จันทร์ 3 ต.ค.2554--ข่าวหุ้น :
สรุปข่าว หนังสือพิมพ์ข่าวหุ้น

BAY บุ๊คพิเศษ 5 พันลบ. ดันกำไร Q3 รวด 26% ลูบปากยกซดสินเชื่อรถยนต์ใหม่โต 40%
     ธนาคารกรุงศรีฯ (BAY) รับส้มหล่นนโยบายรถคันแรกสินเชื่อรถใหม่แตะ 40% ของพอร์ต เผยไตรมาส 3/54 กำไรเฉียด 2.9 พันล้านบาท  เพิ่มขึ้น 26% จากการรับกำไรขายหนี้เสียกว่า 5 พันล้านบาท เล็งปล่อยอีก 4 พันล้านบาทในไตรมาส 4/54 กดเอ็นพีแอลสิ้นปีจบ 3% โบรกแนะนำ "ซื้อ" ให้ราคาเป้าหมาย 33 บาท/หุ้น เหลืออัพไซด์ 62.6%

เปิดโผ 15 หุ้น อันตราย บีเอ็นพีฯ ถือหุ้นเพียบ
     เปิดโผ 15 หุ้นที่ "บีเอ็นพี พารีบาส์" ธนาคารฝรั่งเศสถืออยู่ เตือนนักลงทุนระวังหุ้นอันตราย เสี่ยงสูงถูกทิ้งหากกรีซผิดนัดชำระหนี้ กรณีซ้ำรอยเลห์แมน บราเธอร์ส ส่วนใหญ่เป็น SET50 มีทั้ง TTCL, ARIP, BEC, BH, CPN, DELTA, HANA, HMPRO, ITD, KTB, LPN,PTTEP, SCB, SCC และ RCL

ธอส.อัดงบ 0% บ้านหลังแรก
     คลังเสนอแพ็กเกจบ้านหลังแรก เข้า ครม.อังคารนี้ แบ่งเป็น 2 ส่วน มาตรการภาษีเพิ่มเติมเป็นหักภาษีได้โดยตรง 10% ของราคาบ้านราคาไม่เกิน 5 ล้าน และมาตรการด้านดอกเบี้ย กดดอก 0% นานสุด 3 ปี ราคาไม่เกิน 2 ล้าน รวมบ้านมือสองด้วย

กองทุนเซ็งวิชั่น 'ธีระชัย'
     ผู้จัดการกองทุนรับหากคลังปรับลดวงเงินลดหย่อนภาษีแอลทีเอฟ อาร์เอ็มเอฟ จะมีผลกระทบต่อยอดขายทันที ลุ้นอย่าเพิ่งใช้ในปีนี้ หวั่นกระทบยอดช่วงปลายปีในงานลดภาษีนาทีสุดท้าย

ปตท.เฮรับขึ้น LPG-NGV
     ปตท.ข่าวดี กพช. ไฟเขียวขึ้นราคา LPG-NGV ต้นปีหน้า ปลดภาระขาดทุนเดือนละ 1,000 ล้านบาท โบรกฯ แนะซื้อหุ้น PTT เพราะได้ประโยชน์จากการปรับโครงสร้างราคาพลังงาน

TRC ลุ้นงานใหม่ 'โอมาน' พันล้าน รายได้ ตปท.30%
     จ่อเข้ารับงานแอฟริกาตั้งเป้า 3 ปี สัดส่วนรายได้ต่างประเทศเพิ่มเป็น 30% จากปัจจุบันอยู่ที่ 10% ของรายได้รวม ขณะที่เดินหน้าเข้าประมูลงานโอมานเพิ่มมูลค่า 1,000 ล้านบาท แย้มแนวโน้มผลงานไตรมาส 3/54 ฟื้นตัวกำไรสุทธิดีกว่าไตรมาส 2/54 ที่ 18 ล้านบาท

UAC การันตีรายได้ครึ่งหลังเด้ง ลูกค้าปิโตรเคมีฟื้นตัว แบ็กล็อกเกิน 300 ล้าน
     UAC ลั่นรายได้ครึ่งปีหลังเด้ง เนื่องจากมีแบ็กล็อกมากกว่า 300 ล้านบาท อานิสงส์ลูกค้ากลุ่มปิโตรเคมีฟื้น คุยไตรมาส 3/54 ผลประกอบการสวยรับรู้งานในมือกว่า 80% บวกรายได้โครงการไบโอดีเซลเติบโตจากไตรมาสก่อน ด้านเคมีภัณฑ์ส่งไปตะวันออกกลางเริ่มมีออเดอร์เข้ามา

PS หลุดเป้า 4.2 หมื่นล้าน เจอลูกค้าชะลอซื้อบ้าน เลื่อนเปิดบางโครงการปีหน้า
     PS แย้มยอดขายปีนี้ต่ำกว่าเป้า 4.2 หมื่นล้าน หลังล่าสุดมียอดขาย 2.5 หมื่นล้าน เหตุภาวะตลาดไม่เอื้ออำนวย บวกนโยบายรัฐบาลไม่ชัดเจน กระทบลูกค้าชะลอซื้อ อีกทั้งเลื่อนเปิดโครงการใหม่บางส่วนปีนี้ไปเปิดปีหน้า ส่วนรายได้ปีนี้คาดใกล้เคียงเป้า 3.2 หมื่นล้าน

AIS หวังรัฐปลดแอกสัมปทาน เดินหน้าลุยประมูลไลเซนส์ 3G
     ADVANC หวังรัฐปลดแอกระบบสัมปทานเดินเครื่องประมูล 3จี ปี 2555 หลัง กสทช.ร่างแผนแม่บทคลื่นความถี่แล้วเสร็จ หวั่นภาคธุรกิจเสียผลประโยชน์ สกัดการประมูล 3จี อีก "สุรนันท์" แนะ รัฐวิสาหกิจยอมรับระบบไลเซนส์ใหม่

TOP ขานรับอานิสงส์ โรงกลั่นเชลล์ไฟไหม้ มาร์จิ้น-สเปรดเพิ่ม
     นายสุรงค์ บูลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP เปิดเผยว่า จากกรณีที่โรงกลั่นเชลล์ในสิงคโปร์ไฟไหม้ จะส่งผลให้ซัพพลายหายไปจากตลาด  เนื่องจากโรงกลั่นดังกล่าวมีกำลังการกลั่นมากถึง 5 แสนบาร์เรลต่อวัน อย่างไรก็ตามคาดว่าจะทำให้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้น

'สุกำพล' ป้องทอท.ไม่บกพร่อง "สมชัย" เร่งถกด่วนปัญหาปาร์คกิ้งฯ วันนี้
     "สุกำพล" ป้องทอท.ยันขอเวลาเตรียมความพร้อมก่อนส่งมอบ ด้าน "สมชัย" เร่งถกปัญหาด่วนวันนี้ (3 ต.ค.) "ธนกฤติ" ส่งหนังสือร้องประธานบอร์ด ทอท. คนใหม่ จี้ส่งมอบพื้นที่โดยเร็ว ย้ำหากยืดเยื้ออาจร้องเรียนถึง "ยิ่งลักษณ์"

