พุธ 28 ก.ย.--eFinanceThai.com :
LTF-RMF พระเอกตัวจริง
          หุ้นไทย หวัง LTF-RMF เป็นฮีโร่ดัน SET Index หลังตลาดฯ รูดหนัก พลิกวิกฤตเป็นโอกาสช้อนซื้อของดีราคาถูก เป็นแรงหนุนทำวินโดว์ เดรสซิ่ง ช่วงก่อนปิดงวดบัญชีไตรมาส 3 โบรกฯ แนะหาจังหวะเลือกลงทุนหุ้นที่มีพื้นฐานดี โดยเฉพาะในกลุ่ม Domistic Play ซึ่งจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกประเทศน้อยเช่น กลุ่มโรงพยาบาล สื่อสาร อสังหาริมทรัพย์ และธนาคาร ขณะที่ "ยิ่งลักษณ์" ยันไม่จำเป็นตั้งกองทุนพยุงหุ้น เหตุพื้นฐาน ศก.ไทยยังแกร่ง
          ตลาดหุ้นไทยยังไม่สิ้นหวัง ท่ามกลางความผันผวนที่รุนแรงและรวดเร็ว ยังมีความหวังว่า LTF-RMF จะเข้ามาเป็นตัวดันดัชนีฯ ตามแผนการทำราคาหุ้นเพื่อปิดงบบัญชี หรือ Window Dressing ประจำไตรมาส 3/54 ซึ่งความคาดหวังนี้ มาจากความเชื่อว่ากองทุนต้องการผลงานดีๆ เพื่อที่จะได้ลูกค้ามากขึ้น ขณะที่ประชาชนหรือนักลงทุนรายย่อยเอง ต้องการซื้อกองทุนเพื่อนำมาลดหย่อนภาษี
          ส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 27 กันยายน 2554 พลิกมาเป็นบวก 42.56 จุด มาปิดที่ 946.62 จุด คิดเป็น 4.71% พร้อมมูลค่าการซื้อขายกว่า 35,000 ล้านบาท และนักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ 3,416.16 ล้านบาท จากวันที่ 26 กันยายน 2554 ดัชนีฯ ร่วงลงเกือบ 100 จุด
*บิ๊ก mai ระบุหุ้นเด้งแค่กลับสู่ภาวะปกติ ชี้ 208 บจ. ราคาต่ำสุดในรอบ 52 สัปดาห์
          นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ ผู้ช่วยผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยจากนี้ไปต้องย้อนกลับมาดูที่พื้นฐานซึ่งไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลง ทำให้วันนี้ดัชนีฯ หุ้นกลับมายืนในระดับปกติ หลังจากที่วานนี้ (26 ก.ย.54) ดัชนีฯ ได้ปรับลดลงหนักแบบผิดปกติ ซึ่งเกิดจากนักลงทุนรายย่อยขายหุ้นออกมากับนักลงทุนต่างชาติ ทำให้ดัชนีฯ ปรับตัวลดลงผิดปกติ ซึ่งในวันนั้นมีบริษัทจดทะเบียนจำนวน 208 บริษัท หรือคิดเป็นประมาณ 38-40% ของบจ. ทั้งหมดในตลาดหุ้นไทย ที่มีราคาปิดต่ำสุดในรอบ 52 สัปดาห์
          'การที่ราคาปิดต่ำสุดในรอบ 52 สัปดาห์พร้อมๆ กันไม่น่าเกิดขึ้นได้แน่นอนแปลว่ามันผิดปกติ มันถึงรีบาวน์ในวันนี้ เพื่อกลับสู่ปกติ' นายชนิตร กล่าว
* รอบนี้ Windows dressing อาจไม่เด่นชัด
          นายเผดิมภพ สงเคราะห์ กรรมการผู้จัดการสายงานเงินทุน บล.กสิกรไทย เปิดเผยว่าในช่วงไตรมาส 3/2554 คงไม่เกิด Windows dressing อย่างเด่นชัดเหมือนกับทุกไตรมาสที่ผ่านมา เนื่องจากในไตรมาสดังกล่าวถือว่าสถานการณ์แตกต่างไปจากทุกไตรมาส นอกจากนี้นักลงทุนควรติดตามกรณีที่ภาคีสมาชิกกำลังพิจารณาการขยายวงเงินกองทุน เพื่อความช่วยเหลือทางการเงินของยุโรป (EFSF) จากเดิม 440 พันล้านยูโร (ซึ่งเป็นเม็ดเงินเดิมที่อนุมัติในการช่วยเหลือกรีซ 2 รอบ และโปรตุเกส-ไอร์แลนด์ 1 รอบ แต่ต้องแลกกับแนวทางการตัดลดการขาดดุลงบประมาณลง)
          โดยล่าสุดมีประเทศสมาชิก 5 ประเทศ คือ ฝรั่งเศส อิตาลี เบลเยี่ยม สเปน และลักเซมเบิร์ก ผ่านร่างกฎหมายในประเทศ อนุมัติในประเด็นดังกล่าวแล้ว เหลืออีก 9 ประเทศ ที่กำลังอยู่ในระหว่างการประชุม ซึ่ง 1 ในนั้น คือ เยอรมัน จะมีการประชุมในวันพฤหัส ที่ 29 กันยายน 2554 ซึ่งหากเยอรมันสามารถผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวเช่นเดียวกับ 5 ประเทศดังกล่าวข้างต้นคงส่งผลบวกต่อบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นได้ ฉะนั้นหากดัชนีฯ ปรับลงมาที่ระดับ 900 จุด สามารถเข้าไปลงทุนได้
          "Windows dressing ในไตรมาสนี้อาจจะไม่เหมือนกับทุกไตรมาสที่ผ่านมา เพราะการเกิด Windows dressing ต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ช่วงนั้นๆ ด้วย ส่วนดัชนีฯ ที่ปรับขึ้นก็เป็นเพราะในช่วงที่ผ่านมาปรับลดลงแรง แต่ที่ต้องติดตามคือดูวันที่ 29 กันยายน ว่าเยอรมันจะมีข้อสรุปอย่างไรถ้าไม่ช่วยตลาดหุ้นก็มีโอกาสลงต่อ" นายเผดิมภพ กล่าว
* หุ้นไทยรีบาวน์จากความหวังกรีซแก้ปัญหาหนี้ได้
