พฤหัสฯ 10 ส.ค.--ทันหุ้น :
สรุปข่าว หนังสือพิมพ์ทันหุ้น
'PS' เก็ง Q2 กำไรทะลัก โบรกเคาะเป้าเกิน 25 บ.
PS โชว์ผลประกอบการ Q2/2554 วันนี้ส่งซิกรายได้-กำไรสวย เหตุบันทึกรายได้โอนเพิ่มขึ้น โบรกคาด Q2/2554 โกยกำไรสุทธิทะลุ 800 ล้านบาท โต 19.6% จาก Q2/2553 และโต 4.1% จากปีก่อน หลังคาดรายได้ทะลัก 6.24 พันล้านบาท พร้อมส่องครึ่งปีหลังสดใส เชียร์ "ซื้อ" ราคาเป้าหมายวิ่งไกล 25.88 บาท
จับตา SST กำไรโต 2,000% มีเงินพิเศษกว่า 300 ล.
เล็ง SST Q2 กำไรโตอลังการงานสร้าง หลังบันทึกกำไรจากการขายคลังสินค้า 675 ล้านบาท วงการตลาดทุนคาด SST กำไรเกิน 300 ล้านบาท โตถึง 2,000% ทั้งปี ไม่ต่ำกว่า 400 ล้านบาท ดันบุ๊กแวลูชน 12 บาท เคาะราคาที่ 1.5 เท่าของบุ๊กได้มูลค่า 18 บาทต่อหุ้น
'CENTEL' วันนี้อนุมัติงบ ไม่ผิดหวังโตเกิน 100%
ธุรกิจโรงแรมฟื้นจริง ERW แจ้งแล้วครึ่งปีกำไรพุ่งเฉียด 600% วันนี้ถึงรอบลุ้น CENTEL คาดพลิกกำไรสวย และจะพุ่งสุดๆ ใน Q3 เป้าหมาย 14 บาท มีไว้ทำลาย ขณะที่ MINT คนขายอาหารก็ไม่ใช่ย่อยประกาศกำไรโต 254% คาดทะลวงเป้า 15 บาท กระจุย
'BANPU' โชว์กำไรสวย โบรกแนะซื้อเป้า 932 บ.
BANPU ไตรมาส 2/2554 มาตามนัดกำไร 3.1 พันล้านบาท จากราคาขายถ่านหินอยู่ในระดับสูง 96.49 ดอลลาร์ หนุนรายได้จากการขายขยับ 68% เป็น 2.4 หมื่นล้านบาทจากปริมาณการขายเพิ่มเป็น 8.94 ล้านบาท หลังรวมงบบริษัทย่อยออสเตรเลีย ฟากโบรกส่องกำไรดีเกนิคาด เหตุปริมาณการขาย และราคาขายอยู่ในระดับสูง แนะ "ซื้อ" เป้า 932 บาท
PAP ซดกำไร Q2/54 เกิน 50% จองออเดอร์ยุ่นจ่อคิวแน่น
PAP โกยกำไรไตรมาส 2/2554 เกิน 50% หนุนงบครึ่งปีสูงกว่าทั้งปี 2553 ด้าน "วิริยา อำพรนภากุล" ฟันธงกำไรสุทธิปีนี้สูงในรอบหลายปี แอบกระซิบมีลุ้นแจกปันผลสูงจากปีก่อนที่ 0.18 บาท ลั่นเดินสายรับออเดอร์จากญี่ปุ่นเพียบ แถมงานในประเทศล้นมือ มั่นใจรายได้รวมทะลุเป้า 5 พันล้านบาท
SENA โกยกำไร Q2 สุดเริ่ม ปันผลระหว่างการ 0.129 บ.
SENA สุดปลื้มโกยกำไรสุทธิ Q2/2554 กว่า 177 ล้านบาท พร้อมประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 0.129 บาทต่อหุ้น นับเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ด้านผู้บริหาร "ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์" แจงรับรู้รายได้จากโครงการคอนโดมิเนียมเป็นหลัก แถมส่งสัญญาณไตรมาส 3-4 ปีนี้ เติบโตต่อเนื่อง เพราะมีโครงการเดอะนิช ห้วยขวาง, เดอะนิช ตากสิน และโครงการอื่นๆ จ่อโอนและรับรู้เป็นรายได้มูลค่ากว่า 400 ล้านบาท
AJ ใจป้ำปันผลครึ่งปีแรก 60 สต. การันตีไตรมาส 3/54 ผลงานแจ่ม
AJ ส่งซิกไตรมาส 3/2554 ผลงานยังสดใส จากความต้องการที่มีอยู่สูง แม้เศรษฐกิจสหรัฐ-ราคา น้ำมันผันผวนหนัก เดินหน้าขยายกำลังผลิต BOPET เท่าตัวจากเดิม 31,000 เป็น 62,000 ตันต่อปี พร้อมประกาศปันผล 0.60 บาท จากกำไรครึ่งปีแรก 751.80 ล้านบาท ฟากโบรกประเมินผลงานไตรมาส 3/2554 ใกล้เคียงไตรมาส 2/2554 คาดฟื้นตัวได้ในไตรมาส 4/2554 จากกำลังผลิตใหม่เข้ามา แนะ "ซื้อ" เป้า 35 บาท
'TOP' จ่อเพิ่มเป้ากำไรธุรกิจ สอยรับปันผลระหว่างกาล 1 บ.
TOP เตรียมปรับเป้ากำไรการดำเนินงานใหม่จากครึ่งปีแรกกวาดกำไรสุทธิแล้ว 1.04 หมื่นล้านบาท สูงกว่าเป้าเดิมตั้งไว้ 8 พันล้านบาท คาดค่าการกลั่น GRM ครึ่งปีหลังเฉลี่ย 8 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนไตรมาส 3/2554 เชื่อใกล้เคียงไตรมาส 2/2554 เหตุปริมาณการผลิต และสเปรดผลิตภัณฑ์อยู่ในระดับสูง โบรกมองไตรมาส 3/2554 ทรงตัว แนะ "ซื้อ" รับปันผลระหว่างกาล 1 บาท เป้า 100 บาท
'CPF' ปรับรายได้เพิ่ม 2.2 แสนล. เปิดจองหุ้นกู้หมื่นล้านบาทวันนี้
CPF ปรับเป้าราไยด้ปีนี้เพิ่มเป็น 2.1-2.2 แสนล้านบาท ผู้บริหาร "อดิเรก ศรีประทักษ์" เชื่อครึ่งปีหลังผลงานดีกว่าจากธุรกิจส่งออกกุ้งโต 12-15% พร้อมหนุนรัฐขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท พร้อมเปิดจองหุ้นกู้ 2 ชุด 7 พันล้านบาท และ 3 พันล้านบาท วันนี้ (11 ส.ค.)