วิกฤติหนี้ยูโรโซนยังคงฉุดหุ้นทั่วโลก หุ้นยุโรปดิ่งรายไตรมาสมากสุดนับแต่เลห์แมนฯ ล้ม
     หุ้นดิ่งทั่วโลกในวันศุกร์ที่ผ่านมา หุ้นยุโรปปรับตัวลงรายไตรมาสมากที่สุดนับตั้งแต่เลห์แมน บราเธอร์ล้มเมื่อสามปีก่อน เนื่องจากนักลงทุนยังคงหมกมุ่นอยู่กับวิกฤติหนี้ยูโรโซน และการชะลอตัวทั่วโลก

หุ้นทั่วโลกจะฟื้นตัวจากฝันร้ายปีหน้า
     ผลสำรวจชี้ ตลาดหุ้นทั่วโลกจะฟื้นตัวจากฝันร้ายของปีนี้ ในปี 2555 โดยคาดว่า ดัชนีหุ้นสำคัญ ๆ ทุกตัวในโลกจะส่งท้ายปี 2554 ในแดนลบ  ยกเว้นดัชนีดาวโจนส์และดัชนีคอสปิของเกาหลีใต้ที่คาดว่าจะดีดตัวขึ้น

"ปู" สอบตกแก้น้ำท่วม
     เอแบคโพลล์ระบุ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ สอบตกแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ 4.67 คะแนนจากเต็มสิบ เพราะแก้ปัญหาไม่ทั่วถึง   การช่วยเหลือหน่วยงานรัฐบาลไม่ครอบคลุมและไม่เท่าเทียมแถมประชาชนเชื่อรัฐบาลเลือกปฏิบัติการช่วยเหลือแบบสองมาตรฐาน

ไทยสมุทรฯ ช้อปบอนด์นอก หาจังหวะเหมาะลงทุนยังไม่เสี่ยงลุยหุ้น
     ไทยสมุทรประกันชีวิต เล็งลงทุนตราสารหนี้นอก หลังภาวะตลาดทุนผันผวนหนัก เพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มผลตอบแทนให้กับลูกค้า ทั้งนี้ อยู่ระหว่างทำการศึกษารับตราสารหนี้แถมเอเชียเหมาะลงทุนมากที่สุด ส่วนตราสารทุนคงสัดส่วนเดิมที่ 1% คิดเป็น 700 ล้านบาท แม้ราคาหุ้นดีช่วงนี้ถูกก็ตาม

ธปท.มองศก.ส.ค.ฟื้นตัว จับตาน้ำท่วม-ศก.โลกหด
     ผู้บริหาร ธปท. เผยเศรษฐกิจไทยในเดือน ส.ค. ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับเดือน ก.ค. โดยเฉพาะด้านการผลิต ทั้งในภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตรที่กลับมาขยายตัวอีกครั้ง หลังจากที่หดตัวไปในเดือนก่อนหน้า

TISCO ขอจัดหนักส่ง BE 7ด. ดบ.4.5% ดูดลูกค้าเงินฝาก
     ธนาคารทิสโก้ (TISCO) สบช่องหลังดอกเบี้ยเริ่มทรงตัว ชิงจังหวะออกตั๋วแลกเงินพิเศษอายุ 7 เดือน ให้ดอกเบี้ย (ดบ.) สูงถึง 4.5% ต่อปี หวังช่วงชิงลูกค้าเงินฝากตอนดอกเบี้ยขาขึ้น

ออมสินเปิด ตัวเงินฝากส่ง 15 ปี ดอกเบี้ยสูงปรี๊ด
     แบงก์ออมสินออกเงินฝาก 3 รูปแบบใหม่ ดอกเบี้ยสูงสุด 4.98% แถมคุ้มครองชีวิต

คลังกลุ้มเงินหมดหน้าตัก ค้ำประกันจำนำข้าว 4 แสนล. เริ่ม 7 ต.ค.นี้
     กระทรวงการคลังคิดไม่ตก กรอบวงเงินค้ำประกันเงินกู้ปี 2555 ไม่พอให้ ธ.ก.ส.รับจำนำข้าวครบ 4.1 แสนล้าน ระบุแค่รายเดียวก็เต็มเพดาน รัฐวิสาหกิจรายอื่นป่วนแน่ ทั้ง ร.ฟ.ท. และขสมก. ด้าน ธ.ก.ส.ยืนยันเริ่มรับจำนำวันที่ 7 ตุลาคมนี้ ลุ้นชาวนามาไม่ครบ

ปรับเพิ่มมาร์จิ้นฟิวเจอร์ส เซ็ต 50-โกลด์และดอกเบี้ย
     ตลาดอนุพันธ์เผยสำนักหักบัญชีประกาศปรับเพิ่มอัตรามาร์จิ้นของ SET50 ฟิวเจอร์ส โกลด์ฟิวเจอร์ส และฟิวเจอร์สของดอกเบี้ย เนื่องจากสภาวะความผันผวนของตลาดที่เพิ่มสูงขึ้น โดยมีผลตั้งแต่วันศุกร์ที่ 7 ต.ค.นี้ พร้อมประกาศอัตรามาร์จิ้นของน้ำมันดิบล่วงหน้า (Oil Futures) ที่จะเริ่มซื้อขายในวันจันทร์ที่ 17 ต.ค.นี้

โบรกฯ แนะตั้งการ์ดให้แน่น กรอบสัปดาห์นี้ 900-940 จุด เลี่ยงพลังงาน
     นักวิเคราะห์มองหุ้นไทยสัปดาห์นี้แบบไซด์เวย์ กรอบเคลื่อนไหวอยู่ที่ระหว่าง 900-940 จุด ด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำนักลงทุนเล่นระยะสั้น เน้นในกรอบรายวัน ส่วนนักลงทุนระยะกลางถึงระยะยาว ให้ชะลอการลงทุน โดยรอดูแนวโน้มตลาดก่อนเป็นหลัก แนะเลี่ยงกลุ่มพลังงาน --จบ--
จันทร์ 3 ต.ค.2554--ทันหุ้น :
สรุปข่าว หนังสือพิมพ์ทันหุ้น

จังหวะสอยของถูก 'CENTEL' Q3 เจ๋งเซ็นทรัลเวิลด์-ภูเก็ตดัน
     บิ๊ก CENTEL นอนตีพุง Q3 ผลงานดีเริ่ด อัตราเข้าพักกระฉูด แตะ 65% สูงขึ้นจากปีก่อนที่เฉลี่ย 53% หลังได้ดีเซ็นทรัลเวิลด์-ภูเก็ต ดันยอดพักพุ่งปรี๊ด 70% ส่วน Q4 โตต่อ รับผลบวกไฮซีซันเต็มที่ กูรูส่องราคาหุ้นรูด 32% จากระดับ 12.00 บาท ชี้ช่องลงทุนเป็นจังหวะเก็บของถูกเข้าพอร์ต