          นายสมชาย เอนกทวีผล ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส กล่าวว่า การที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยในวันที่ 27 กันยายนนี้รีบาวน์ขึ้นมาได้ ถือว่าเป็นผลบวกที่เกิดขึ้นจากปัจจัยระยะสั้น ที่พบว่านักลงทุนมีความหวังมากขึ้นต่อประเด็นปัญหาการชำระหนี้ในยุโรป ซึ่งยังไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คาดการณ์ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่าจะเกิดภาวะวิกฤติลุกลามไปยังประเทศอื่นๆ ในยุโรป หากกรีซผิดนัดชำระหนี้ และจะทำให้ไม่ได้ความช่วยเหลือทางการเงิน
          อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวยังต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะมีความอ่อนไหวต่อความกังวลและการตัดสินใจของนักลงทุนได้ง่าย
          ขณะที่ในส่วนของ Window Dressing นั้น ท่ามกลางภาวะความผ่อนคลายของบรรยากาศการลงทุนอาจเกิดขึ้นได้ แต่หากยังคงมีความกังวลในรูปแบบเดิมอีกก็จะไม่เกิดขึ้นได้เช่นกัน เนื่องจากการกระทำดังกล่าวไม่ได้มีความจำเป็นที่จะต้องทำแต่อย่างใด ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับการประเมินสถานการณ์และโอกาสมากกว่า
* มองผลงาน บจ. ไตรมาส 3/54 ยังไม่ส่งผลบวก
          นายสมชาย กล่าวต่อว่า ด้านแนวโน้มการประกาศผลประกอบการไตรมาส 3/54 ในเร็วๆ นี้ เชื่อว่าคงไม่สามารถส่งผลบวกต่อภาพรวมของตลาดฯ ในปัจจุบันได้มากนัก เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่มีความกังวลต่อสถานการณ์ในยุโรปเป็นแรงกดดันมากกว่า แต่ในช่วงถัดไปหากมีการรายงานที่ออกมาก็น่าจะพอสนับสนุนได้บ้าง
          อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมตลาดหุ้นจะยังมีความผันผวนสูง แต่จากที่ดัชนีฯ และราคาหุ้นปรับตัวลดลงแรงในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ทำให้พบความน่าสนใจว่าราคาหุ้นหลายตัวอยู่ในระดับที่น่าสนใจลงทุนซื้อเผื่อถือในระยะ 3-6 เดือน โดยต้องพิจารณาจากหุ้นที่มีพื้นฐานดีรองรับเป็นหลัก โดยเฉพาะในกลุ่ม Domistic Play ซึ่งจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกประเทศน้อยเช่น กลุ่มโรงพยาบาล สื่อสาร อสังหาริมทรัพย์ และธนาคาร เป็นต้น ทั้งนี้ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีฯในสัปดาห์นี้อยู่ที่ 900-950 จุด
* มอง SET Index สัปดาห์นี้เริ่มแกว่งทรงตัว
          ขณะเดียวกัน ฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส มองว่า สัปดาห์นี้มีโอกาสที่ SET Index จะเริ่มแกว่งทรงตัวได้บ้าง หลังจากปรับตัวลงมาค่อนข้างแรงมากในช่วงท้ายของสัปดาห์ก่อน ทั้งจากแรงซื้อในช่วงปิดงวดงบฯ รายไตรมาส (windows dressing) และแรงซื้อเก็งกำไรมาตรการบรรเทาวิกฤติหนี้ยูโรโซน ที่นักลงทุนเริ่มมีความคาดหวังมากขึ้นว่าจะมีออกมาในช่วงใกล้ๆ นี้ รวมทั้งนักลงทุนยังรอลุ้นว่ากรีซน่าจะได้รับเงินช่วยเหลือจากทาง EU และ IMF เพื่อป้องกันการผิดนัดชำระหนี้ภายในสัปดาห์นี้ด้วย
          อย่างไรก็ตาม ตราบใดที่ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการป้องกันการลุกลามของปัญหาหนี้ยุโรป และแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐยังไม่ดีขึ้น FSS คาดว่า SET Index ก็จะมีลักษณะแกว่งตัวผันผวนอยู่เช่นเดิม ดังนั้นจึงยังเน้นเป็นเพียงการเข้าเก็งกำไร เล่นตามรอบสั้นๆ อยู่ ส่วนที่แนะนำให้ทยอยเลือกหุ้นเข้ารับเพื่อถือลงทุนไปบ้างแล้วนั้นให้เน้นถือต่อเนื่องแต่ยังไม่ซื้อเพิ่มอีก
          ขณะที่สัปดาห์นี้ นอกจากไฮไลท์จะยังอยู่ที่ยุโรปแล้ว (29 ก.ย. สภาเยอรมันจะลงมติเพิ่มเงินในกองทุน ESFS) ฝั่งสหรัฐก็มีตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญท้ายทายตลาดเช่นยอดขายบ้านใหม่ (26 ก.ย.2554) คำสั่งซื้อสินค้าคงทน (28 ก.ย.) GDP ไตรมาส 2/2554 และผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน (29 ก.ย.2554) โดยรวมแล้วตลาดหุ้นยังไม่พ้นภาวะหมี