SINGER พร้อมอวดกำไร Q2 ทุ่ม 20 ล.อัดโฆษณากระตุ้นยอด
วันนี้ บิ๊ก SINGER เตรียมแจ้งงบ Q2 คาดดีกว่าช่วงเดียวกันปีก่อนและจากไตรมาสแรก ที่คว้ากำไรแล้ว 25 ล้านบาท จากการเน้นกลุ่มร้านค้า-ครัวเรือนมากขึ้น เปรยครึ่งปีหลังดีไม่แพ้กัน ปูทางไตรมาส 3/2554 ควักกระเป๋า 20 ล้านบาท อัดโฆษณาหวังกระตุ้นยอดขายสินค้าพร้อมคลอดตู้เติมเงินรุ่นใหม่เพิ่มอีก 1 รุ่น วงในชี้ปีนี้ SINGER เด่นคาดกำไรโตถึง 100 ล้านบาท
BLA โชว์กำไร Q2 กว่าพันล. โบรกส่องราคาทำนิวไฮ 60 บาท
BLA ฟาดกำไรงวดไตรมาส 2/2554 อิ่มท้อง 1,195 ล้านบาท พุ่งกระฉูด 38% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรเพียง 864 ล้านบาท โชว์ยอดเบี้ยประกันรับสุทธิกว่า 7.9 พันล้านบาท แถมงาบรายได้จากการลงทุนช่วงตลาดหุ้นไทยร้อนแรงอีกกว่า 1.1 พันล้านบาท เตรียมแจกปันผลระหว่างกาลจิ๊บๆ อีก 0.38 บาทต่อหุ้น ด้านโบรกมองราคาหุ้น BLA ยังมีลุ้นบวกต่อจากเมื่อวานนี้ เตรียมเห็น BLA ทำนิวไฮอีกรอบที่ระดับ 60.00 บาท พร้อมมีลุ้นวิ่งทดสอบ 62.00 บาท
TCAP กำไรครึ่งหลังยังดี ส่อแววรุ่งหลังควบรวมจบ
TCAP โวผลประกอบการครึ่งปีหลังโดดเด่น หลังรับอานิสงส์เศรษฐกิจไปได้สวย แถมนโยบายรัฐบาลหนุน ฟันธงสินเชื่อทั้งปีโตตามเป้า 8-10% ด้าน "อนุวัติร์ เหลืองทวีกุล" เฝ้าระวังหนี้ฝรั่ง หวั่นกระทบฐานะ แย้ม 1 ตุลาคม 2554 ควบรวม SCIB ดันผลประกอบการปี 2555 รุ่งโรจน์
LH ฟันกำไร Q2 กว่า 1 พันลบ. ใจดีแจกเงินปันผล 0.17 บาท
LH พุงปลิ้น กวาดกำไรไตรมาส 2/2554 ทะลุ 1 พันล้านบาท เติบโต 31% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีก่ำไรสุทธิ 792 ล้านบาท โชว์ยอดขายไตรมาส 2/2554 ล้นทะลักกว่า 4.6 พันล้านบาท แต่ค่าใช้จ่ายด้านภาษีและค่าธรรมเนียมการโอนพุ่งหลังมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์หมดอายุ ลุ้นรายได้ปี 2554 ดีกว่าเป้าที่ตั้งไว้ 15-20%
IVL กำไรงวด 6 เดือนโต 278%
นายอาลก โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ IVL เปิดเผยว่าผลประกอบการงวดไตรมาส 2/2554 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 2,366.58 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 2,054.57 ล้านบาท ขณะที่งวด 6 เดือนของปี 2554 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 13,423.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 278% เมื่อเทียบกับช่วง 6 เดือนแรกของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 3,548.77 ล้านบาท
AACP อัพเกรดระบบงาน ตอบโจทย์ลูกค้ายุคดิจิทัล
AACP เดินหน้าเพิ่มประสิทธิภาพฝ่ายปฏิบัติการให้โดนใจ ทันสมัย ฉับไว รุกเพิ่มช่องทางให้บริการลูกค้าผ่านเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นบนมือถือ ตอบสนองไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคดิจิทัล ภายใต้แนวคิด สะดวกรวดเร็ว ทันสมัยในแบบมืออาชีพ
วิริยะประกันภัยโตต่อเนื่อง
นายกฤษณ์ หิญชีระนันทน์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด เปิดเผยถึงผลประกอบการ 6 เดือนแรกของบริษัทว่า ในช่วงครึ่งปีแรก บริษัทมีเบี้ยประกันภัยรับรวมทั้งหมด 11,299.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2553 คิดเป็นอัตราการเติบโต 18.28% โดยแบ่งเป็นเบี้ยประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) จำนวน 1,017.65 ล้านบาท และเป็นเบี้ยประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ จำนวน 9,406.51 ล้านบาท ส่วนเบี้ยประกันภัยนอนมอเตอร์มีจำนวน 875.00 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนด้วยอัตราการเติบโต 30.42% แบ่งเป็นเบี้ยประกันภัยอัคคีภัย 114.42 ล้านบาท เบี้ยประกันภัยทางทะเลและขนส่ง 60.94 ล้านบาท และเบี้ยประกันภัยเบ็ดเตล็ด 699.65 ล้านบาท
YUASA ซดออเดอร์นอก 20 ล. โบรกชี้มีลุ้นรีบาวนด์ 5.70 บ.
