกปลายปีนี้ เปิดบริการ NUZA Avenue ภายในปี 2555 มั่นใจยอดรับรู้รายได้ปีนี้ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท เตรียมคลอดโครงการใหม่ภายในไตรมาส 4 นี้

'พาณิชย์' เบรกแปรรูปตลาดทุน ฉุดงบ 54 กลุ่มหลักทรัพย์ไม่แจ่ม
    รมว.พาณิชย์เบรกแผนแปรรูปตลาดทุนไม่มีกำหนด "จรัมพร" คาดส่งผลต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติ จากความไม่ชัดเจนด้านนโยบาย ด้านสมาคม บล.อ้อน รมว.คลังล้มแผนเปิดเสรีค่าคอมหันกลับมาใช้โครงสร้าง ขั้นบันได มองโบรกเกอร์ในไทยมีการแข่งขันอยู่แล้ว ด้านนักวิเคราะห์มองผลประกอบการกลุ่มหลักทรัพย์ปี 2554 ไม่สดใส หลังมีความเสี่ยงขาดทุนจากพอร์ตลงทุน

กบข.หลบทางหุ้นลงตราสารหนี้ ธนชาตฉวยโอกาสออกกองทุน
    กบข.แนะ "ออมต่อ รอจังหวะ" หลังสถานการณ์ลงทุนผันผวนอย่างหนักจากวิกฤตินี้ยุโรปและเศรษฐกิจสหรัฐที่ชะลอตัว  โดยปัจจุนถือครองหุ้นทั้งในและนอกประเทศ เหลือเพียง 16% ของพอร์ตมาเน้นลงทุนตราสารหนี้มากขึ้น ส่วนสมาชิกที่เกษียณในงบปี 2554 ขอรับเงินคืนตั้งแต่ตุลาคมนี้ ด้าน บลจ.ธนชาตออกกองทุนตราสารหนี้หลังทิศทางดอกเบี้ยส่อแววทรงตัวในช่วงสั้น

'วัตสัน' อัดงบ 250 ล้านบาท รุกตลาดค้าปลีกสุขภาพ-ความงาม
    วัตสันทุ่มงบ 250 ล้านบาท ประกาศกลยุทธ์ผู้นำอันดับ 1 ตลาดค้าปลีกเพื่อสุขภาพและความงามมั่นใจไตรมาส 4 รายได้เติบโต ตามเป้า

'เพซ ดีเวลลอปเมนท์' จ่อขายไอพีโอ 600 ล.หุ้น
    บมจ.เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น จ้องขายไอพีโอ 600 ล้านหุ้นหมายมั่นเข้าตลาด เอ็มเอไอ โลดแล่นในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ด้านผู้บริหาร "สรพจน์ เตชะไกรศรี" แพ็กกระเป๋าเข็นโครงการโรดโชว์ประเทศจีน เมืองปักกิ่งหรือเซี่ยงไฮ้ เดือนนี้หวังกระตุ้นนักลงทุนแห่ซื้อสินค้า ต่อยอดการลงทุนพร้อมชูนโยบายปันผลไม่ต่ำกว่า 40%

ARIP ไม่หวั่นถูกทิ้งมีคนอุ้ม ชูครึ่งหลังผลงานทะลุ 145 ล.
    ARIP ไม่หวั่นถูกธนาคารบีเอ็นพี ทิ้งหุ้น ระบุพื้นฐานแข็งแกร่ง ผลงานโตต่อเนื่อง ชี้หากถูกขายจริงจะมีสถาบันการเงินรายใหญ่เข้ามาถือหุ้นแทน เผยครึ่งหลังปี 2554 ฟอร์มเริ่ดกว่าครึ่งแรก ปีเดียวกันที่มีรายได้ 145.27 ล้านบาท อานิสงส์ เข้าช่วงไฮซีซันธุรกิจ

TAPAC ฟุ้ง Q4 ฟอร์มเริ่ด โบรกเชียร์ซื้อเป้า 3.50 บ.