          นอกจากนี้ยังหวังว่า SET Index จะหา bottom เจอในเดือน ต.ค. นี้และปรับขึ้นในช่วงปลายปีด้วยแรงซื้อจาก LTF, RMF แม้ว่าตลาดจะยังอยู่ในภาวะหมี แต่หุ้นหลายตัวก็ถูกขายจนมี Valuation ถูกกว่าในช่วงวิกฤตหลายครั้งที่ผ่านมา ซึ่งเชื่อว่าหุ้นเหล่านี้จะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าตลาดเมื่อตลาดกลับเป็นขาขึ้นอีกครั้ง หุ้นเหล่านี้ได้แก่ ADVANC, BANPU, GFPT, GLOW, HEMRAJ, KBANK, SAT, SCB, SCC, SPALI
* แนะจะเก็งกำไรระยะสั้น ต้องระวังกับดักตลาด
          ด้านฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การฟื้นตัวของ SET Index เป็นเพียงช่วงสั้น KimEng คาดว่าจะเป็นการฟื้นตัวเพื่อปรับฐานลงต่อ และมีโอกาสหลุดแนว 1,000 จุดได้เช่นกัน น่าจะเป็นในช่วงต้นเดือน ต.ค 54 ส่วนภาพรวม KimEng ยังคงมีมุมมองอย่างระมัดระวังต่อการลงทุน ยิ่งภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังไม่เห็นการฟื้นตัว เครื่องมือจากนโยบายการเงินที่จำกัดมากยิ่งขึ้น ประสิทธิภาพต่อเศรษฐกิจมีผลเพียงเล็กน้อย
          ขณะที่นโยบายการคลังยังคงต้องใช้เวลาในการพิจารณาตามขั้นตอนของกฎหมาย อาจกลายเป็นจุดที่ทำให้ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ จากนี้ไปจนถึงสิ้นปี เสี่ยงต่อการออกมาแย่กว่าคาดเป็นสำคัญ น่าจะเป็นสิ่งที่ผู้จัดการกองทุนทั่วโลกประเมิน และกลายเป็นจุดที่ ทยอยลดน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลก
          ทั้งนี้ ประเมินว่า SET Index อาจยังไม่ปรับฐานลงแรงเพราะ Window Dressing ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้ตรวจสอบบัญชีจะอนุมัติให้กองทุน / Prop Trade ของแต่ละกองใช้ราคาปิด ณ วันใด ในแต่ละงวดบัญชี ซึ่งน่าจะเป็นระหว่างวันที่ 20-30/31 ของเดือนสุดท้ายของไตรมาส แม้ว่าจะมีแรงกดดันจาก Prop Trade ข้างต้น แต่จะไม่เกิดแรงขายอย่างรุนแรงจากสถาบันภายในประเทศ แต่อาจกลายเป็นการเข้าสะสมหุ้นหลักบางส่วนได้เช่นกัน เพื่อประคอง NAV ณ สิ้นไตรมาส หลัง KimEng แนะนำให้ทยอยลดน้ำหนักการลงทุนบริเวณ 1,020-1,030/35 จุดมา 4 วันทำการในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา น่าจะมากเพียงพอที่จะปิดความเสี่ยงของวิกฤติหนี้ในยุโรปได้ค่อนข้างมากแล้ว
          ดังนั้นในช่วงสั้น KimEng เสนอให้นักลงทุนถือพอร์ตการลงทุนในส่วนที่เหลือ แต่หากจะเข้าซื้อขายเก็งกำไรช่วงสั้น นักลงทุนควรระมัดระวังมากยิ่งขึ้น เพราะมูลค่าการซื้อขายที่เบาบาง อาจกลายเป็นกับดักของตลาดหุ้นได้เช่นกัน
* ยิ่งลักษณ์ ชี้ ไม่จำเป็นตั้งกองทุนพยุงหุ้น เหตุพื้นฐานศก.ไทยยังแกร่ง
          นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึง กรณีที่ตลาดหุ้นไทยได้ปรับตัวลงค่อนข้างแรงเมื่อ 26 กันยายนว่า ในวันนี้ได้มีการหารือกันในคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับภาพรวมของเศรษฐกิจ โดยพบว่าตลาดหุ้นไทยที่ได้ปรับตัวลดลงแรง สาเหตุมาจากนักลงทุนเกิดความตื่นตระหนกจากความผันผวนและความไม่มั่นใจในเศรษฐกิจโลก
          โดยเฉพาะในฝั่งยุโรปที่กำลังมีปัญหาเกี่ยวกับวิกฤตทางการเงินทำให้นักลงทุน ชะลอการลงทุนออกไป อย่างไรก็ตามยังไม่มีความจำเป็นในการจัดตั้งกองทุนมาพยุงตลาดหุ้น แต่ยินดีรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน โดยเห็นว่าการที่หุ้นไทยได้ปรับตัวลดลงแรงเป็นเพียงช่วงสั้นเท่านั้นจึงยัง ไม่มีความจำเป็นและตลาดหุ้นไทยได้เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นใน ประเทศแถบภูมิภาคเอเชีย
          'ขณะนี้รัฐบาลเร่งหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางเศรษฐกิจ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนกลับมาเช่นเดิม โดยเห็นว่าที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยยังคงมีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง แต่ที่ตลาดหุ้นได้ปรับตัวลงมองว่าเป็นความตื่นตระหนกของนักลงทุนจากความไม่มั่นใจเศรษกิจโลก ซึ่งรัฐบาลได้คาดการณ์ไว้ตั้งแต่ต้นแล้ว โดยจะเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยเน้นการเพิ่มรายได้ให้กับภาคครัวเรือน เพื่อรองรับความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลกต่อไป' นายกฯ กล่าว
อังคาร 27 ก.ย.2554--เด็กแนว :
ที่มา : บล.คันทรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