YUASA โชว์ออเดอร์ต่างประเทศในมือราว 20 ล้านบาท โซ้ยยาวถึงเดือนสิงหาคมนี้ พร้อมมั่นใจปีนี้รายได้โตถึงฝัน 15% จากปีก่อนหลังดีมานด์ทั้งใน-นอกทะลักต่อเนื่อง แถมเดินหน้าจัดงบ 15 ล้านบาท เพิ่มกำลังผลิตแบตเตอรี่มอเตอร์ไซค์ ฟากเทคนิค ชี้มีแววรีบาวนด์แตะ 5.70 บาท
2S ลุ้นนโยบายรัฐบาลใหม่ หนุนยอดขายเหล็กกระฉูด
2S เชื่อนโยบายรัฐบาลใหม่ หนุนรับเหมาคึกคักดันยอดขายเติบโต พร้อมการันตีปี 2554 รายได้ทะยาน 10% จากปีก่อนที่ 2.82 พันล้านบาท อานิสงส์เศรษฐกิจฟื้นตัว พร้อมโชว์ Backlog ในมือกว่า 3 พันตัน กินยาวถึงสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ แถมแจงเงินบาทแข็งค่ากระทบน้อย เหตุลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ในไทยฟากนักวิเคราะห์ส่องเทคนิคต้าน 2.80 บาท
UIC กำไร Q2 พุ่งเฉียด 1,300% อานิสงส์ราคาเคมีภัณฑ์รุ่ง
UIC ปลื้มผลงานไตรมาส 2/2554 กำไรโตถึง 14.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,273.39% จากงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 1.09 ล้านบาท รับอานิสงส์ราคาอุตสาหกรรมเคมีปรับตัวสูงขึ้น ด้าน บอส ใหญ่"พีรเจต สุวรรณภาศรี" ประเมินแนวโน้มธุรกิจครึ่งปีหลังเจ๋ง มั่นใจดันรายได้ทั้งปีโต 100%--จบ--
พุธ 10 ส.ค.--eFinanceThai.com :
ลุยหุ้นอาหาร-เกษตรรับศก.สหรัฐทรุด
ท่ามกลางผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้ทำให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง และล่าสุด ณ วันที่ 9 สิงหาคม 2554 ดัชนีฯ ปิดที่ระดับ 1,042.54 จุด ลดลง 35.66 จุด หรือ 3.31% ด้วยมูลค่าการซื้อ 63,606.85 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 8,995.11 ล้านบาท และนักลงทุนสถาบันขายสุทธิ 1,713.63 ล้านบาท
ฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ออกบทวิเคราะห์ประเมินสถานการณ์ตลาดหุ้นไทย ในประเด็นหากเศรษฐกิจสหรัฐถดถอย หุ้นกลุ่มใดที่ควรระวัง
* มองอดีตเทียบอนาคต
โดยมองว่า จากวิกฤต 2 ครั้งที่ผ่านมา เราพบว่ากลุ่มที่ควรระวังหากเกิดวิกฤตกับเศรษฐกิจสหรัฐในครั้งนี้ได้แก่กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์และชิ้นส่วน ขนส่ง อสังหาฯ วัสดุก่อสร้าง ปิโตรเคมี และพลังงาน ขณะที่กลุ่มที่ Outperform ส่วนใหญ่เป็น Domestic plays ได้แก่ กลุ่มอาหาร ค้าปลีก โรงพยาบาล ประกัน สื่อสาร ธนาคาร
ขณะที่ช่วง Dotcom crisis ส่งออกของไทยหดตัว 4.2% ซึ่งหากเศรษฐกิจสหรัฐถดถอยอีกครั้งจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยและตลาดหุ้นอย่างไรบ้าง เราย้อนกลับไปดูในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา สหรัฐเคยเกิดวิกฤต 2 ครั้งคือ Dotcom crisis ในปี 2001 และ Subprime crisis ปี 2008 – 2009 ในช่วง Dotcom crisis การ เติบโตของเศรษฐกิจไทยชะลอลงเหลือเพียง 2.2% จากที่โตเฉลี่ยปีละ 4.6% เพราะยอดส่งออกหดตัว 4.2% โดยตลาดสหรัฐ (20% ของตลาดส่งออกทั้งหมด) ลดลงถึง 11% สินค้าส่งออกที่หดตัวมากได้แก่แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า ยาง เหล็ก อาหารทะเลแช่แข็ง
ส่วนช่วง Subprime Crisis ส่งออกหดตัวถึง 13.9% ซึ่งวิกฤต Subprime ที่เกิดในช่วงปลายปี 2008 ส่งผลให้ GDP ของไทยในปี 2009 หดตัว 2.3% จากการส่งออกที่หดตัวถึง 13.9% หดตัวรุนแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์วิกฤตที่ผ่านมา SET Index ปรับฐาน 8% - 14%
ทั้งนี้ ปี 2001 SET Index ปรับฐาน 14.5% เป็นเวลา 2 เดือนเศษ ปี 2009 SET ปรับลง 7.9% กินเวลา 2 เดือนครึ่ง หาก SET Index ปัจจุบันปรับลงในอัตรา 8% - 14% จากจุดสูงสุด จะลงไปอยู่ที่ 1,056 และ 981 จุด ตามลำดับ แต่เราไม่คิดว่าตลาดจะปรับลงลึกต่ำกว่า 1,000 จุดเพราะตลาดส่งออกได้ถูกกระจายได้ดีขึ้น ปัจจุบันเราค้าขายในเอเชียด้วยกัน 60%
นอกจากนี้ การจับจ่ายใช้สอยในประเทศขยายตัวต่อเนื่องและแข็งแกร่ง โดยได้แรงหนุนจากรายได้เกษตรกรที่ดีขึ้น ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคดีขึ้น รวมถึงการลงทุนจากโครงการต่างๆ ของรัฐบาลใหม่ ‘เงิน’ ต้องหาผลตอบแทนที่ดีกว่า...เลี่ยง Cyclical ซื้อ Domestic
เราจึงยังมองบวกกับ SET Index ในระยะกลาง-ยาว เพราะนักลงทุนไม่เหลือทางเลือกในการลงทุนมากนักวันนี้ การปรับฐานจึงเป็นโอกาสในการสะสมหุ้นพื้นฐานแกร่งเช่น KBANK, BBL, LPN, AP, SIRI, DTAC, BIGC, MAKRO, HMRO, CPALL, BLA, BGH, TUF, PTT, TOP และหุ้นที่นักวิเคราะห์มีแนวโน้มปรับประมาณการขึ้น PHATRA, BLA, DRT, KSL, BEC, WORK, THCOM