    TAPAC ฟุ้ง Q4/2554 ผลงานแจ่มกว่า Q3/2554 ที่มียอดขาย 138.01 ล้านบาท รับอานิสงส์ช่วงไฮซีซันธุรกิจ พร้อมคอนเฟิร์มปีนี้รายได้ทะยานเกิน 10% จากปีก่อน หลังออเดอร์ทั้งใน-นอกพุ่ง แถมยิ้มเงินบาทอ่อนค่าช่วยหนุนรายรับการส่งออก ฟากโบรกเกอร์เชียร์ "ซื้อ"--จบ--
อังคาร 4 ต.ค.2554--eFinanceThai.com :
หนี้กรีซ ฉุดSETทิ้งดิ่ง

        เซียนหุ้น ฟันธง SETวันนี้ยังขาลง เหตุปัญหาหนี้กรีซกดดันสั่งเกาะติดการชำระหนี้ใกล้ชิด มองแนวรับสัปดาห์นี้อยู่ที่ 850 จุด แนะWait&See ฟากโบรกฯ ชี้ หากศก.ยุโรปวิกฤต ดัชนีเสี่ยงขาลงถึง 634 จุด เหมือนช่วงวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ เผยตลาดฯระยะกลาง-ยาวยังเสี่ยงสูง "ขุนคลัง" ระบุหุ้นไทยร่วงตามตลาดหุ้นทั่วโลก เชื่อเป็นแค่ระยะสั้น ด้าน"จรัมพร"เตือน ระมัดระวังการลงทุน
        ความกังวลต่อปัญหาหนี้สินของกรีซที่ยังไม่ชัดเจน จนส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลงในการซื้อขายเมื่อวันที่ 3 ต.ค. 54 โดยเฉพาะตลาดหุ้นไทยปิดตลาดดัชนีฯลงแรงเกือบ 50 จุด โดยปิดที่ 869.31 จุด ลดลง 46.90 จุด หรือ 5.12% ทั้งนี้ ยังต้องลุ้นว่ากรีซจะได้รับเงินช่วยเหลือรอบต่อไปในกลางเดือนต.ค.นี้จาก EU และ IMF มูลค่า 8.8 พันล้านยูโรหรือไม่ และหากได้รับการช่วยเหลือรอบนี้แล้ว กรีซจะผ่านพ้นการผิดนัดชำระหนี้ไปได้จริงหรือไม่ นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าภาคการผลิตของจีนและยอดค้าปลีกของเยอรมนีหดตัวลง และยังได้รับแรงกดดันจากข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสหรัฐกดดันอีกทาง
*เซียนหุ้น ชี้ SET วันนี้ยังขาลง ชี้ปัญหาหนี้กรีซกดดัน สั่งเกาะติดการชำระหนี้ใกล้ชิด ส่วนแนวรับสัปดาห์นี้ ประเมินอยู่ที่ที่ 850 จุด แนะWait&See
        นางสาวธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทย(3 ต.ค.54)ปรับตัวลดลงแรงกว่าที่หลายฝ่ายได้คาดการณ์ไว้ เนื่องจากได้รับปัจจัยกดดันจากต่างประเทศ โดยเฉพาะปัญหาหนี้สินในยุโรปกับการชำระหนี้ของประเทศกรีซที่จะมีขึ้นในช่วงกลางเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งหากกรีซผิดนัดชำระหนี้ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในประเทศแถบในยุโรปให้มีปัญหาเกิดขึ้นตามไปด้วย ซึ่งคงต้องติดตามต่อไปว่าจะสามารถชำระหนี้ได้ตามนัดหรือไม่ โดยตลาดหุ้นไทยได้เกิดแรงขายจากการตื่นตระหนกของนักลงทุน (Panic Sell) ทำให้นักลงทุนต่างชาติยังคงเทขายในหุ้นกลุ่มหลัก ทั้งกลุ่มธนาคารและกลุ่มพลังงาน ซึ่งเป็นหุ้นกลุ่มที่ชี้นำดัชนีตลาดหุ้นไทย
        สำหรับแนวโน้มดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยในวันนี้ คาดว่าจะยังเป็นขาลง เพราะปัญหาหนี้สินในประเทศแถบยุโรปยังไม่มีความชัดเจน โดยเฉพาะการชำระหนี้ของประเทศกรีซ ซึ่งยังต้องติดตามความคืบหน้าต่อไปว่าจะชำระหนี้ได้ตามนัดหรือไม่ รวมไปถึงการนัดหารือของผู้นำประเทศในแถบยุโรปว่าจะมีมาตรการเพิ่มเติมเพื่อ เข้ามาช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหาหนี้สินในแถบประเทศยุโรปได้อย่างไร ซึ่งเชื่อว่าหากมีความคืบหน้าในทิศทางเชิงบวกก็อาจจะส่งผลให้ตลาดหุ้นรี บาวน์ได้ในระยะสั้น แต่ยังมีกรอบที่จำกัด เพราะปัญหาหนี้สินในประเทศยุโรปยังไม่มีแนวทางแก้ไขที่ชัดเจนและเห็นสัญญาณ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