     มันมาถึงเร็วและมากกว่าที่คิดไว้ซะอีก  แต่ก็มีข้อดีคือมาเร็วจะได้จบเร็ว   จากปัจจัยภายนอกและภายในแล้วไม่ควรจะเกิดเหตุการณ์อย่างนี้  แต่ที่มันเกิดขึ้นมาน่าจะเป็นจากการทำ short sell มากเกินไปซึ่ง ตลท.ต้องหาทางแก้ไขมิฉะนั้นจะกลายเป็นตัวสร้างปัญหาเวลาตลาดผันผวน  ส่วนการ Force sell ก็เป็นตัวหนึ่งที่มีผลต่อราคาหุ้นเมื่อวานให้ลงเกินจริง     นักลงทุนตอนนี้เชื่อว่าทำอะไรไม่ถูกเพราะเงินลงทุนจมอยู่กับหุ้น จะใส่เงินใหม่ก็ไม่แน่ใจ  จะขายของเก่าก็กลัวจะต่ำเกินไป     สิ่งที่เด็กแนวอยากแนะนำในเชิงกลยุทธ์และการจัดพอร์ทก็คือ  ต้องกล้าตัดใจ  ขายหุ้นที่มันไม่ค่อยขึ้นในช่วงตลาดดีดกลับ  ขายหุ้นเล็กที่เคยเป็นหุ้นเก็งกำไร  แล้วนำเงินมาใส่ในหุ้นใหญ่ที่ขึ้นพร้อมกับตลาด   เพราะหากตลาดดีดจากที่ต่ำขึ้นไปในทุกครั้งมักจะนำด้วยหุ้นใหญ่ทั้งนั้น แล้วจะได้เงินคืนมาเร็ว   อย่าเสียดายกับหุ้นในพอร์ท  ปรับกลยุทธ์เถอะ ตัดติ่งร้าย  รักษาเนื้อดี นำเงินที่ได้จากการตัดของเสียไปใส่เป็นวิตามินให้เนื้อดี แล้วจะโตขึ้นในที่สุด  ดีกว่าถือมันไปทั้งหมด
     มาดูเครื่องมือทางเทคนิคกันสัก 3 อย่าง   อย่างแรกคือค่า RSI ของกราฟราย week จะพบว่า SET เข้าสู่ระดับ Oversold ในรอบ 3 ปี ซึ่งในครั้งก่อนเกิดจากการตกต่ำเพราะ subprime  คนกลัวตัวสั่นไม่ได้ซื้อหุ้นแต่ฝรั่งช้อนซื้อสบายใจ เรามากล้าซื้อเมื่อ SET วิ่งไปเป็นร้อยจุดแล้ว
     รูปต่อมาคือ PE ตลาดลงมาต่ำมากถึง 11.4 เท่า ในระหว่างวันที่ SET ลงประมาณ 9% ค่า PE ต่ำกว่านี้และเป็นระดับที่กรีซประสบปัญหาครั้งแรกเกิด panic ออกมา จากนั้นก็วิ่งขึ้นภายใน 3 สัปดาห์  จึงถือว่าแถวนี้น่าสนใจล่ะ
     รูปล่างสุดคือกราฟ SET รายวันนั่นเอง เราเคยเห็น RSI ของกราฟลงถึงระดับ 20% เรียกว่า Super Oversold เมื่อตอน Subprime จากนั้นมาก็ไม่เห็นอีกแล้ว เพราะเด้งตัวขึ้น ทางเทคนิคแบบนี้เรียกว่าหุ้นราคาถูกเกินจริง  และต้องหาหุ้นที่ Oversold แบบนี้เข้าสะสมเยอะๆ
     ในกลุ่มพลังงานพบว่า TOP เกิด Super Oversold แล้วแทบไม่น่าเชื่อว่าหุ้นขวัญใจแม่ยกจะลงมาระดับนี้ ขณะที่กลุ่มธนาคารก็มี KTB ที่เกิด Super Oversold เช่นกัน  แนะนำว่าใครติดสูงห้ามขาย  ใครไม่มีทยอยเก็บเถอะแล้วจะรวยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในอนาคต  
     กลุ่มอสังหาตัวที่เกิด Oversold คือ PS หุ้นที่ใครต่อใครชอบแนะนำกันนัก  แต่ตอนนี้ลงลึกสุดใจ พี่ทองมารีบจัดการด่วนเลยคร๊าบกระผม
     ส่วนกลุ่มก่อสร้างแทบไม่น่าเชื่อเหมือนกันว่าหุ้นยอดเยี่ยมอย่าง SCC ก็ Super Oversold ได้ขนาดนี้  ซื้อเถอะ หุ้นราคาต่ำรอกันมานาน ถือไว้สักพัก ที่ขาดทุนไปได้คืนมาแน่