TOP รับโรงกลั่น Shell ไฟไหม้ ค่ากลั่น 10.70 ดอลล์-เป้า 87 บ.
     TOP จูงมือ PTTAR รับประโยชน์ไฟไหม้โรงกลั่น Shell ที่มีกำลังการผลิต 5 แสนบาร์เรล ด้วยการผลิตน้ำมันก๊าด ดีเซล น้ำมัน และอากาศยานในระดับสูง ผู้บริหาร PTTAR คาดหนุนผลงานขยับช่วงสั้น จากการส่งออกได้ราคาสูงขึ้น

หุ้นไทยยังผันผวนต่อวิกฤติยุโรปเขย่าขวัญ
     ตลาดหุ้นไทยยังผันผวน หลังฝรั่งเข้าระวังกรีซเบี้ยวหนี้ ภายหลังจากเยอรมนีถูกปลดล็อก ด้าน "สุกิจ อุดมศิริกุล" วาดหวัง ECB พยุงปัญหายุโรป หนุนหุ้นทั่วโลกเห็นการรีบาวนด์ในระยะสั้น ส่วนการลงทุนสัปดาห์นี้และสอยหุ้นแบงก์เข้าพอร์ต ฟันธงงบ Q3/2554 แจ่ม เลือก BBL SCB KBANK เป็นหุ้น TOP PICK และ TISCO รับอานิสงส์นโยบายรัฐบาลกรอบ 900-950 จุด

'TFD' เพิ่มเป้ารายได้ คาดทั้งปีโตเกิน 800%
     TFD ผงาดงบ Q3/2554 สนั่นจาก Q2/2554 ที่มีกำไรสุทธิเพียง 7.14 ล้านบาท แถมเตรียมขายที่ดินให้ฝรั่งเพิ่มมูลค่ากว่า 70 ล้านบาทใน Q4/2554 ด้าน นาย "กัมพล ติยะรัตน์" เผยเตรียมถกบอร์ดเพิ่มเป้ารายได้ใหม่หลังผลงานเฉิดฉายเกินคาด คาดงบปี 2555 โตก้าวกระโดดแย้มเปิดโรงงานให้เช่าปั๊มรายได้นับ 100 ล้านบาท กูรูลั่นงบปี 2554 โต 330 ล้านหรือมากกว่า 800% ส่องเป้า 1.70 บาท อัพไซด์ บาท 93.18%

SNC เซ็นร่วมทุนญี่ปุ่นเดือนนี้ น้ำท่วมไม่สะกิด Q3 ผลงานเริ่ด
     วงในโปรย SNC มีไม้เด็ดคาดภายในเดือนนี้ เซ็นสัญญาร่วมทุนญี่ปุ่นลุยธุรกิจยานยนต์ มั่นใจหนุน SNC รับผลบวกเต็มแม็กซ์ ส่อง SNC ปลอดภัยจากปัญหาน้ำท่วม จากยอดกำลังซื้อยังแรงในครึ่งหลัง อีกทั้งการกระจายรายได้ยังดี  ขณะที่ธุรกิจรับจ้างผลิตแอร์  รวมถึงแอร์รถยนต์ก็ช่วยหนุนครึ่งหลังโตต่อเนื่อง กูรูคาดกำไรปีนี้เติบโต 68% เป็น 640 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน

'GUNKUL' เดินเครื่องผลิตไฟฟ้าเฟส 2 Q1/55 เปิดส่วนขยาย 23.5 เมกะวัตต์
     GUNKUL เดินเครื่องผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เฟส 2 แล้ว (1 ต.ค.) กำลังการผลิต 4.4 เมกะวัตต์ คาดสามารถรับรู้รายได้ทันที ผู้บริหาร "โศภชา ดำรงปิยวุฒิ์" เผยมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมทั้ง 2 เฟสเท่ากับ 7.4 เมกะวัตต์ พร้อมเดินหน้าขยายส่วนที่เหลืออีก 23.5 เมกะวัตต์ ในไตรมาส 1/2554 และมั่นใจรายได้ปีนี้โต 100%

CEN เข็นเอื้อวิทยาเข้าตลท.พ.ย.นี้
     CEN เคาะขายไอพีโอ "เอื้อวิทยา" พฤศจิกายน-ธันวาคมนี้ หวังระดมทุน 300 ล้านบาท ซื้อเครื่องจักร รองรับงานใหญ่ในปีหน้า พร้อมตั้งเป้าอีก 3 ปี ข้างหน้ารายได้เอื้อวิทยาโตหลัก 1-1.2 พันล้านบาท จากปีนี้คาดมีรายได้ 800 ล้านบาท จากงานในมือมีอยู่แล้ว 400 ล้านบาท

GLOBAL พ้นภัยเศรษฐกิจยุโรป Q4 เข้าช่วง 'ไฮซีซัน' ยอดขายพุ่ง
     ผู้บริหาร GLOBAL "วิทูร สุริยวนากุล"  ยันไม่ได้รับผลลบจากเศรษฐกิจโลก แต่ส่งผลดีจากการบริโภคภายในประเทศ เพิ่มมากขึ้น  หากนโยบายประชานิยม ของรัฐบาลเพิ่มรายได้ประชาชน กระตุ้นกำลังซื้อมั่นใจทั้งปีถึงฝันที่โต 30-40% ส่วนสาขาเชียงใหม่ รับผลกระทบน้ำท่วมเล็กน้อย โบรกส่องเห็นรีบาวนด์แตะ 8.70 บาท

KC โว Q3/54 โกยยอดขายหรู เซียนหุ้นส่องต้าน 0.80 บาท
     ผู้บริหาร KC "ชาย งามอัจฉริยะกุล" โวยอดขายไตรมาส 3/2554 ดีกว่าไตรมาส 2/2554 หลังมีการส่งมอบเพียบ มั่นใจยอดขายปีนี้แตะ 1 พันล้านบาท พร้อมโชว์งานในมือ 600 ล้านบาท ส่วนที่ดินย่านคลองสามวา มูลค่าขาย 160 ล้านบาท เปรยยังเจรจาอยู่ แต่หากไม่คืบหน้าพร้อมทำโปรเจ็กต์เอง ยิ้มรับมาตรการรัฐหนุนอีกแรง วงการโบรกเกอร์ชี้หุ้นจิ๋วแต่แจ๋ว ส่อง KC ชัด P/E ต่ำ พร้อมแบกภาระหนี้สินน้อยนิด ด้านเทคนิคให้ต้านแตะ 0.80 บาท