* ควรระวังกลุ่มอิเล็กฯ-ยานยนต์และชิ้นส่วน-ยาง-ขนส่ง-อสังหาฯ-วัสดุก่อสร้าง-ปิโตรเคมี-พลังงาน
บล.ฟินันเซีย ไซรัส มองว่า ในปี 2001 Dow Jones ปรับลดลง 5.8% ขณะที่ SET Index ปรับตัวเพิ่มขึ้น 11.7% อย่างไรก็ตาม GDP ช่วงที่ได้รับผลกระทบจากการส่งออกที่ชะลอลงอยู่ในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งทำให้ SET Index พักฐาน 14.5% เป็นเวลา 2 เดือนเศษ กลุ่มที่ปรับลงมากที่สุดได้แก่กลุ่มอิเล็คทรอนิคส์ ขนส่ง อสังหาฯ ธนาคาร กลุ่มที่ยังปรับตัวบวกได้ในช่วงเวลาดังกล่าวได้แก่กลุ่มท่องเที่ยว อาหาร ยานยนต์ ประกัน โรงพยาบาล ค้าปลีก
ในปี 2009 ที่ทั่วโลกเผชิญผลกระทบจาก Subprime แต่ SET Index ปรับตัวขึ้นแทบตลอดทั้งปีเพราะผลจาก QE1 และ QE2 ทำให้ตลาดปรับตัวขึ้นถึง 63.2% แม้กระทั่ง Dow Jones เองก็ปรับตัวบวก 18.8% อย่างไรก็ตาม GDP ของไทยตกต่ำที่สุดใน 1Q09 -7.1% Y-Y ในช่วงดังกล่าว SET Index ปรับลง 7.9% กินเวลา 2 เดือนครึ่ง กลุ่มที่ปรับลงมากที่สุดได้แก่กลุ่มปิโตรเคมี พลังงาน อิเล็คทรอนิคส์ อสังหาฯ ยานยนต์ ขนส่ง วัสดุก่อสร้าง
กลุ่มที่ยังปรับตัวบวกได้ในช่วงเวลาดังกล่าวได้แก่กลุ่มเหมืองแร่ เกษตร (ผลจาก QE1+2) ค้าปลีก ประกัน สื่อสาร
จากวิกฤต 2 ครั้งที่ผ่านมา เราพบว่ากลุ่มที่ควรระวังหากเกิดวิกฤตกับเศรษฐกิจสหรัฐในครั้งนี้ได้แก่กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์และชิ้นส่วน ยาง ขนส่ง อสังหาฯ วัสดุก่อสร้าง ปิโตรเคมี และพลังงาน ขณะที่กลุ่มที่น่าจะ Outperform ส่วนใหญ่เป็น Domestic Plays ได้แก่ กลุ่มอาหาร ค้าปลีก โรงพยาบาล ประกัน สื่อสาร ธนาคาร
* เชื่อรอบนี้ SET Index ไม่หลุด 1,000 จุด
สำหรับ SET Index หากปรับลงในอัตรา 8% - 14% จากจุดสูงสุด จะลงไปอยู่ที่ 1,056 และ 981 จุด ตามลำดับ แต่เราไม่คิดว่าตลาดจะปรับลงลึกต่ำกว่า 1,000 จุด เพราะตลาดส่งออกได้ถูกกระจายได้ดีขึ้น ปัจจุบันเราค้าขายในเอเชียด้วยกัน 60% นอกจากนี้ การจับจ่ายใช้สอยในประเทศขยายตัวต่อเนื่องและแข็งแกร่ง โดยได้แรงหนุนจากรายได้เกษตรกรที่ดีขึ้น ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคดีขึ้น รวมถึงการลงทุนจากโครงการต่างๆ ของรัฐบาลใหม่ เราจึงยังมองบวกกับ SET Index ในระยะกลาง-ยาว เพราะนักลงทุนไม่เหลือทางเลือกในการลงทุนมากนักวันนี้
การปรับฐานจึงเป็นโอกาสในการสะสมหุ้นพื้นฐานแกร่งเช่น KBANK, BBL, LPN, AP, DTAC, BIGC, MAKRO, CPALL, BGH, TUF, PTT, TOP และหุ้นที่นักวิเคราะห์มีแนวโน้มปรับประมาณการขึ้น PHATRA, BLA, DRT, KSL, BEC, WORK, THCOM
* แนะหลีกเลี่ยงกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ แต่ SVI ยังดีที่สุด
สำหรับหุ้นในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่ปลอดภัยที่สุดคือ SVI เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ 62% อยู่ในสแกนดิเนเวียซึ่งมีเศรษฐกิจแข็งแกร่ง และเราเพิ่งปรับราคาเป้าหมายของปีนี้ขึ้นเป็น 6.00 บาท และปีหน้าขึ้นเป็น 6.60 บาท ในขณะที่ SMT, DELTA, HANA พึ่งพาตลาดสหรัฐมากที่สุด
* กลุ่มธนาคารยังดูแกร่ง Top picks คือ KBANK, BBL, SCB
โดยสินเชื่อของกลุ่มธนาคารในปี 2001 หดตัว 3.2% แบงก์ใหญ่ที่มีฐานลูกค้าส่งออกได้รับผลกระทบโดยเฉพาะ BBL แต่หลังจาก SET Index พักฐานแล้ว ตลาดรีบาวนด์ 13.6% กลุ่มแบงก์เป็นกลุ่มที่รีบาวนด์ได้แรงที่สุด และในปี 2009 สินเชื่อของธนาคารยังขยายตัวได้ 1.3% เพราะการกระจายฐานลูกค้าที่ดีขึ้น รวมทั้งกระจายรายได้หันไปหารายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยมากขึ้น
สำหรับงวดครึ่งปีแรกปีนี้ สินเชื่อของธนาคารยังเติบโตแข็งแกร่ง 6.6% YTD ดีกว่าตลาดคาด แม้ว่าจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 3 ก.ค. ซึ่งโดยปกติเอกชนแทบจะไม่ขยับขยายการลงทุนจนกว่าจะเห็นทิศทางการเมืองที่ชัดเจน กำไรใน 2Q11 ของกลุ่มแบงก์จึงออกมาดีกว่านักวิเคราะห์คาด +35.5% Y-Y กลุ่มธนาคารจึงดูแข็งแกร่งมากสำหรับการลงทุนในปีนี้ปีหน้า หุ้นที่เป็น Top picks ของเราคือ KBANK, BBL, SCB
* ยอดขายของ TUF และ STA ไม่ได้รับผลกระทบ
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าอาหารทะเลแช่แข็งและอาหารกระป๋องส่งออกจะหดตัวในปี 2001 แต่ปริมาณการขายของ TUF ไม่ได้รับผลกระทบ เรายังเห็นว่าเป็นบริษัทที่น่าลงทุน เช่นเดียวกับ STA ที่แม้ว่ากลุ่มยานยนต์จะปรับลงมากกว่าตลาดในช่วงวิกฤตทั้ง 2 ครั้ง แต่ปริมาณการขายของ STA ไม่ได้รับผลกระทบ ปัจจุบัน STA ซื้อขายที่ PE ถูกที่สุดในกลุ่มเกษตรคือ 8 เท่า ยังสามารถซื้อลงทุนระยะยาวได้แต่ระยะสั้นไม่มีปัจจัยกระตุ้น