อังคาร 27 ก.ย.--ข่าวหุ้น :
สรุปข่าว หนังสือพิมพ์ข่าวหุ้น

หุ้นโลกขึ้นสวนไทย ตลท.ยัน 'บจ.'แกร่ง หนุนกองทุนพยุงหุ้น 'โต้ง' เตือนอย่าตื่นตูม
       ดัชนีตลาดหุ้นยุโรปวานนี้วิ่งขึ้นสวนทิศทางตลาดหุ้นเอเชีย โดยเฉพาะของประเทศไทยที่ร่วงลงกว่า 5.65% ด้าน "จรัมพร" ย้ำเศรษฐกิจไทยแกร่งมาก "บจ." ปันผลสุดแหล่ม กำไรสวยงาม ส่วน "บิ๊กโต้ง" เตือนนักลงทุนอย่าทำตัวกระต่ายตื่นตูม ต้องมีสติสภาธุรกิจตลาดทุนมาอีก หนุนตั้งกองทุนพยุงหุ้น ขณะที่โบรกฯ แนะเล่นสั้น ซื้อเก็งกำไรเลือกหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายของรัฐบาล ทั้ง ADVANC, CPF, BGH

หมอเสริฐทุ่ม 200 ล้าน อุ้มหุ้น BGH ไม่ให้โคม่า
       ไม่ยอมปล่อย BGH โคม่า "หมอปราเสริฐ" เทเงินสุดตัวอุ้มราคาหุ้น แค่ 2 เดือนสาดเงินซื้อหุ้นบริษัทเข้าพอร์ตเพิ่ม 3.1 ล้านหุ้น เฉลี่ย 65 บาทต่อหุ้น มูลค่ารวมทะลุ 200 ล้านบาท วงการเงินชี้ไตรมาส 3 กำไรพีคสุด รับรู้กำไรควบรวมเปาโลเต็มอัตรา แถมหน้าฝนดึงคนป่วยใช้บริการเพียบ

TOP ขานรับลอยแอลพีจีพิชัยถกอินโดกรณี PTTEP
       "สุรงค์" หนุนขยับราคาแอลพีจีหน้าโรงกลั่น 100% มั่นใจดันมาร์จิ้นเพิ่ม ขณะที่ห่วงแผนสำรองน้ำมันทางยุทธศาสตร์หวั่นรัญโบ้ยภาระให้เอกชนแบกรับต้นทุนเพิ่ม "พิชัย" เตรียมเดินทางไปอินโดนีเซียวันนี้หวังเคลียร์ปัญหามอนทาราของ PTTEP มั่นใจได้ข้อยุติที่พอใจทั้งสองฝ่าย