        กลยุทธ์การลงทุน แนะนำ Wait&See เพราะมองว่าตลาดฯยังอยู่ในทิศทางขาลง แต่หากดัชนีฯดีดตัวกลับก็ควรให้ขายหุ้นออกไปก่อน โดยประเมินแนวรับไว้ที่ 860-850 จุด ประเมินแนวต้าน 880-890 จุด
        นางสาวธีรดา กล่าวเพิ่มเติมว่า หากประเมินดัชนีตลาดหุ้นไทยตลอดทั้งสัปดาห์นี้ยังคงมีแนวโน้มที่จะเคลื่อนไหวอยู่ในทิศทางขาลง เพราะปัญหาหนี้สินในยุโรปยังไม่มีความชัดเจนในเชิงบวก แต่หากประเทศกรีซสามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนดก็อาจจะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวได้ในระยะสั้น โดยมีโอกาสขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 950 จุด แต่หากประเทศกรีซผิดชำระหนี้ก็จะส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลดลงได้ แต่ในเบื้องต้นได้ประเมินแนวรับระยะสั้นในสัปดาห์นี้ไว้ที่ 850 จุด
        อย่างไรก็ดีในช่วงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนตุลาคมนี้ก็จะมีการทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ของบริษัทจดทะเบียนในตลาหลักทรัพย์ฯ ซึ่งก็เชื่อว่าจะมีการเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นเพิ่มขึ้นตลอดไปจนถึงปลายเดือนตุลาคมนี้ แต่ในภาพรวมตลาดฯยังคงขึ้นอยู่กับปัจจัยในต่างประเทศ ทำให้ภาพรวมยังเป็นขาลง จากภาวะเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะปัญหานี้สินในยุโรปยังคงมีปัญหาอยู่
        ด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำถือเงินสดให้มากที่สุด แต่หากนักลงทุนสนใจในหุ้นควรเก็งกำไรในสัดส่วน 25% ของพอร์ต โดยเน้นเก็งกำไรในหุ้นที่มีข่าวหรือรับประโยชน์จากนโยบายภาครัฐและมีพื้นฐานดี โดยต้องเป็นหุ้น Defensive ประเมินแนวรับ 850 จุด แนวต้าน 890 จุด
*โนมูระ ชี้ หากศก.ยุโรปวิกฤต เสี่ยงดัชนีขาลงถึง 634 จุด เหมือนช่วงวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ มองตลาดฯช่วงกลาง-ยาวยังเสี่ยงสูงจากปัญหายุโรป
        บทวิเคราะห์หลักทรัพย์จาก บล.โนมูะ พัฒนสิน ระบุว่า แนวโน้มตลาดหุ้นเดือนตุลาคม เรามีมุมมองด้านลบต่อตลาดหุ้นระยะกลาง และมองโอกาส 50% อาจเกิดวิกฤตยุโรปนำไปสู่ปัญหาแบงก์ล้มและเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ทำให้ความเสี่ยงขาลงดัชนีฯอาจลงไปถึง 634-905 จุด อิง PER 7-9 เท่า เหมือน Hamberger Case สำหรับทางเทคนิคระยะ 3-6 เดือน ดัชนีฯฟอร์มเป็นรูปแบบขาลง แนวรับหลัก 871/848 แนวต้าน 950/972 จุด
        ส่วนแนวโน้มเดือนตุลาคม คาดดัชนีฯผันผวนสูงตามข่าว แนวทางแก้ปัญหาหนี้ยุโรป ซึ่งระยะกลาง-ยาว คาดว่าตลาดยังมีความเสี่ยง เพราะปัญหาหนี้ยุโรปยังต้องใช้เวลาในการปรับโครงสร้าง ผ่านการเพิ่มทุนของแบงก์ที่ถือตราสารหนี้ยุโรปจากการขาดทุนเงินลงทุนตรสารหนี้ยุโรป