* บิ๊ก SMT มอง วิกฤตศก.สหรัฐกระทบ อุตฯชิ้นส่วนฯ ทั้งระบบ
นายพลศักดิ์ เลิศพุฒิภิญโญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทสตาร์ส ไมโคร อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SMT เปิดเผยกรณีที่เศรษฐกิจสหรัฐมีความเสี่ยงที่จะถดถอยอีกครั้งว่า จะกระทบต่อภาพรวมทั้งระบบของธุรกิจชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่มีอัตราการส่งออกในระดับสูง จากปัจจัยอัตราแลกเปลี่ยนที่จะมีความผันผวนมากขึ้น
โดยในกรณีนี้ทำให้ค่าเงินสกุลดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนค่าลงได้อีกจากการแรงกด ดันทางเศรษฐกิจและการย้ายฐานการลงทุนสินทรัพย์ประเภทต่างๆ มายังภูมิภาคเอเชียมากขึ้น ซึ่งย่อมทำให้ค่าเงินบาทมีโอกาสแข็งค่ามากขึ้นในระยะนับจากนี้ และรายได้จะลดลงหลังจากแปลงสกุลเงินหลักจากดอลลาร์เป็นสกุลเงินบาทเมื่อมี การรายงานงบการเงินของแต่ละบริษัท
นอกจากนี้ เมื่อเศรษฐกิจสหรัฐในฐานะประเทศที่มีกำลังซื้อในระดับสูงในช่วงที่ผ่านมา เผชิญปัญหาด้านการเงินและภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้น อาจทำให้ต้องมีการชะลอการสั่งซื้อสินค้าต่างๆ เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายในระยะต่อไป และหากธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟดจะยังคงเดินหน้าออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจปริมาณเป็นครั้งที่ 3 หรือ QE3 เพื่อป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจสหรัฐฯเผชิญภาวะถดถอยครั้งใหม่ก็ยิ่งอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจชิ้นส่วนฯเพิ่มมากขึ้นได้ เนื่องจากจะยิ่งมีเม็ดเงินจำนวนมากไหลเข้ามาสู่เอเชีย และค่าเงินสกุลต่างๆในภูมิภาคนี้จะยิ่งแข็งค่าเพิ่มมากขึ้นอีก
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ต่างๆในขณะนี้ยังไม่มีความแน่นอน และขาดความชัดเจนถึงทิศทางที่จะเป็นไปในอนาคต ดังนั้นจึงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด และใช้ช่วงเวลานี้ในการประเมินความเป็นไปได้ในระยะต่อไป เพื่อรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นและปรับตัวให้ทันต่อการดำเนินธุรกิจ
สำหรับต้นเดือนสิงหาคมนี้บริษัทจะทบทวนเป้าหมายรายได้ และกำไรในปีนี้อีกครั้ง โดยมีแนวโน้มว่าอาจต้องปรับลดลง ซึ่งในครั้งนี้คาดว่าต้องใช้ระยะเวลาอีกสักระยะหนึ่ง เพื่อรอให้สถานการณ์ต่างๆ ชัดเจนมากขึ้นและเพื่อให้มั่นใจได้ว่าหากบริษัทมีการปรับแผนงานแล้ว จะไม่พบกับปัญหาความไม่แน่นอนจนมีผลให้ต้องพิจารณาแผนงานใหม่อีกครั้งในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้คาดการณ์ไว้แล้วว่าจะเกิดเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะในระบบของการเงินในสหรัฐ ซึ่งจากที่บริษัทเป็นผู้ส่งออกในอัตราส่วนที่สูง จึงได้ปรับตัวและเตรียมแผนรับมือไว้แล้วอย่างต่อเนื่อง ตามประสบการณ์ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อครั้งวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540 โดยบริษัทฯได้ทำการควบคุมค่าใช้จ่ายและลดต้นทุนในด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งติดตามและประเมินแนวโน้มคำสั่งซื้อของลูกค้าในอนาคตด้วย ซึ่งเชื่อว่าหากในระยะต่อไปคำสั่งซื้อไม่เพิ่มขึ้น หรือลดลง บริษัทฯจะยังสามารถดำเนินธุรกิจได้จากการควบคุมต้นทุนเป็นหลัก
นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้มีการทำประกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนไว้รองรับความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนบาทต่อดอลลาร์ไว้ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการบริหารจัดการธุรกิจ อย่างไรก็ดี รูปแบบในการดำเนินธุรกิจของบริษัทที่ต้องมีการนำเข้าวัตถุดิบ เพื่อมาผลิตก่อนการส่งออก ก็ถือเป็นประโยชน์ที่ได้รับจากการที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น ทำให้ต้นทุนด้านวัตถุดิบต่ำลง และช่วยชดเชยรายได้ในบางส่วนที่กระทบจากค่าเงินได้
* SVI ชะลอดีลซื้อกิจการ บ.ในยุโรปไปอีก 3-6 เดือนข้างหน้า
นายพงษ์ศักดิ์ โล่ห์ทองคำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสวีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ SVI กล่าวถึงความคืบหน้าของแผนการซื้อกิจการในยุโรปว่า บริษัทฯ จะชะลอออกไปอีก 3-6 เดือนจากนี้ หลังจากล่าสุดยุโรปยังคงมีเรื่องของวิกฤตด้านการเงิน ซึ่งเริ่มต้นจากกรีซจนล่าสุดลุกลามมายังสเปน และอิตาลี บริษัทฯ จึงขอรอดูสถานการณ์ก่อน เนื่องจากหากเข้าไปซื้อกิจการในตอนนี้ บริษัทฯ อาจต้องซื้อในราคาแพง เนื่องจากราคาที่จะเข้าซื้อใช้การประเมินงบการเงินย้อนหลัง 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งยังไม่สะท้อนถึงมูลค่าของกิจการที่แท้จริงในสถานการณ์ปัจจุบัน