ตะเพิดเงินร้อน สั่งกองวายุภักษ์ ให้ช้อนหุ้นด่วน
       สบน. ไล่เงินเก็งกำไรต่างชาติออก ระบุไม่กระทบตลาดตราสารหนี้และตลาดหุ้นไทย แต่กลับทำให้เงินบาทอ่อน ส่งผลดีต่อส่งออกและทำให้แบงก์ชาติกำไรอัตราแลกเปลี่ยนพร้อมสั่งกองทุนวายุภักษ์เข้าเก็บหุ้นบลูชิพเข้าพอร์ตหลังรูดหนักสุดในรอบปี

รัฐจัดหนักดอก 0% 3 ปี PS รับเละทำบ้านถูก
       รัฐบาลชง ครม.วันนี้ เพิ่มเงื่อนไข "บ้านหลังแรก" คลอดสินเชื่อดอกเบี้ย 0% นาน 2-3 ปี สำหรับบ้านราคา 1-2 ล้าน ครอบคลุมบ้านใหม่ บ้านมือสอง และสินทรัพย์รอการขาย (NPA) เอาใจคนมีรายได้น้อย ขณะที่ PS รับเละขายสินค้าไม่เกิน 2 ล้านสูงถึง 70% ของพอร์ตทั้งหมด

CPF-TUF ส่งออกหรู รับข่าวดีค่าบาทอ่อน
       หุ้นส่งออกดี๊ด๊า TUF-CPF รับอานิสงส์ค่าบาทอ่อนแตะ 31 บาท ระบุไม่หวั่นวิกฤติเศรษฐกิจโลก"ธีรพงศ์" มั่นใจยอดขายทะลุ 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เชื่อไตรมาส 3/54 ผลประกอบการสูงสุดในรอบปี "อดิเรก" การันตียอดขาย 2.2 แสนล้านบาท หรือโต 15% มองธุรกิจอาหารดีต่อเนื่อง

คมนาคมหั่นงบฯ รถเมล์ NGV ใหม่ เหลือแค่ 2,372 คัน
       นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมการจัดหารถโดยสารปรับอากาศ NGV ว่า ที่ประชุมมีมติให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ไปศึกษาข้อมูลที่แท้จริงของจำนวนรถเมล์ทั้งรถของขสมก. และรถเอกชนร่วมบริการที่จะต้องให้บริการประชาชน ที่จะเข้าสู่ระบบและเมื่อนำไปรวมกับการจัดเส้นทางใหม่ 155 เส้นทางจากเดิม 209 เส้น ทางเดิมที่มีโครงการจะจัดหารถ NGV จำนวน 4,000 คัน

SCC ลุยปิโตรเวียดนามต้นปีหน้า ซื้อหุ้น CAP ในอินโดฯเริ่มรับรู้รายได้ Q4 ปีนี้
       SCC ฟันธงต้นปีหน้า สรุปแหล่งงินลงทุนปิโตรเคมีคอมเพล็กซ์เวียดนาม ส่วนการเข้าถือหุ้น CAPสัดส่วน 30% เริ่มรับรู้ส่วนแบ่งการลงทุนไตรมาส 4/54 ลั่นยอดขายปูนปีหน้าโต 5% จากปีนี้ ตอกย้ำเป้ารายได้ทั้งปีโต 20% โบรกฯ มองครึ่งปีหลังธุรกิจหลักฟื้น

CMO เฮ! รับหนี้คืนกว่า 130 ล้าน ครึ่งหลังขานรับอีเวนต์เพิ่มขึ้น
       CMO ได้เฮ! สามารถเรียกเก็บหนี้คืนจากลูกหนี้ราชการแห่งหนึ่งกว่า 130 ล้านบาท หลังจากที่ติดมานานกว่า 2 ปี พร้อมเดินหน้าประมูลงานใหม่ กว่า 300 ล้านบาท "เสริมคุณ" เผยผลงานครึ่งปีหลังสดใสรับอานิสงส์ธุรกิจอีเวนต์พุ่ง เตรียมสู้ศึก "บีโอไอแฟร์ 2011" ปลายปีนี้ มั่นใจปั๊มรายได้เข้าเป้า 1 พันล้านบาท