TK มั่นใจปล่อยกู้เข้าเป้า 20% หลังน้ำลดจ่อแผนช่วยลูกค้า
     TK ไม่หวั่นน้ำท่วมรุนแรงมั่นใจยอดปล่อยกู้เช่าซื้อเติบโตตามเป้า 20% ส่วนรายได้รวมก็ไม่วืดเป้า 15% แน่นอน แต่เตรียมวางแผนช่วยเหลือลูกค้าทุกราย หลังน้ำลดตามความเหมาะสม คาดยอดขายรถจักรยานยนต์ในประเทศปีนี้ทะลุ 2.1 ล้านคัน งัดแคมเปญกระตุ้นยอดปล่อยกู้ช่วงปลายปี ฉลองครบรอบ 40 ปี ของบริษัท ส่วนแนวโน้มปี 2555 วางเป้ายอดปล่อยกู้โตไม่ต่ำกว่า 10% ด้านโบรกส่องราคาหุ้น TK เริ่มทรงตัวได้อีกครั้ง มีลุ้นทดสอบแนวต้าน 10.20 บาท

'PF' ฮุบไดโดมอนเกิน 88% แลกกับหุ้นเซ็นเตอร์พอยท์
     บอร์ด PF ไฟเขียว ซื้อหุ้น PP  ไดโดมอน กรุ๊ป 88.06% ราคา 1.10 บาท ด้วยการแลกกับหุ้น "เซ็นเตอร์พอยท์" 1 ต่อ 72.76 หุ้น ผู้บริหาร "ชายนิด โง้วศิริมณี" เตรียมยกเครื่องธุรกิจ DAIDO เป็นธุรกิจศูนย์การค้า ปีหน้าเริ่มปฏิบัติการ หวังเพิ่มรายได้

BAY สินเชื่อรายย่อยพุ่งแรง อานิสงส์เพิ่มเงินข้าราชการ
     BAY โวสินเชื่อรายย่อยพุ่งกระฉูด รับอานิสงส์รัฐบาลปรับเพิ่มเงินเดือนให้ข้าราชการ ส่งผลบวกต่อยอดปล่อยกู้สินเชื่อบุคคล-บัตรเครดิต  แถมสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ยังมีแววรุ่งจากมาตรการรถยนต์คันแรก เล็งผลชัดเจนปี 2555 ด้านบล.โกลเบล็ก แนะลุยสอยหุ้น BAY เข้าพอร์ต พร้อมให้ราคาเป้าหมายที่ 32.70 บาท ส่องกำไรไตรมาส 3/2554 แตะระดับ 3,064 ล้านบาท เติบโต 31% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

ดีลอยท์เตือนผู้ประกอบการรับมือ AEC
     นายสุภศักดิ์ กฤษณามระ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดีลอยท์ ทู้ช โธมัทสุ ไชยยศ จำกัด (ดีลอยท์ประเทศไทย) ในฐานะประธานดีลอยท์ เซาท์อีสต์ เอเชีย กล่าวว่า ในขณะที่ประเทศในภูมิภาคอาเซียนกำลังประสานความร่วมมือเป็นหนึ่งเดียวภายใต้กรอบของประชาคมเศรษฐกิจ อาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) ซึ่งที่จะมีการเคลื่อนย้ายผลิตภัณฑ์และเงินทุนในอีก 4 ปีข้างหน้า ซึ่งนอกจากจะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการคนไทยได้ขยายธุรกิจไปยังตลาดใหม่ ๆ แล้วยังเป็นความท้าทายที่จะนำคู่แข่งใหม่ ๆ มาสู่ตลาดในประเทศไทยด้วยเช่นกัน

นักลงทุนติดใจกอง TLOGIS ยอดจองทะลักกว่า 1.12 พันล้าน
     บลจ.บัวหลวง เผยผู้ลงทุนติดใจกองทุน TLOGIS เหตุรับเงินปันผลสม่ำเสมอไตรมาส ส่งผลยอดจองซื้อหน่วยลงทุนเพิ่มทุนทะลุกว่า 1.12 พันล้านบาท เกินมูลค่าที่เสนอขาย 935 ล้านบาท

'TNDT' โค้งสามรายได้แจ๋ว โบรกมองวิ่งต่อเป้า 4.80 บาท
     TNDT ฟุ้ง Q3/2554 ฟอร์มสวยกว่า Q3/2553 ที่มีรายได้ 67.26 ล้านบาท รับเศรษฐกิจฟื้น-อัพเกรดเทคโนโลยีหนุนลูกค้าเพิ่ม  พร้อมการันตีทั้งปีรายได้ตามนัด 300 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 244.02 ล้านบาท หลังงานในมือจ่อรับทรัพย์เพียบ แถมเปรยอยู่ระหว่างดีลงานใหม่ มูลค่าประมาณ 30 ล้านบาท หวังได้ความชัดเจนปีนี้ ด้านนักวิเคราะห์ เชียร์ "เก็งกำไร" ซูมต้าน 4.80 บาท

'UAC' ชูผลงานครึ่งหลังเด่น ดี๊ด๊าไบโอดีเซลขายดีเกินคาด
     บมจ.ยูนิเวอร์แซล แอดซอร์บเบ้นท์ เผยรายได้ครึ่งปีหลัง แนวโน้มดี ส่งผลรายได้รวมทั้งปีโตเข้าเป้า 15% ขยับจากก่อนหน้าที่ 13% เหตุสินค้าใหม่ส่งขายลูกค้าได้ผลตอบรับดี และไบโอดีเซลขายได้มากขึ้น หลังไร้มาตรการาควบคุมน้ำมันปาล์ม ระบุโครงการต่อยอดทางธุรกิจ CBG เสร็จทัน ตามแผนแน่นอน

BROOK วอลุ่มแน่นเอี๊ยด กูรูชี้ราคาต่ำบุ๊ค 1.35 บาท
     BROOK พุ่งแรงเกือบ 6% ปิดที่ระดับ 0.89 บาท ด้วยวอลุ่มหนาแน่น 60.39 ล้านบาท โบรกเกอร์เชียร์ "เก็งกำไร" ลุ้นวิ่งต่อ หลังราคาหุ้นต่ำบุ๊กแวลูที่ระดับ 1.35 บาท แถมล่าสุดติด 1 ใน 5 บจ.ไทย เป็น Asias 200 Best Under a Billion รับกำไรดีต่อเนื่อง พร้อมฟันธงครึ่งหลังปี 2554 งบเจิด อานิสงส์ปิดดีล งานไอบีได้ตรึม--จบ--
จันทร์ 3 ต.ค.2554--eFinanceThai.com :
ต.ค. SET ยังเสี่ยง