        ดังนั้นข่าวดีต่อมาตรการแก้ปัญหาหนี้ยุโรปในเดือนนี้ เราคาดเป็นเพียงปัจจัยหนุนการรีบาวน์ของดัชนีฯระยะสั้น
        กลยุทธ์รายเดือน แนะนำ Short term trading โดยเน้นหุ้นที่มี Earning cushion ปันผลสูง
Investment theme :
        (+) คาดกำไรดีขึ้น (3Q1F) แบงก์ (รับปันผลวายุภักดิ์ KTB SCB BAY) ยานยนต์ (Supply chain กลับมาผลิตได้ตามปกติ),Special event drive earning THCOM (พลิกมีกำไร),MINT,THAI (FX Gain และกลับรายการสำรองค่าใช้จ่ายคดี Anti trust) RATCH (รับรู้รายได้ TSI fund)
        (-) กำไรมีแนวโน้มแย่กว่าตลาดคาด กลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ โรงกลั่น (ขาดทุนสต็อกน้ำมัน) TVO STA,AOT FX Loss,BLA และกลุ่มหลักทรัพย์ อาจมีผลขาดทุนจากพอร์ตลงทุน
        (+) ปันผลดี DTAC INTUCH DCC LHBANK
        (+) Special events driven LHBANK
* ทิสโก้ ชี้ หากดัชนีฯ หลุด 865 จุดจะเป็นสัญญาณลงต่อเนื่อง 4 สัปดาห์เดือนนี้ สู่แนวรับ 760 จุด
        บทวิเคราะห์ บล.ทิสโก้ ระบุว่า แนวโน้มเดือน ต.ค. ; คาด SET แกว่งตัว (Sideways) กรอบ 870 – 950 จุด SET เปิด GAP ขาลง กว้าง 17 จุด ที่ 972 – 990 จุด กลายเป็นแนวต้านที่ 990 จุด เดือน ต.ค. 54 – เก็งกำไรผลประกอบการไตรมาส 3 บวก SET ลงแรงมา 2 เดือนแล้ว แนวโน้ม 2 สัปดาห์นี้ ; คาด SET แกว่งตัว ( Sideways ) กรอบ 900 – 950 จุด รอ Break Out หาก SET ขึ้นทะลุ 955 จุด จะเกิด Buy Signal ไป 990 จุด ( ขึ้นปิด GAP แล้วลง ) ในกรณีแย่กว่าคาด หาก SET ลงต่ำกว่า 900 จุด จะเป็นสัญญาณลบ SET จะซึมลงทดสอบแนวรับ 870 จุด ( หลุด 865 จุดจะเป็นสัญญาณลงต่อเนื่อง 4 สัปดาห์สู่แนวรับ 760 จุด
*รมว.คลังเผยหุ้นไทยร่วงตามตลาดหุ้นทั่วโลกเชื่อเป็นแค่ระยะสั้น
        นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ร่วงแรงในขณะนี้ เป็นการตอบรับระยะสั้นจากตลาดหุ้นทั่วโลก หลังนักลงทุนต่างชาติต้องเร่งขายหุ้นในเอเชีย เพื่อนำเงินไปคืนผู้ถือหน่วยลงทุนที่วิตกต่อปัญหาเศรษฐกิจโลก ไม่ได้เกิดจากปัญหาบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือปัญหาที่เกิดขึ้นในบ้านเราเอง ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นการตอบรับระยะสั้นจากตลาดหุ้นทั่วโลกเท่านั้น นักลงทุนในตลาดหุ้นไม่ควรตื่นตามการขายของนักลงทุนต่างประเทศ แต่ควรลงทุนระมัดระวังและทำใจเรื่องการลงทุนไว้หน่อย
        "นักลงทุนต่างชาติถูกบังคับขายจากการถอนหน่วยลงทุนของผู้ลงทุน จึงต้องการสภาพคล่องซึ่งต่างชาติลงทุนในตลาดเอเชียมาก ดังนั้นจึงต้องการเงินเพื่อไปคืนผู้ถือหน่วย "รมว.คลังกล่าว
        อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าจากปัจจัยพื้นฐานของไทยที่แข็งแกร่ง ในช่วงต่อไปนักลงทุนต่างชาติจะกลับมาลงทุนในตลาดหุ้นเอเชีย เนื่องจากยังเป็นตลาดที่มีศักยภาพ ซึ่งยังบอกไม่ได้ว่านักลงทุนจะขายอีกนานเท่าไหร่และจะกลับมาลงทุนเมื่อไร
        "จรัมพร" ชี้เหตุหุ้นไทยร่วงแรงเพราะความไม่ชัดเจนปัญหาหนี้ยุโรป แนะ นลท. ระมัดระวังการลงทุนให้มาก แถมยันระบบเทรดไม่มีปัญหาเพราะวอลุ่มไม่เยอะ
        นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวถึง สถานการณ์ตลาดหุ้นไทยในช่วงเช้าวันนี้ที่ปรับตัวลดลงเกือบ 5% ว่า เกิดจากความกังวลของนักลงทุนต่อความไม่ชัดเจนของสถานการณ์ในสหรัฐฯ ซึ่งยังมีข้อขัดแย้งและทำให้ภาคการฟื้นตัวของยุโรปดูลำบากมากขึ้น ซึ่งนักลงทุนยังคงต้องติดตามการแก้ไขปัญหาจากในยุโรปอย่างต่อเนื่อง ตราบใดที่ยังไม่สามารถทราบมาตรการในการแก้ไขปัญหา รวมถึงความเสียหายที่ชัดเจนก็อาจทำให้นักลงทุนกังวลต่อปัจจัยข่าวต่างๆ
        อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตลาดหลักทรัพย์ยังไม่ได้รับการติดต่อจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในการดำเนินงานตามปกตินั้นจะมีขั้นตอน โดยหากดัชนีปรับตัวลดลงถึงระดับ 5% จะต้องทำการรายงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และหากปรับตัวลดลงถึง 10% จะดำเนินการเซอร์กิต เบรกเกอร์ ตามลำดับ อย่างไรก็ตามยังคงยืนยันว่าระบบการทำงานของตลาดหุ้นยังมีความสมบูรณ์และไม่มีปัญหาเชิงเทคนิค เนื่องจากปริมาณการซื้อขายในวันนี้ไม่มาก จึงทำให้มั่นใจว่าจะไม่เกิดปัญหาเช่นเดียวกับเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา
        สำหรับแนวทางที่จะให้บริษัทจดทะเบียนมาซื้อหุ้นคืนเพื่อพยุงราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์นั้น ยอมรับว่ามีแนวคิดดังกล่าว แต่ขณะนี้ยังไม่มีความรุนแรงถึงจุดที่จะต้องดำเนินการดังกล่าว
        นายจรัมพร เปิดเผยด้วยว่า ได้รับแจ้งจากนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ให้ชะลอแผนการแปรรูปตลาดทุนไทยอย่างไม่มีกำหนด โดยมีเหตุผลว่าตลาดทุนไทยยังสามารถแข่งขันได้แม้ไม่มีการแปรรูปดังกล่าว ทั้งนี้จะส่งผลทำให้แผนการเปิดเสรีตลาดทุนไทยชะลอออกไปเช่นกัน ดังนั้นจะมีการนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการสภาตลาดทุน ซึ่งคาดว่าจะสามารถจัดตั้งได้ในเร็วๆ นี้ เพื่อหารือในเชิงนโยบาย
        อย่างไรก็ตาม ในส่วนการดำเนินงานของตลาดยังคงดำเนินงานตามปกติตามแผนการเดิม เนื่องจากได้มีการลงทุนในหลายส่วนแล้ว ทั้งด้านไอที การขยายฐานนักลงทุน และแผนลงทุนในตลาดต่างประเทศ รวมทั้งระดับอาเซียน ซึ่งถือว่าเป็นไปตามแผนยกระดับตลาดทุนไทยที่ได้วางแผนไว้ก่อนหน้านี้
        ทั้งนี้ยอมรับว่าอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนต่างชาติที่จะมองถึงความไม่ชัดเจนในการดำเนินงานของนโยบายของไทย แต่โดยส่วนตัวเชื่อว่าเป็นมุมมองที่ผิด เนื่องจากมั่นใจว่าตลาดทุนไทยมีศักยภาพในการเติบโตได้ดี อีกทั้งยังมีแนวโน้มที่ดีจากความสามารถ ส่วนนักลงทุนในไทยทั่วไปเชื่อว่ามีผลกระทบต่อความเชื่อมั่น เนื่องจากเรื่องดังกล่าวไม่ได้เป็นผลกระทบโดยตรงต่อตัวนักลงทุน
        นอกจากนี้ ยังประเมินว่าการชะลอแผนแปรรูปดังกล่าวอาจส่งผลทำให้ตลาดทุนมีความตื่นตัวในอัตราที่ช้าลง จากเดิมที่เมื่อมีแผนการจะทำให้ตลาดมีความตื่นตัวเพื่อรองรับการแข่งขันในอนาคต