บอร์ดซิป้าไม่ออก ลั่นไม่ขัดนโยบาย มีตัวชี้วัดอยู่แล้ว
       แหล่งข่าวจากสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ ซิป้ากล่าวว่า การที่บอร์ดบริหารซิป้าไม่ยอมลาออกโดยเฉพาะนายศุภชัย ตั้งวงศ์ศานต์ ประธานบอร์ดซิป้าที่ยืนยันแนวทางในการบริการงานภายในองค์กรและถือว่าที่ผ่านมาได้ดำเนินงานภายในองค์กรและถือว่าที่ผ่านมาได้ดำเนินงานตามนโยบายกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) มาโดยตลอดจึงเป็นปัจจัยที่ไม่ยอมลาออกจากการเป็นประธานบอร์ดบริหารดังกล่าว แม้หลายฝ่ายได้ให้ข้อวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมากว่า โดยมารยาทแล้วหากมีการปรับเปลี่ยนรัฐบาลหรือตัวรัฐมนตรีที่กำกับดูแลหน่วยงานในสังกัดบอร์ดบริหารในหน่วยงานจะต้องลาออกเพื่อให้รมว.ไอซีทีแต่งตั้งขึ้นมาใหม่

เอสซีโชว์แบ็กล็อก 2 พันล้าน จ่อรับรู้รายได้ครึ่งปีหลัง 50% Q3 ยอดขาย 2 พันล้าน
       "SC" แย้มยอดขายไตรมาส 3 ใกล้เคียงไตรมาส 2 ที่ 2,000 ล้านบาท โชว์แบ็กล็อกกว่า2,000 ล้านบาท จ่อบันทึกครึ่งปีหลัง 50% ขณะที่ไตรมาส 4 โหมกระหน่ำเปิด 11 โครงการใหม่มูลค่ากว่า 1.1 หมื่นล้านบาท พร้อมย้ำยอดขายทั้งปีตามเป้า 8 พันล้านบาท

AP ลุยเปิดทาวน์เฮาส์ 3.6 พันล้าน ขายไม่เกิน 5 ล้านรับมาตรการรัฐ
       AP เชื่อมาตรการบ้านหลังแรกหนุนตลาดอสังหาฯ กลับมาคึกคัก เดินหน้าเปิดตัวทาวน์เฮาส์ 6 โครงการใหม่ มูลค่ากว่า 3,600 ล้านบาท เข้าเป้ามาตรการทั้งราคาขายไม่เกิน 5 ล้าน และพร้อมโอนภายในปี 2555 ลุยจัดโปรโมชั่นกระตุ้นการตัดสินใจซื้อสินค้าทั้งแนวราบ-แนวสูงในเครือAP ที่รองรับมาตรการกว่า 40% ของสินค้าทั้งหมดมูลค่ากว่า 20,000 ล้าน

ยอดผลิตรถยนต์ก.ย.พีค ลุ้นทะลุ 150,000 คัน SAT-STANLY รับเต็ม
       อุตสาหกรรมยานยนต์พีค ยอดผลิตเดือน ก.ย. เตรียมพุ่งกระฉูดเหนือ 150,000 คัน ความต้องการซื้อรถในประเทศคับคั่ง หนุนค่ายเดินเครื่องผลิตเต็มกำลังทุกเจ้า วงการชี้ นโยบายรัฐทั้งคืนภาษีรถคันแรกลดจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน ยาดีกระตุ้นตลาด SAT-STANLY รับอานิสงส์ออเดอร์งาน

ซินเท็คลุ้นได้งานรัฐสภาใหม่ มูลค่ากว่า 1.5 หมื่นล้าน คาดรู้ผลปลายปีนี้
       SYNTEC ลุ้นได้งานก่อสร้างรัฐสภาใหม่ มูลค่า 1.5 หมื่นล้านบาท คาดรู้ผลปลายปีนี้ ขณะที่ยังอยู่ระหว่างยื่นประมูลงานกว่า 1 หมื่นล้านบาท หวังได้งานไม่ต่ำกว่า 4,000-5,000 ล้านบาท ในช่วงครึ่งปีหลัง แย้มผลงานครึ่งหลังโดดเด่น รับรู้งานในมือกว่า 8,000 ล้านบาท มั่นใจรายได้ทั้งปีใกล้เคียงปีก่อนที่ 5,100 ล้านบาท

BWG ส่งเอเคพีเข้าตลาด mai
       บอร์ด BWG ลงมติส่งบริษัทย่อย "อัคคีปราการ (AKP)" เข้าตลาด mai เตรียมเสนอขายหุ้น IPOจำนวน 84 ล้านหุ้นด้วยการเพิ่มทุนจาก 160 ล้านบาท เป็น 202 ล้านบาท ที่ราคาพาร์ 0.50 บาทคาดเสนอให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาวันที่ 3 พ.ย. 54

แผนช่วยเหลือยูโรโซนเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง เพิ่มเงินกองทุนยุโรปเป็น 2 ล้านล้าน-ลดหนี้ให้กรีซ 50%
       ร่างแผนช่วยเหลือยูโรโซนกำลังเป็นรูปเป็นร่าง มีรายงานจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ) ที่ชี้ว่า อาจมีการลดหนี้ของรัฐบาลกรีซลงประมาณ 50% และอาจเพิ่มขนาดของเงินกองทุนช่วยเหลือสหภาพยุโรปเป็น 2 ล้านล้านดอลลาร์ รัฐบาลยุโรปหวังว่าแผนการนี้จะแล้วเสร็จใน 5-6 สัปดาห์นี้