        โบรกฯ ฟันธงหนี้ยุโรป ยังกดดันหุ้นไทยเดือน ต.ค.ผันผวนสูง คาดดัชนีฯแกว่งตัวในกรอบ 870 – 990 จุด แนะเก็งกำไรดักงบQ3 ด้านกิมเอ็ง ปรับลดน้ำหนักลงทุน ลงสู่ "Neutral-to-Negative" จาก NEUTRAL ส่วนเคจีไอ ยังลุ้นแรงซื้อต่างชาติไหลเข้า ชี้ หากดัชนีฯ ยืนเหนือ 970 จุดไม่ได้ มีแววได้เห็นที่ 845 จุด
         หลังผลของรัฐสภาเยอรมันมีมติเมื่อวันที่ 29ก.ย.ที่ผ่านมา ให้ความเห็นชอบขยายเงินทุนและประสิทธิภาพของกองทุนรักษาเสถียรภาพการเงินยุโรป (EFSF) ด้วยคะแนนเสียง 523-85 ขณะที่ 3 รายงดออกเสียง ทั้งนี้กองทุน EFSF มีมูลค่า 4.40 แสนล้านยูโร (5.99 แสนล้านดอลลาร์) ซึ่งผู้นำของยุโรปได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันในการประชุมสุดยอดเมื่อเดือนก.ค.54 ที่ผ่านมา และกฎหมายใหม่นี้จะทำให้วงเงินรับประกันของเยอรมนีเพิ่มขึ้นจากระดับ 1.23 แสนล้านยูโร เป็น 2.11 แสนล้านยูโร ถือเป็นจำนวนสูงที่สุดในบรรดาประเทศยูโรโซน และจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับการดำเนินงานของกองทุน EFSF ดูเหมือนตลาดหุ้นทั่วโลกรวมถึงไทยจะตอบรับในเชิงบวก แต่จะยังไว้ใจได้หรือไม่ และภาวะตลาดหุ้นไทยในเดือน ต.ค. นี้ จะเป็นอย่างไร
* โนมูระพัฒนสิน ชี้ ปัญหาหนี้ยุโรปยังกดดัน หุ้นไทยเดือน ต.ค.ผันผวนสูง เหตุปัญหาหนี้ยุโรปยังต้องใช้เวลาปรับโครงสร้าง
         บทวิเคราะห์ บล.โนมูระพัฒนสิน ระบุว่า มีมุมมองด้านลบต่อตลาดหุ้นระยะกลาง และมองโอกาส50% อาจเกิดวิกฤตยุโรป นำไปสู่ปัญหาแบงก์ล้มและเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ทำให้ความเสี่ยงขาลงดัชนีฯอาจลงไปถึง 634-905 จุด อิง PER7-9 เท่า เหมือน Hamburger Case สำหรับทางเทคนิคระยะ 3-6 เดือน ดัชนีฯฟอร์มเป็นรูปแบบขาลง แนวรับหลัก 871.848 จุด แนวต้าน 950-972 จุด แนวโน้มเดือน ต.ค. คาดดัชนีฯผันผวนสูงตามข่าวแนวทางแก้ปัญหาหนี้ยุโรป ซึ่งระยะกลาง-ยาว คาดว่าตลาดฯยังมีความเสี่ยง เพราะปัญหาหนี้ยุโรปยังต้องใช้เวลาในการปรับโครงสร้าง ผ่านการเพิ่มทุนของแบงก์ที่ถือตราสารหนี้ยุโรปจากการขาดทุนเงินลงทุนตราสารหนี้ยุโรป ดังนั้น ข่าวดีต่อมาตรการแก้ปัญหาหนี้ยุโรปในเดือนนี้ คาดเป็นเพียงปัจจัยหนุนการรีบาวน์ของดัชนีฯระยะสั้น กลยุทธ์รายเดือน แนะนำ Short term tarding โดยเน้นหุ้นที่มี Earning cushion ปันผลสูง
* กูรู คาดช่วงต้นเดือน ต.ค.แรงขายกดดัน SET ร่วงแต่ไม่มากเท่าเดือนก่อน แนะลงทุนช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายของเดือนดักงบ Q3/54
         นายชัย จิรเสวีนุประพันธ์ ผู้อำนวยฝ่ายกลยุทธ์ลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โนมูระ พัฒนสิน กล่าวว่า จากการวิเคราะห์ตลาดหุ้นไทยในเดือนต.ค.54 คาดว่าจะอยู่ในลักษณะ Downside เนื่องจากปริมาณการซื้อขาย 50% ในตลาดหุ้นไทยขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างประเทศ โดยเฉพาะปัญหาในประเทศแถบยุโรปที่ในช่วงกลางเดือน ต.ค.ประเทศกรีซจะครบนัดชำระหนี้ ดังนั้นต้องติดตามต่อไปว่าจะชำระหนี้ได้ตามกำหนดหรือไม่ ในเบื้องต้นเชื่อว่าในช่วงต้นเดือนจะมีแรงขายทำกำไรออกมาก่อนเพื่อลดความเสี่ยง ขณะเดียวกัน ยังมีสัญญาณของปัจจัยลบจากการเตรียมปรับลดประมาณการณ์เศรษฐกิจลงอีกในเดือนหน้า หลังจากเดือนนี้หน่วยงานต่างๆยังไม่ได้นำปัจจัยลบจากปัญหาน้ำท่วมและความเชื่อมั่นนักลงทุนเข้าไปร่วมประเมินด้วย ซึ่งคงจะออกมาในทิศทางเชิงลบ อย่างไรก็ดี ในช่วงกลางเดือน ต.ค.นี้ก็จะมีการทยอยประกาศผลประกอบการในไตรมาส3/54ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดฯ ซึ่งอาจจะเป็นปัจจัยสนับสนุนได้ในหุ้นรายตัว
         ทั้งนี้ หากประเมินจากช่วงก่อนตลาดฯจะปรับตัวลดลงในเดือนก่อนหน้านี้ดัชนีฯอยู่ที่ 1,070 จุด จากปัจจุบันดัชนีฯอยู่ประมาณ 916 จุด โดยติดลบประมาณ 150 จุด แต่ในเดือนหน้าคาดว่าตลาดฯคงจะลงแต่ไม่มากเท่ากับเดือนก่อนหน้านี้ แต่ก็มีโอกาสที่จะลงไปแตะที่แนวรับ 850-836 จุดได้ในช่วงการซื้อภายในเดือนต.ค.นี้
         สำหรับด้านกลยุทธ์การลงทุนนักลงทุนควรไปพิจารณาลงทุนในช่วงสัปดาห์ที่2และ3ของเดือนต.ค.54 เพราะต้องรอให้ผลการชำระหนี้ของประเทศกรีซผ่านพ้นไปก่อนเพื่อจับตาภาวะตลาดฯ โดยเชื่อว่าหากข้อสรุปในประเทศยุโรปออกมาเป็นที่น่าพอใจนักลงทุนจะเป็นส่วนสนับสนุนให้ดัชนีฯขึ้นไปแตะแนวต้านที่ 950-990 จุดได้เช่นกัน ทั้งนี้ ควรต้องพิจารณาลงทุนในหุ้นจากการประกาศผลประกอบการไตรมาส3/54เป็นหลักด้วย
*ทิสโก้ คาด SET ต.ค. แกว่งตัวในกรอบ 870 – 990 จุด แนะเก็งกำไรผลประกอบการไตรมาส 3