'เข้าไปซื้อตอนนี้เสี่ยงมาก เพราะเราจะต้องซื้อของแพง และยังไม่ทราบว่าลูกจ้างจะต้องเผ่นหนีไปอีกกี่ราย เราจึงต้องรอดูสถานการณ์ให้นิ่งก่อน เพื่อที่ราคาที่เราจะเข้าซื้อจะได้สะท้อนมูลค่าที่แท้จริง จะให้เราซื้อได้ราคาที่ดีกว่า'นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว
ทั้งนี้ บริษัทฯ ที่จะเข้าซื้อจะมีขนาดประมาณ 300 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งบริษัทฯ จะใช้เงินลงทุนเพื่อซื้อกิจการในครั้งนี้ 100-150 ล้านเหรียญสหรัฐ
ลุยหุ้นอาหาร-เกษตรรับศก.สหรัฐทรุด
กูรู ชี้หุ้นอาหาร-เกษตร และแบงก์ จะไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจสหรัฐถดถอยมากนัก และยังซื้อลงทุนยาวได้ ต่างจากกลุ่มอิเล็กฯ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์และชิ้นส่วน ยาง ขนส่ง อสังหาฯ วัสดุก่อสร้าง ปิโตรเคมี และพลังงาน ด้านบิ๊ก SMT มอง วิกฤตศก.สหรัฐกระทบอุตฯ ชิ้นส่วนฯ ทั้งระบบ ขณะที่ SVI ต้องชะลอดีลซื้อกิจการ บ.ในยุโรปไปอีก 3-6 เดือน รอดูสถานการณ์
ท่ามกลางผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้ทำให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง และล่าสุด ณ วันที่ 9 สิงหาคม 2554 ดัชนีฯ ปิดที่ระดับ 1,042.54 จุด ลดลง 35.66 จุด หรือ 3.31% ด้วยมูลค่าการซื้อ 63,606.85 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 8,995.11 ล้านบาท และนักลงทุนสถาบันขายสุทธิ 1,713.63 ล้านบาท
ฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ออกบทวิเคราะห์ประเมินสถานการณ์ตลาดหุ้นไทย ในประเด็นหากเศรษฐกิจสหรัฐถดถอย หุ้นกลุ่มใดที่ควรระวัง
* มองอดีตเทียบอนาคต
โดยมองว่า จากวิกฤต 2 ครั้งที่ผ่านมา เราพบว่ากลุ่มที่ควรระวังหากเกิดวิกฤตกับเศรษฐกิจสหรัฐในครั้งนี้ได้แก่กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์และชิ้นส่วน ขนส่ง อสังหาฯ วัสดุก่อสร้าง ปิโตรเคมี และพลังงาน ขณะที่กลุ่มที่ Outperform ส่วนใหญ่เป็น Domestic plays ได้แก่ กลุ่มอาหาร ค้าปลีก โรงพยาบาล ประกัน สื่อสาร ธนาคาร
ขณะที่ช่วง Dotcom crisis ส่งออกของไทยหดตัว 4.2% ซึ่งหากเศรษฐกิจสหรัฐถดถอยอีกครั้งจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยและตลาดหุ้นอย่างไรบ้าง เราย้อนกลับไปดูในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา สหรัฐเคยเกิดวิกฤต 2 ครั้งคือ Dotcom crisis ในปี 2001 และ Subprime crisis ปี 2008 – 2009 ในช่วง Dotcom crisis การ เติบโตของเศรษฐกิจไทยชะลอลงเหลือเพียง 2.2% จากที่โตเฉลี่ยปีละ 4.6% เพราะยอดส่งออกหดตัว 4.2% โดยตลาดสหรัฐ (20% ของตลาดส่งออกทั้งหมด) ลดลงถึง 11% สินค้าส่งออกที่หดตัวมากได้แก่แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า ยาง เหล็ก อาหารทะเลแช่แข็ง
ส่วนช่วง Subprime Crisis ส่งออกหดตัวถึง 13.9% ซึ่งวิกฤต Subprime ที่เกิดในช่วงปลายปี 2008 ส่งผลให้ GDP ของไทยในปี 2009 หดตัว 2.3% จากการส่งออกที่หดตัวถึง 13.9% หดตัวรุนแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์วิกฤตที่ผ่านมา SET Index ปรับฐาน 8% - 14%
ทั้งนี้ ปี 2001 SET Index ปรับฐาน 14.5% เป็นเวลา 2 เดือนเศษ ปี 2009 SET ปรับลง 7.9% กินเวลา 2 เดือนครึ่ง หาก SET Index ปัจจุบันปรับลงในอัตรา 8% - 14% จากจุดสูงสุด จะลงไปอยู่ที่ 1,056 และ 981 จุด ตามลำดับ แต่เราไม่คิดว่าตลาดจะปรับลงลึกต่ำกว่า 1,000 จุดเพราะตลาดส่งออกได้ถูกกระจายได้ดีขึ้น ปัจจุบันเราค้าขายในเอเชียด้วยกัน 60%
นอกจากนี้ การจับจ่ายใช้สอยในประเทศขยายตัวต่อเนื่องและแข็งแกร่ง โดยได้แรงหนุนจากรายได้เกษตรกรที่ดีขึ้น ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคดีขึ้น รวมถึงการลงทุนจากโครงการต่างๆ ของรัฐบาลใหม่ ‘เงิน’ ต้องหาผลตอบแทนที่ดีกว่า...เลี่ยง Cyclical ซื้อ Domestic
เราจึงยังมองบวกกับ SET Index ในระยะกลาง-ยาว เพราะนักลงทุนไม่เหลือทางเลือกในการลงทุนมากนักวันนี้ การปรับฐานจึงเป็นโอกาสในการสะสมหุ้นพื้นฐานแกร่งเช่น KBANK, BBL, LPN, AP, SIRI, DTAC, BIGC, MAKRO, HMRO, CPALL, BLA, BGH, TUF, PTT, TOP และหุ้นที่นักวิเคราะห์มีแนวโน้มปรับประมาณการขึ้น PHATRA, BLA, DRT, KSL, BEC, WORK, THCOM
* ควรระวังกลุ่มอิเล็กฯ-ยานยนต์และชิ้นส่วน-ยาง-ขนส่ง-อสังหาฯ-วัสดุก่อสร้าง-ปิโตรเคมี-พลังงาน