        'ตอนนี้แผนแปรรูปชะลอแล้ว ท่านรองนายกฯ ได้แจ้งผ่านวาจาและสื่อ โดยท่านยืนยันว่าสามารถแข่งขันได้โดยไม่ต้องแปรรูป ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีกำหนดว่าจะชะลอไปถึงเมื่อไหร่ แต่งานต่างๆ ก็ยังทำอยู่ตามปกติเพราะเรามีการลงทุนไปแล้วหลายๆ ด้าน ซึ่งเป็นไปตามแผนยกระดับตลาดทุนไทยด้วย จากนี้จะมีการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสภาตลาดทุนในการประชุมรอบหน้า เพื่อคุยกันในเชิงนโยบาย' นายจรัมพร กล่าว
*เลขาฯ สมาคมนักวิเคราะห์ เผย ระยะสั้นทุนนอกยังไหลออกจากตลาดฯ ได้อีก แต่ชี้ พื้นฐานศก.ไทยยังดี แนะเก็บหุ้นปันผลแจ่ม
        นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการสมาคมนักวิเคราะห์ กล่าวว่า ระยะสั้นตลาดหุ้นไทยยังมีโอกาสเงินไหลออกอีก สาเหตุมาจากนักลงทุนยังวิตกกังวลกับปัญหาเศรษฐกิจในยุโรปที่ยังเสี่ยงอยู่มาก แต่พื้นฐานเศรษฐกิจของไทยยังดีอยู่ นักลงทุนควรรอช่วงเก็บหุ้น
        ทั้งนี้มองว่าระยะสั้นโอกาสทำกำไรยังลำบาก แต่ระยะยาวแนะนำให้ซื้อหุ้นปันผล และทยอยสะสม LTF ซึ่งการที่เศรษฐกิจไทยพื้นฐานยังดี จึงเป็นโอกาสของนักลงทุนจะซื้อหุ้นปันผล และได้ผลกำไรจนถึงปี 2556
 * กิมเอ็ง ปรับลดน้ำหนักการลงทุนหุ้นไทย ในเดือน ต.ค.นี้ สู่ "Neutral-to-Negative" จาก NEUTRAL เหตุปัจจัยนอกเสี่ยงสุดๆ
        บทวิเคราะห์ บล.กิงเอ็ง ระบุว่า การลงทุนตลอดเดือนก.ย.ที่ผ่านมา เต็มไปด้วยปัจจัยเสี่ยงจากต่างประเทศโดยเฉพาะฐานะการคลังในกรีซ หลังการประชุมระหว่าง กรีซ – IMF – EU วันที่ 2 ก.ย. เลื่อนออกไปจนถึงวันที่ 3 ต.ค. ระหว่างนั้น สภาพคล่องทางการเงินของระบบสถาบันการเงินในอียูเริ่มตึงตัว การรายงานจาก ECB พบว่าเงินฝากในสถาบันการเงินของยุโรปเริ่มลดลง ECB ต้องขอรับความช่วยเหลือจากธนาคารกลาง 4 ประเทศในการรับสินเชื่อสกุลเงินดอลลาร์ เพื่อนำไปปล่อยสินเชื่อให้แก่ธนาคารในยุโรปอีกทอดหนึ่ง รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจในสหรัฐฯ ออกมาแย่กว่าที่ตลาดคาดการประชุมเฟดออกมาส่งสัญญาณเตือนเศรษฐกิจสหรัฐฯ ตกอยู่ในภาวะเสี่ยงอย่างมีนัยยะสำคัญ IMF ออกมาปรับลดเศรษฐกิจโลกปีนี้และปีหน้าลง กลายเป็นเหตุให้เกิด Unwind US Dollar Carry Trade ทั่วโลก กดดันให้ SET INDEX หลุด 1,000 จุด วันที่ 22 ก.ย. มาปิด ณ วันที่ 23 ก.ย.ที่ 958.16 จุด ลดลง 111.89 จุด จาก ณ สิ้นเดือนส.ค.
        มุมมองต่อการลงทุนในเดือนต.ค. KimEng ลดน้ำหนักการลงทุนเป็นเดือนที่ 3 สู่ "Neutral-to-Negative" จาก NEUTRAL เดือนก.ย. ทั้งนี้ปัจจัยสำคัญต่อการกำหนด Downside Risk ของตลาดหุ้นทั่วโลก รวมถึงตลาดหุ้นไทยคงหนีไม่พ้น
        1. กรีซจะได้รับเงินช่วยเหลือรอบที่ 6 หรือไม่ : ตามตารางเวลาจะมีการประชุมระดับผู้นำของกรีซ - IMF -EU วันที่ 3 ต.ค. คาดว่าจะพิจารณาอนุมัติเงินช่วยเหลือ 6 พันล้านยูโรในกลางเดือนต.ค. แต่ประเด็น ที่ตามมาคือ เงื่อนไขเพิ่มเติมในการรับเงินช่วยเหลือรอบที่ 2 แต่หากไม่ผ่านภายในสิ้นเดือนต.ค. อาจทำให้รัฐบาลกรีซไม่มีเงินมาชำระหนี้และค่าใช้จ่ายได้
        2. การครบกำหนดของพันธบัตรอิตาลี และสเปน : วงเงิน 1.35 หมื่นล้านยูโรของอิตาลี ณ สิ้นเดือนก.ย. และ 1.41 หมื่นล้านยูโรของสเปน ณ สิ้นเดือนต.ค.