         บทวิเคราะห์ บล.ทิสโก้ ระบุว่า แนวโน้มเดือน ต.ค. คาด SET แกว่งตัว 120 จุด (Sideways) กรอบ 870 – 990 จุด SET เปิด GAP ขาลงกว้าง 17 จุด ที่ 972 – 990 จุด กลายเป็นแนวต้านที่ 990 จุด เดือน ต.ค. 54 แนะเก็งกำไรผลประกอบการไตรมาส 3 บวก SET ลงแรงมา 2 เดือนแล้ว
         แนวโน้มสัปดาห์นี้ คาด SET แกว่งตัว ( Sideways ) กรอบ 910 – 950 จุด รอ Break Out หาก SET ขึ้นทะลุ 955 จุด จะเกิด Buy Signal ไป 990 จุด ( ขึ้นปิด GAP แล้วลง ) ในกรณีแย่กว่าคาด หาก SET ลงต่ำกว่า 900 จุด จะเป็นสัญญาณลบ SET จะซึมลงทดสอบแนวรับ 870 จุด
* กิมเอ็ง ปรับลดน้ำหนักการลงทุนหุ้นไทย ในเดือน ต.ค.นี้ สู่ "Neutral-to-Negative" จาก NEUTRAL เหตุปัจจัยนอกเสี่ยงสุดๆ
         บทวิเคราะห์ บล.กิงเอ็ง ระบุว่า การลงทุนตลอดเดือนก.ย.ที่ผ่านมา เต็มไปด้วยปัจจัยเสี่ยงจากต่างประเทศโดยเฉพาะฐานะการคลังในกรีซ หลังการประชุมระหว่าง กรีซ – IMF – EU วันที่ 2 ก.ย. เลื่อนออกไปจนถึงวันที่ 3 ต.ค. ระหว่างนั้น สภาพคล่องทางการเงินของระบบสถาบันการเงินในอียูเริ่มตึงตัว การรายงานจาก ECB พบว่าเงินฝากในสถาบันการเงินของยุโรปเริ่มลดลง ECB ต้องขอรับความช่วยเหลือจากธนาคารกลาง 4 ประเทศในการรับสินเชื่อสกุลเงินดอลลาร์ เพื่อนำไปปล่อยสินเชื่อให้แก่ธนาคารในยุโรปอีกทอดหนึ่ง รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจในสหรัฐฯ ออกมาแย่กว่าที่ตลาดคาดการประชุมเฟดออกมาส่งสัญญาณเตือนเศรษฐกิจสหรัฐฯ ตกอยู่ในภาวะเสี่ยงอย่างมีนัยยะสำคัญ IMF ออกมาปรับลดเศรษฐกิจโลกปีนี้และปีหน้าลง กลายเป็นเหตุให้เกิด Unwind US Dollar Carry Trade ทั่วโลก กดดันให้ SET INDEX หลุด 1,000 จุด วันที่ 22 ก.ย. มาปิด ณ วันที่ 23 ก.ย.ที่ 958.16 จุด ลดลง 111.89 จุด จาก ณ สิ้นเดือนส.ค.
         มุมมองต่อการลงทุนในเดือนต.ค. KimEng ลดน้ำหนักการลงทุนเป็นเดือนที่ 3 สู่ "Neutral-to-Negative" จาก NEUTRAL เดือนก.ย. ทั้งนี้ปัจจัยสำคัญต่อการกำหนด Downside Risk ของตลาดหุ้นทั่วโลก รวมถึงตลาดหุ้นไทยคงหนีไม่พ้น
         1. กรีซจะได้รับเงินช่วยเหลือรอบที่ 6 หรือไม่ : ตามตารางเวลาจะมีการประชุมระดับผู้นำของกรีซ - IMF -EU วันที่ 3 ต.ค. คาดว่าจะพิจารณาอนุมัติเงินช่วยเหลือ 6 พันล้านยูโรในกลางเดือนต.ค. แต่ประเด็น ที่ตามมาคือ เงื่อนไขเพิ่มเติมในการรับเงินช่วยเหลือรอบที่ 2 แต่หากไม่ผ่านภายในสิ้นเดือนต.ค. อาจทำให้รัฐบาลกรีซไม่มีเงินมาชำระหนี้และค่าใช้จ่ายได้
         2. การครบกำหนดของพันธบัตรอิตาลี และสเปน : วงเงิน 1.35 หมื่นล้านยูโรของอิตาลี ณ สิ้นเดือนก.ย. และ 1.41 หมื่นล้านยูโรของสเปน ณ สิ้นเดือนต.ค.
         3. การขยายวงเงิน EFSF : ตลาดเชื่อว่าสภาฯ เยอรมันจะอนุมัติผ่านร่างดังกล่าวและจะทำให้ประเทศสมาชิกอื่นๆ ในกลุ่มอียู อนุมัติตามมา ทำให้เงินกองทุนดังกล่าวจะถูกขยายได้เต็มจำนวนที่ 4.4 แสนล้านยูโร ภายในกลางเดือน ต.ค. แต่ประเด็นอยู่ที่ วงเงินดังกล่าวอาจไม่เพียงพอต่อการรักษาเสถียรภาพระบบสถาบันการเงินในกลุ่มยุโรปได้เช่นกัน ณ ปัจจุบันมีการคาดไว้สูงถึง 9.0-10.0 แสนล้านยูโร
         4. ความคืบหน้าของแผนกระตุ้นการจ้างงานและภาษีของสหรัฐฯ : คาดว่าตลอดเดือน ต.ค. จะมีการหารือ และการโต้แย้งจากพรรคฝ่ายค้าน Republican อย่างแน่นอน อาจกลายเป็นความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ระยะกลางถึงยาว
         5. งบ 3Q54 ธนาคารในสหรัฐฯ : อาจเริ่มส่งสัญญาณเสี่ยงต่อการตัดเงินลงทุน/ตั้งสำรองจากพันธบัตรรัฐบาลกรีซ / อิตาลี ที่ราคาปรับตัวลงอย่างมีนัยสำคัญในเดือนก.ย. นี้ แม้ว่าจะไม่มาก แต่กลายเป็นจุดเสี่ยง
         ด้านปัจจัยในประเทศ ดูเหมือนว่ากลุ่มธนาคารจะเสี่ยงมากขึ้น ทั้งในแง่ของสินเชื่อเดือนก.ย. ที่น่าจะออกมาแย่กว่าคาด เพราะปัญหาน้ำท่วมในหลายจังหวัด รวมถึงโอกาสเห็นความผิดหวังจากผลการดำเนินงาน 3Q54 ของกลุ่มธนาคารมีมากขึ้น เพราะหากย้อนกลับไปในช่วงที่งบ 2Q54 ของกลุ่มนี้ออกมาดีกว่าคาด กลายเป็นจุดที่ตลาดปรับประมาณการปีนี้และปีหน้าขึ้นอย่างโดดเด่นนั้นย่อมเท่ากับว่าตลาดมีมุมมองเชิงบวกต่อผลการดำเนินงานใน 2H54 และปีหน้าไปมากแล้ว โอกาสเกิด Positive Surprise เหมือนกับ 2Q54 เป็นไปได้ยาก แต่ในทางตรงกันข้าม หากออกมาแย่กว่าคาด บวกกับภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่เสี่ยงต่อการเติบโตในระดับต่ำ กลายเป็นจุดที่จะมีการปรับประมาณการลงได้เช่นกัน