บล.ฟินันเซีย ไซรัส มองว่า ในปี 2001 Dow Jones ปรับลดลง 5.8% ขณะที่ SET Index ปรับตัวเพิ่มขึ้น 11.7% อย่างไรก็ตาม GDP ช่วงที่ได้รับผลกระทบจากการส่งออกที่ชะลอลงอยู่ในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งทำให้ SET Index พักฐาน 14.5% เป็นเวลา 2 เดือนเศษ กลุ่มที่ปรับลงมากที่สุดได้แก่กลุ่มอิเล็คทรอนิคส์ ขนส่ง อสังหาฯ ธนาคาร กลุ่มที่ยังปรับตัวบวกได้ในช่วงเวลาดังกล่าวได้แก่กลุ่มท่องเที่ยว อาหาร ยานยนต์ ประกัน โรงพยาบาล ค้าปลีก
ในปี 2009 ที่ทั่วโลกเผชิญผลกระทบจาก Subprime แต่ SET Index ปรับตัวขึ้นแทบตลอดทั้งปีเพราะผลจาก QE1 และ QE2 ทำให้ตลาดปรับตัวขึ้นถึง 63.2% แม้กระทั่ง Dow Jones เองก็ปรับตัวบวก 18.8% อย่างไรก็ตาม GDP ของไทยตกต่ำที่สุดใน 1Q09 -7.1% Y-Y ในช่วงดังกล่าว SET Index ปรับลง 7.9% กินเวลา 2 เดือนครึ่ง กลุ่มที่ปรับลงมากที่สุดได้แก่กลุ่มปิโตรเคมี พลังงาน อิเล็คทรอนิคส์ อสังหาฯ ยานยนต์ ขนส่ง วัสดุก่อสร้าง
กลุ่มที่ยังปรับตัวบวกได้ในช่วงเวลาดังกล่าวได้แก่กลุ่มเหมืองแร่ เกษตร (ผลจาก QE1+2) ค้าปลีก ประกัน สื่อสาร
จากวิกฤต 2 ครั้งที่ผ่านมา เราพบว่ากลุ่มที่ควรระวังหากเกิดวิกฤตกับเศรษฐกิจสหรัฐในครั้งนี้ได้แก่กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์และชิ้นส่วน ยาง ขนส่ง อสังหาฯ วัสดุก่อสร้าง ปิโตรเคมี และพลังงาน ขณะที่กลุ่มที่น่าจะ Outperform ส่วนใหญ่เป็น Domestic Plays ได้แก่ กลุ่มอาหาร ค้าปลีก โรงพยาบาล ประกัน สื่อสาร ธนาคาร
* เชื่อรอบนี้ SET Index ไม่หลุด 1,000 จุด
สำหรับ SET Index หากปรับลงในอัตรา 8% - 14% จากจุดสูงสุด จะลงไปอยู่ที่ 1,056 และ 981 จุด ตามลำดับ แต่เราไม่คิดว่าตลาดจะปรับลงลึกต่ำกว่า 1,000 จุด เพราะตลาดส่งออกได้ถูกกระจายได้ดีขึ้น ปัจจุบันเราค้าขายในเอเชียด้วยกัน 60% นอกจากนี้ การจับจ่ายใช้สอยในประเทศขยายตัวต่อเนื่องและแข็งแกร่ง โดยได้แรงหนุนจากรายได้เกษตรกรที่ดีขึ้น ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคดีขึ้น รวมถึงการลงทุนจากโครงการต่างๆ ของรัฐบาลใหม่ เราจึงยังมองบวกกับ SET Index ในระยะกลาง-ยาว เพราะนักลงทุนไม่เหลือทางเลือกในการลงทุนมากนักวันนี้
การปรับฐานจึงเป็นโอกาสในการสะสมหุ้นพื้นฐานแกร่งเช่น KBANK, BBL, LPN, AP, DTAC, BIGC, MAKRO, CPALL, BGH, TUF, PTT, TOP และหุ้นที่นักวิเคราะห์มีแนวโน้มปรับประมาณการขึ้น PHATRA, BLA, DRT, KSL, BEC, WORK, THCOM
* แนะหลีกเลี่ยงกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ แต่ SVI ยังดีที่สุด
สำหรับหุ้นในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่ปลอดภัยที่สุดคือ SVI เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ 62% อยู่ในสแกนดิเนเวียซึ่งมีเศรษฐกิจแข็งแกร่ง และเราเพิ่งปรับราคาเป้าหมายของปีนี้ขึ้นเป็น 6.00 บาท และปีหน้าขึ้นเป็น 6.60 บาท ในขณะที่ SMT, DELTA, HANA พึ่งพาตลาดสหรัฐมากที่สุด
* กลุ่มธนาคารยังดูแกร่ง Top picks คือ KBANK, BBL, SCB
โดยสินเชื่อของกลุ่มธนาคารในปี 2001 หดตัว 3.2% แบงก์ใหญ่ที่มีฐานลูกค้าส่งออกได้รับผลกระทบโดยเฉพาะ BBL แต่หลังจาก SET Index พักฐานแล้ว ตลาดรีบาวนด์ 13.6% กลุ่มแบงก์เป็นกลุ่มที่รีบาวนด์ได้แรงที่สุด และในปี 2009 สินเชื่อของธนาคารยังขยายตัวได้ 1.3% เพราะการกระจายฐานลูกค้าที่ดีขึ้น รวมทั้งกระจายรายได้หันไปหารายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยมากขึ้น
สำหรับงวดครึ่งปีแรกปีนี้ สินเชื่อของธนาคารยังเติบโตแข็งแกร่ง 6.6% YTD ดีกว่าตลาดคาด แม้ว่าจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 3 ก.ค. ซึ่งโดยปกติเอกชนแทบจะไม่ขยับขยายการลงทุนจนกว่าจะเห็นทิศทางการเมืองที่ชัดเจน กำไรใน 2Q11 ของกลุ่มแบงก์จึงออกมาดีกว่านักวิเคราะห์คาด +35.5% Y-Y กลุ่มธนาคารจึงดูแข็งแกร่งมากสำหรับการลงทุนในปีนี้ปีหน้า หุ้นที่เป็น Top picks ของเราคือ KBANK, BBL, SCB
* ยอดขายของ TUF และ STA ไม่ได้รับผลกระทบ
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าอาหารทะเลแช่แข็งและอาหารกระป๋องส่งออกจะหดตัวในปี 2001 แต่ปริมาณการขายของ TUF ไม่ได้รับผลกระทบ เรายังเห็นว่าเป็นบริษัทที่น่าลงทุน เช่นเดียวกับ STA ที่แม้ว่ากลุ่มยานยนต์จะปรับลงมากกว่าตลาดในช่วงวิกฤตทั้ง 2 ครั้ง แต่ปริมาณการขายของ STA ไม่ได้รับผลกระทบ ปัจจุบัน STA ซื้อขายที่ PE ถูกที่สุดในกลุ่มเกษตรคือ 8 เท่า ยังสามารถซื้อลงทุนระยะยาวได้แต่ระยะสั้นไม่มีปัจจัยกระตุ้น
* บิ๊ก SMT มอง วิกฤตศก.สหรัฐกระทบ อุตฯชิ้นส่วนฯ ทั้งระบบ