"โต้ง" ไม่สน "มาร์ค" ประกันรายได้
       "กิตติรัตน์" ไม่สนข้อเรียกร้อง "อภิสิทธิ์" ใช้นโยบายประกันรายได้ช่วยเกษตรกร เพราะทำให้ราคาข้าวตกต่ำและชาวนาได้เงินน้อย ยืนยันเยียวยาคนที่ขายข้าวก่อนเดือนต.ค. มั่นใจองค์การการค้าโลกหนุนแนวทางรับจำนำมากกว่าประกันรายได้

แอสเซทพลัสแนะ เลี่ยงลงตลาดหุ้นแล้วหันซื้อบอนด์
       บลจ.แอสเซท พลัส เตรียมเปิดขายและรับซื้อคืนรอบใหม่ กองทุนเปิดแอสเซทพลัสแอ็คทีฟตราสารหนี้ 4 ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลไทย อายุประมาณ 3 เดือน ชูผลตอบแทน 3.30% ต่อปีเปิด Rollover วันที่ 28 กันยายน 2554 หลังสถานการณ์การลงทุนในตลาดหุ้นส่อแววร่วงหนัก

7 เดือนซื้อประกันเพิ่ม 12.51% ยันกำหนดค่าเบี้ย ใช้เหมือนกันทุกประเทศ
       คปภ.เผยคนไทยสนใจทำประกันชีวิตเพิ่ม หลัง 7 เดือนแรกของปีพบคนแห่ทำประกันสูงถึง 12.51% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นเบี้ยประกันภัยรับโดยตรง 180,711 ล้านบาท พร้อมแจงการกำหนดอัตราเบี้ยประกันชีวิต ใช้หลักสากลเหมือนกันทุกประเทศ

KTAM ส่งกองบอนด์ 3 สั้น จ่ายผลตอบแทน 3.20%
       บลจ.กรุงไทย (KTAM) เพิ่มทางเลือกหนีตลาดหุ้นผันผวน ขายกองทุนพันธบัตรภาครัฐ 3 เดือนชู 3.20% หลังเชื่อปัญหาเศรษฐกิจโลกไร้ทางเยียวยาในระยะนี้

คลังส่งสัญญาณถังแตก ดูดเงินกองทุนคืนหมื่นล.-ปัดขึ้นแว็ต
       คลังส่งสัญญาณรายได้ไม่พอจ่าย รองปลัดเสนอ "วิรุฬ เตชะไพบูลย์" ดึงเงินกองทุนหมุนเวียนกว่า1 หมื่นล้านบาท ส่งเป็นรายได้เข้าคลังก่อนขาดสภาพคล่อง ระบุกระทรวงศึกษาธิการโดนตัดงบหนักสุดจากทั้งหมด 100 กว่า กองทุน พร้อมโยกเงินฝาก 2 แสนล้านเข้าคลังช่วยลดภาระออกตั๋วเงินคลังด้านสรรพากรปฏิเสธขึ้นแว็ต

กลุ่มแบงก์น่าช้อน เก็บ TISCO-TCAP ปันผลสุดแหล่ม
       หุ้นธนาคารยังสดใส แม้ดัชนีร่วงหนัก ยันพื้นฐานยังแข็งแกร่ง เชื่อกำไรไตรมาส 3/54 โตก้าวกระโดดส่วนสินเชื่อเดือนส.ค.ขยายตัว 1.6%MoM และ 16.9%YoY ดัน 8 เดือนแรกทะลุ 8.5% ด้านกำไรไตรมาส 3/54 ขยายตัว 5% QoQ แนะเก็บ TISCO-TCAP เหตุเงินปันผลสูงสุด

ก.ล.ต.ยันระบบผู้ให้บริการ ของตลาดทุนมีความมั่นคง
       สำนักงานคณะกรรมการกำกบหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ยืนยันระบบและฐานะของผู้ให้บริการในตลาดทุนมีความมั่นคง แม้ตลาดหุ้นไทยและตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าปรับลดลงอย่างรุนแรงตามทิศทางตลาดต่างประเทศ

KTB ขายเอ็นพีเอหมื่นล้าน ลั่น "บ้านหลังแรก" ไม่กระทบ หุ้นร่วงอัพไซด์บาน
       ธนาคารกรุงไทย (KTB) เผยนโยบายบ้านหลักแรกของรัฐบาลไม่สะเทือน เดินหน้าเทกระจาดขายของเต็มกำลัง ปลื้ม 7 เดือนทะลุ 7 พันล้านบาท เชื่อสิ้นปีปิดบัญชี 1 หมื่นล้านบาทแน่ โบรกฯชี้อัพไซด์กว้างเป็นทุ่ง จากราคาเป้าหมาย 27 บาท