         เมื่อภาพการลงทุนในเดือนต.ค. เต็มไปด้วยประเด็นเสี่ยงทั้งในและต่างประเทศ เงินทุนต่างชาติที่คาดว่าจะชะลอตัวลงต่อเนื่องจากเดือนก.ย. KimEng ปรับช่วงด้านล่างและด้านบนลงเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกันสู่ (820) 850-950 (980) จุด จากเดือนก่อนหน้า (1,000) 1,020-1,080 (1,100) จุด
         ภาวการณ์ลงทุนในเดือนต.ค.ผ่านมุมมองของ KimEng มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากปัจจัยภายนอก ขณะที่แนวโน้มผลการดำเนินงาน 3Q54 ของกลุ่มธนาคารอาจไม่โดดเด่น กลายเป็น Downside Risk ที่เปิดมากขึ้น ดังนั้นการเลือกหุ้นในเดือนต.ค. จึงควรเป็นหุ้นกึ่ง Defensive พร้อมปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งอย่าง HMPRO , PYLON , RATCH และ TCAP
         กระแสเงินเงินทุนต่างชาติไหลออกจากตลาดหุ้นเอเชียหนาแน่นในเดือนก.ย. นำโดยตลาดหุ้นไต้หวัน เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย ไทย และฟิลิปปินส์ (ยกเว้นตลาดอินเดียที่กลับมาซื้อสุทธิเล็กน้อย US$232.5 ล้าน) คิดเป็นมูลค่าขายสุทธิรวม US$5.5 พันล้าน จากความกังวลต่อปัญหาหนี้สินยุโรปทวีความรุนแรงมากขึ้นและอาจกระทบต่อระบบสถาบันการเงินของยุโรป กอปรกับความกังวลว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจกลับเข้าสู่ภาวะถดถอยอีกครั้ง หลังแถลงการณ์ของประธานเฟดระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้กระแสเงินทุนไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกอย่างหนักเพื่อลดความเสี่ยง หากเกิดวิกฤตเศรษฐกิจอีกระลอก
         สำหรับภาพรวม SET INDEX เดือนก.ย. ปรับฐานลงแรงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 จากแรงกดดันประเด็นภายนอกประเทศ เป็นหลักจากความกังวลต่อปัญหาหนี้สินยุโรป และแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ กดดันให้ SET INDEX ปรับฐานลงแรง 10.5% MTD แต่ยัง Outperform ดัชนี MSCI Asia Pacific ex Japan ที่ปรับตัวลงถึง 15.2% MTD ทำให้ล่าสุดผลตอบแทน YTD ของ SET INDEX อยู่ที่ -7.2% เทียบกับ MSCI Asia Pacific ex Japan ที่ -22.4% YTD คิดเป็น Premium สูงถึง 15.1% เพิ่มขึ้นจาก 11.9% ในเดือน ส.ค. (ข้อมูล ณ วันที่ 23 ก.ย.)
* เคจีไอ หวังแรงซื้อต่างชาติกลับเข้าตลาดฯในเดือน ต.ค.นี้ ชี้ หากดัชนีฯ ยืนเหนือ 970 จุดไม่ได้ มีแววได้เห็นที่ 845 จุด
         บทวิเคราะห์ บล.เคจีไอ ระบุว่า ณ ดัชนี SET ที่ 904.06 จุด จะคิดเป็นค่าพีอีปัจจุบันคาดการณ์ได้ที่ 11.12 เท่า (904.06/81.25) เรามองว่าดัชนี SET ในเดือนตุลาคม 2554 มีความเสี่ยงทางลงที่ 10.40 เท่าพีอี จะมองความเสี่ยงทางลง SET ได้ที่845.00 (10.40x81.25) และมองว่ามีความเสี่ยงทางขึ้นได้ที่ 12.40 เท่าค่าพีอี หรือจักมีความเสี่ยงทางขึ้นได้ที่ 1,007.50 จุด (12.40x81.25)
         เชิงประเมินเส้นกราฟเดือนตุลาคม 2554 นั้น หากดัชนี SET สามารถดีดขึ้นยืนเหนือแนวต้านค่าเฉลี่ยสิบแปดเดือนที่ 970 จุดได้ จะสิ้นสุดแรงกดทางลง และสะสมกำลังผลักทางขึ้นเพื่อทดสอบแนวต้านค่าเฉลี่ยเก้าและสี่เดือนที่ระดับ 1,040 จุด นัยคือหากดัชนี SET ในเดือนตุลาคม 2554 นี้ไม่สามารถดีดตัวเองขึ้นยืนเหนือค่าเฉลี่ยสิบแปดเดือน 970 จุดได้ จะคงอยู่ในกรอบค่าเฉลี่ยสิบแปดและสามสิบเดือนที่ 970-845 จุด จะแสดงกำลังกดของดัชนี SET ว่าอาจยังคงรักษากำลังกดทางลงเพื่อทดสอบแนวรับค่าเฉลี่ยสามสิบเดือนที่ 845 จุด กลยุทธ์การลงทุนในเดือนตุลาคม 2554 นี้: แนะนำซื้อ
         ณ วันที่ 26 กันยายน 2554 มูลค่าตลาดรวมของ SET อยู่ที่ 7.40 ล้านล้านบาทปรับลดลงจากปี 2553 ที่ 8.33 ล้านล้านบาทอยู่ -11.1% หรือคิดเป็น 0.43 เท่าของสินทรัพย์รวมที่ 17.17 ล้านล้านบาท ทั้งนี้ในปี 2553 นั้นตลาดรวม SET มีผลกำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 6.26 แสนล้านบาท คิดเป็นอัตราผลกำไรสุทธิของตลาดรวมที่ 8.0% และคิดเป็นผลตอบแทนต่อส่วนทุนที่ 13.7%ประเมินแรงซื้อขายต่างชาติ
         ในกันยายน 2554 นั้น ต่างชาติมีการขายสุทธิที่ -1.89 หมื่นล้านบาท เป็นการขายสุทธิติดต่อกันเป็นเดือนที่สอง หากดูข้อมูลตั้งแต่ต้นปี พบว่าต่างชาติขายสุทธิต่อกันสองเดือนแล้ว จะกลับมาซื้อสุทธิ หากสถิตินี้เกิดขึ้นในเดือนตุลาคม 2554 นี้ ก็อาจคาดหวังแรงซื้อสุทธิจากนักลงทุนต่างชาติได้
ปัจจัยและแนวโน้มดัชนี SET เดือนตุลาคม 2554ประเมิน 3 ปัจจัยในเดือนตุลาคม 2554 ที่มีผลต่อดัชนี SET