        3. การขยายวงเงิน EFSF : ตลาดเชื่อว่าสภาฯ เยอรมันจะอนุมัติผ่านร่างดังกล่าวและจะทำให้ประเทศสมาชิกอื่นๆ ในกลุ่มอียู อนุมัติตามมา ทำให้เงินกองทุนดังกล่าวจะถูกขยายได้เต็มจำนวนที่ 4.4 แสนล้านยูโร ภายในกลางเดือน ต.ค. แต่ประเด็นอยู่ที่ วงเงินดังกล่าวอาจไม่เพียงพอต่อการรักษาเสถียรภาพระบบสถาบันการเงินในกลุ่มยุโรปได้เช่นกัน ณ ปัจจุบันมีการคาดไว้สูงถึง 9.0-10.0 แสนล้านยูโร
        4. ความคืบหน้าของแผนกระตุ้นการจ้างงานและภาษีของสหรัฐฯ : คาดว่าตลอดเดือน ต.ค. จะมีการหารือ และการโต้แย้งจากพรรคฝ่ายค้าน Republican อย่างแน่นอน อาจกลายเป็นความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ระยะกลางถึงยาว
        5. งบ 3Q54 ธนาคารในสหรัฐฯ : อาจเริ่มส่งสัญญาณเสี่ยงต่อการตัดเงินลงทุน/ตั้งสำรองจากพันธบัตรรัฐบาลกรีซ / อิตาลี ที่ราคาปรับตัวลงอย่างมีนัยสำคัญในเดือนก.ย. นี้ แม้ว่าจะไม่มาก แต่กลายเป็นจุดเสี่ยง
        ด้านปัจจัยในประเทศ ดูเหมือนว่ากลุ่มธนาคารจะเสี่ยงมากขึ้น ทั้งในแง่ของสินเชื่อเดือนก.ย. ที่น่าจะออกมาแย่กว่าคาด เพราะปัญหาน้ำท่วมในหลายจังหวัด รวมถึงโอกาสเห็นความผิดหวังจากผลการดำเนินงาน 3Q54 ของกลุ่มธนาคารมีมากขึ้น เพราะหากย้อนกลับไปในช่วงที่งบ 2Q54 ของกลุ่มนี้ออกมาดีกว่าคาด กลายเป็นจุดที่ตลาดปรับประมาณการปีนี้และปีหน้าขึ้นอย่างโดดเด่นนั้นย่อมเท่ากับว่าตลาดมีมุมมองเชิงบวกต่อผลการดำเนินงานใน 2H54 และปีหน้าไปมากแล้ว โอกาสเกิด Positive Surprise เหมือนกับ 2Q54 เป็นไปได้ยาก แต่ในทางตรงกันข้าม หากออกมาแย่กว่าคาด บวกกับภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่เสี่ยงต่อการเติบโตในระดับต่ำ กลายเป็นจุดที่จะมีการปรับประมาณการลงได้เช่นกัน
        เมื่อภาพการลงทุนในเดือนต.ค. เต็มไปด้วยประเด็นเสี่ยงทั้งในและต่างประเทศ เงินทุนต่างชาติที่คาดว่าจะชะลอตัวลงต่อเนื่องจากเดือนก.ย. KimEng ปรับช่วงด้านล่างและด้านบนลงเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกันสู่ (820) 850-950 (980) จุด จากเดือนก่อนหน้า (1,000) 1,020-1,080 (1,100) จุด
        ภาวการณ์ลงทุนในเดือนต.ค.ผ่านมุมมองของ KimEng มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากปัจจัยภายนอก ขณะที่แนวโน้มผลการดำเนินงาน 3Q54 ของกลุ่มธนาคารอาจไม่โดดเด่น กลายเป็น Downside Risk ที่เปิดมากขึ้น ดังนั้นการเลือกหุ้นในเดือนต.ค. จึงควรเป็นหุ้นกึ่ง Defensive พร้อมปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งอย่าง HMPRO , PYLON , RATCH และ TCAP
        กระแสเงินเงินทุนต่างชาติไหลออกจากตลาดหุ้นเอเชียหนาแน่นในเดือนก.ย. นำโดยตลาดหุ้นไต้หวัน เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย ไทย และฟิลิปปินส์ (ยกเว้นตลาดอินเดียที่กลับมาซื้อสุทธิเล็กน้อย US$232.5 ล้าน) คิดเป็นมูลค่าขายสุทธิรวม US$5.5 พันล้าน จากความกังวลต่อปัญหาหนี้สินยุโรปทวีความรุนแรงมากขึ้นและอาจกระทบต่อระบบสถาบันการเงินของยุโรป กอปรกับความกังวลว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจกลับเข้าสู่ภาวะถดถอยอีกครั้ง หลังแถลงการณ์ของประธานเฟดระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้กระแสเงินทุนไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกอย่างหนักเพื่อลดความเสี่ยง หากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจอีกระลอก
        สำหรับภาพรวม SET INDEX เดือนก.ย. ปรับฐานลงแรงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 จากแรงกดดันประเด็นภายนอกประเทศ เป็นหลักจากความกังวลต่อปัญหาหนี้สินยุโรป และแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ กดดันให้ SET INDEX ปรับฐานลงแรง 10.5% MTD แต่ยัง Outperform ดัชนี MSCI Asia Pacific ex Japan ที่ปรับตัวลงถึง 15.2% MTD ทำให้ล่าสุดผลตอบแทน YTD ของ SET INDEX อยู่ที่ -7.2% เทียบกับ MSCI Asia Pacific ex Japan ที่ -22.4% YTD คิดเป็น Premium สูงถึง 15.1% เพิ่มขึ้นจาก 11.9% ในเดือน ส.ค. (ข้อมูล ณ วันที่ 23 ก.ย.)
จันทร์ 3 ต.ค.2554--ปัจจัยที่มีอิทธิต่อตลาด :
กลยุทธ์ลงทุนพื้นฐาน : บล.ไอร่า

        3 ตค    สหรัฐประกาศค่าใช้จ่ายก่อสร้าง และ ดัชนีภาคการผลิต
        3-7 ตค    วุฒิสหรัฐลงมติร่างกม.ตอบโต้จีน
        4 ตค            สหรัฐประกาศยอดสั่งซื้อโรงงาน
        4 ตค            ประชุมครม. มาตรการบ้านหลังแรก
        5 ตค            สหรัฐประกาศจ้างงานทั่วประเทศ, ดัชนีภาคบริการ
        6 ตค            สหรัฐประกาศสวัลดิการว่างงาน
        7 ตค            สหรัฐประกาศจ้างงานนอกภาคเกษตร และข้อมูลสต็อกสินค้า
        19 ตค          ธปทประชุมกำหนดทิศทางดอกเบี้ย -ลดดอกเบี้ย?
        21 ตค          PTTGC (PTTCH + PTTAR) จะเข้าซื้อขาย
        ตค 54          พาณิชย์จะพิจารณาราคาเหล็ก?
        ตค 54          เปิดซองสีแดงสัญญา 1 & 2?
        1-2 พย        สหรัฐประชุมกำหนดทิศทางดอกเบี้ย
        2-3 พย         ประชุม G20 ที่ฝรังเศส เรื่องทางออกยุโรป
        30 พย          ธปทประชุมกำหนดทิศทางดอกเบี้ย
        พย.54          Toyota คาดการผลิตรถยนต์เช่าสู่ภาวะปกติ
        13 ธค          สหรัฐประชุมกำหนดทิศทางดอกเบี้ย
        Q4/54         TOT สามารถใช้ 3G เต็มรูปแบบ ในกทม.และปริมณฑล
        ธค 54          มาตรการลดภาษีและสวัสดิการว่างงานฉุกเฉิน
        ธค 54          Goldman Sacks คาดเฟดออก QE3
        ปี 54           ตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานในอาเซียน (AIF) เริ่มวงเงิน US$600mn
        ปลายปี 54       เริ่มสร้าง High Speed Train จากหนองคาย- กทม-ปาดังเบซาร์
        ปี 55           ลดภาษีนิติบุคคลเหลือ 23%
        11 สค 55       คุ้มครองเงินฝากไม่เกิน 1ล้านบาท
        ปลายปี 55      จีนเลือกหัวหน้าพรรคคอมมิวนิสต์ใหม่
        ปี 56           ลดภาษีนิติบุคคลเหลือ 20%
        มิย 56          สหรัฐเลิกนโยบายดอกเบี้ยต่ำ
        ปี 56           VAYU1 หมดอายุ
        ปี 56           ปิดกองทุนฟื้นฟู
        ปี 58           ประชาคมอาเซียน (One Asean)
        ปี 58           ลอยตัวพลังงานทุกชนิดในปี 2558