         1.แรงขายหุ้นทุน: แรงขายต่างชาติหากยังคงมีออกมาต่อเนื่องในเดือนตุลาคม2554 นี้ อาจกดดันให้ดัชนี SET ปรับลดลงสู่ระดับจุดต่ำสุดปีนี้ที่ 867.86 จุดหรืออาจลดลงสู่แนวรับ845 จุด แต่หากต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิตามสถิติในปีนี้ อาจเห็นดัชนี SET ดีดขึ้นเหนือ 1,015 จุดได้
         2.ปัจจัยจากภายนอก: ปัจจัยความกลัวปัญหาหนี้ในเขตยุโรป ยังจะเป็นประเด็นที่ต้องจับตาว่าด้วยวิธีการแก้ไขหนี้ และจะเกิดมีประเทศมีปัญหาหนี้ตามมาอีกหรือไม่ หรือจะมีบทสรุปว่าด้วยวิธีการแก้ไขปัญหา ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงจากภายนอกที่สำคัญต่อจิตวิทยาการซื้อหุ้น และการขายหุ้นออกมา
         3.ผู้ลงทุน: หากอิงอัตราเติบโตผลกำไรต่อหุ้นของดัชนี SET ประเมินปี 2555 ที่+12.2% เราประเมินว่าระดับค่าพีอีที่ต่ำกว่า 11.20 เท่า หรือระดับดัชนี SET ที่ต่ำกว่า 928 จุด (11.20x82.94) จะคาดหวังผู้ลงทุนเข้าซื้อ ป้องกันทางลงได้
         รายงานเศรษฐกิจเดือนตุลาคม 2554 ว่าด้วยความเสี่ยงของเศรษฐกิจไทย จากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ทั้งนี้ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา มีความกังวลเพิ่มขึ้นมากว่าเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และของยุโรปจะชะลอตัวในปี 2555 และอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในเอเชียได้ เนื่องจากสหรัฐฯ และยุโรป มีขนาดเศรษฐกิจถึงประมาณ 25% และ 15% ของเศรษฐกิจโลก ตามลำดับ ดังนั้นหากทั้งสองประเทศดังกล่าวชะลอตัวหรือเข้าสู่ภาวะถดถอย ย่อมส่งผลกระทบต่อภูมิภาคเอเชียเช่นกัน
         จากการพิจารณาตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจโลกล่าสุดของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ณ เดือนกันยายน รวมทั้งการพิจารณาถึงความแข็งแกร่งของปัจจัยเศรษฐกิจภายในประเทศ ฝ่ายวิจัยมองว่าความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวต่อไทยยังไม่มากนัก เนื่องจากระดับการชะลอตัวที่อาจเกิดขึ้นไม่ได้รุนแรง และเศรษฐกิจของประเทศแถบเอเชียด้วยกัน ยังคงเติบโตได้ดี นอกจากนี้รัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย ได้ทยอยประกาศนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจดังที่ได้หาเสียงไว้ ซึ่งน่าจะส่งผลให้ความมั่นใจของเศรษฐกิจในประเทศดี และลดทอนผลกระทบจากภายนอกได้ไม่มากก็น้อยดังนั้น แม้ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงเช่นตลาดหุ้นและตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ได้รับผลกระทบรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา คาดว่าผลกระทบเชิงเศรษฐกิจจะอยู่ในระดับที่ต่ำกว่ามาก
         ฝ่ายวิจัยมองว่าภาพของเศรษฐกิจโลกในปี 2555นั้น ที่จริงแล้วยังคงมีการเติบโตปานกลางและไม่ได้มีแนวโน้มจะถดถอยแต่อย่างใด และหากเราอ้างอิงถึงความสัมพันธ์ในอดีตของเศรษฐกิจโลก และอัตราการเติบโตของการส่งออกของไทยนั้น ก็จะพบว่าการส่งออกของไทยทั้งในปี 2554 และ 2555 น่าจะเติบโตได้ดี และหากการส่งออกของไทยยังคงเติบโตได้เช่นนั้น เชื่อได้ว่าภาพรวมของเศรษฐกิจไทยจะยังประคองตัวไปได้ในปีหน้า
ปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ต้องจับตามองในเดือน ต.ค. 2554ประเทศไทย :
         3 ต.ค. กระทรวงพาณิชย์รายงานเงินเฟ้อเดือน ก.ย. 2554
         13 ต.ค. ม. หอการค้ารายงานดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ก.ย. 2554
         19 ต.ค. ธปท. ประชุมนโยบายการเงินครั้งที่ 7/2554
         20 ต.ค. (กำหนดการเบื้องต้น) ตัวเลขส่งออก/นำเข้าเดือน ก.ย. 2554
         31 ต.ค. ธปท. รายงานข้อมูลเศรษฐกิจเดือน ก.ย. 2554
สหรัฐอเมริกา :
         3 ต.ค. ดัชนีภาคการผลิต (ISM Manufacturing) เดือน ก.ย. 2554
         5 ต.ค. ดัชนีภาคบริการ (ISM Services) เดือน ก.ย. 2554
         7 ต.ค. ข้อมูลตลาดแรงงานและการว่างงาน เดือน ก.ย. 2554
         19 ต.ค. ข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภคเดือน ก.ย. 2554
         19 ต.ค. ยอดการขอเริ่มสร้างบ้าน เดือน ก.ย. 2554
         20 ต.ค. ยอดขายบ้านมือสอง เดือน ก.ย. 2554
         26 ต.ค. ยอดขายบ้านใหม่ เดือน ก.ย. 2554
         27 ต.ค. จีดีพีไตรมาส 3/2554 รายงานครั้งแรก (Advance GDP)
         31 ต.ค. ดัชนีสำรวจฝ่ายจัดซื้อ (Chicago PMI) เดือน ต.ค. 2554
กลุ่มประเทศยุโรป :
         6 ต.ค. ธ. กลางยุโรป (ECB) ประชุมนโยบายการเงิน ครั้งที่ 10/2554
ญี่ปุ่น :
         27 ต.ค. ธ. กลางญี่ปุ่น (BoJ) ประชุมนโยบายการเงิน ครั้งที่ 10/2554