นายพลศักดิ์ เลิศพุฒิภิญโญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทสตาร์ส ไมโคร อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SMT เปิดเผยกรณีที่เศรษฐกิจสหรัฐมีความเสี่ยงที่จะถดถอยอีกครั้งว่า จะกระทบต่อภาพรวมทั้งระบบของธุรกิจชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่มีอัตราการส่งออกในระดับสูง จากปัจจัยอัตราแลกเปลี่ยนที่จะมีความผันผวนมากขึ้น
โดยในกรณีนี้ทำให้ค่าเงินสกุลดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนค่าลงได้อีกจากการแรงกด ดันทางเศรษฐกิจและการย้ายฐานการลงทุนสินทรัพย์ประเภทต่างๆ มายังภูมิภาคเอเชียมากขึ้น ซึ่งย่อมทำให้ค่าเงินบาทมีโอกาสแข็งค่ามากขึ้นในระยะนับจากนี้ และรายได้จะลดลงหลังจากแปลงสกุลเงินหลักจากดอลลาร์เป็นสกุลเงินบาทเมื่อมี การรายงานงบการเงินของแต่ละบริษัท
นอกจากนี้ เมื่อเศรษฐกิจสหรัฐในฐานะประเทศที่มีกำลังซื้อในระดับสูงในช่วงที่ผ่านมา เผชิญปัญหาด้านการเงินและภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้น อาจทำให้ต้องมีการชะลอการสั่งซื้อสินค้าต่างๆ เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายในระยะต่อไป และหากธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟดจะยังคงเดินหน้าออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจปริมาณเป็นครั้งที่ 3 หรือ QE3 เพื่อป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจสหรัฐฯเผชิญภาวะถดถอยครั้งใหม่ก็ยิ่งอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจชิ้นส่วนฯเพิ่มมากขึ้นได้ เนื่องจากจะยิ่งมีเม็ดเงินจำนวนมากไหลเข้ามาสู่เอเชีย และค่าเงินสกุลต่างๆในภูมิภาคนี้จะยิ่งแข็งค่าเพิ่มมากขึ้นอีก
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ต่างๆในขณะนี้ยังไม่มีความแน่นอน และขาดความชัดเจนถึงทิศทางที่จะเป็นไปในอนาคต ดังนั้นจึงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด และใช้ช่วงเวลานี้ในการประเมินความเป็นไปได้ในระยะต่อไป เพื่อรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นและปรับตัวให้ทันต่อการดำเนินธุรกิจ
สำหรับต้นเดือนสิงหาคมนี้บริษัทจะทบทวนเป้าหมายรายได้ และกำไรในปีนี้อีกครั้ง โดยมีแนวโน้มว่าอาจต้องปรับลดลง ซึ่งในครั้งนี้คาดว่าต้องใช้ระยะเวลาอีกสักระยะหนึ่ง เพื่อรอให้สถานการณ์ต่างๆ ชัดเจนมากขึ้นและเพื่อให้มั่นใจได้ว่าหากบริษัทมีการปรับแผนงานแล้ว จะไม่พบกับปัญหาความไม่แน่นอนจนมีผลให้ต้องพิจารณาแผนงานใหม่อีกครั้งในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้คาดการณ์ไว้แล้วว่าจะเกิดเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะในระบบของการเงินในสหรัฐ ซึ่งจากที่บริษัทเป็นผู้ส่งออกในอัตราส่วนที่สูง จึงได้ปรับตัวและเตรียมแผนรับมือไว้แล้วอย่างต่อเนื่อง ตามประสบการณ์ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อครั้งวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540 โดยบริษัทฯได้ทำการควบคุมค่าใช้จ่ายและลดต้นทุนในด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งติดตามและประเมินแนวโน้มคำสั่งซื้อของลูกค้าในอนาคตด้วย ซึ่งเชื่อว่าหากในระยะต่อไปคำสั่งซื้อไม่เพิ่มขึ้น หรือลดลง บริษัทฯจะยังสามารถดำเนินธุรกิจได้จากการควบคุมต้นทุนเป็นหลัก
นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้มีการทำประกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนไว้รองรับความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนบาทต่อดอลลาร์ไว้ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการบริหารจัดการธุรกิจ อย่างไรก็ดี รูปแบบในการดำเนินธุรกิจของบริษัทที่ต้องมีการนำเข้าวัตถุดิบ เพื่อมาผลิตก่อนการส่งออก ก็ถือเป็นประโยชน์ที่ได้รับจากการที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น ทำให้ต้นทุนด้านวัตถุดิบต่ำลง และช่วยชดเชยรายได้ในบางส่วนที่กระทบจากค่าเงินได้
* SVI ชะลอดีลซื้อกิจการ บ.ในยุโรปไปอีก 3-6 เดือนข้างหน้า
นายพงษ์ศักดิ์ โล่ห์ทองคำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสวีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ SVI กล่าวถึงความคืบหน้าของแผนการซื้อกิจการในยุโรปว่า บริษัทฯ จะชะลอออกไปอีก 3-6 เดือนจากนี้ หลังจากล่าสุดยุโรปยังคงมีเรื่องของวิกฤตด้านการเงิน ซึ่งเริ่มต้นจากกรีซจนล่าสุดลุกลามมายังสเปน และอิตาลี บริษัทฯ จึงขอรอดูสถานการณ์ก่อน เนื่องจากหากเข้าไปซื้อกิจการในตอนนี้ บริษัทฯ อาจต้องซื้อในราคาแพง เนื่องจากราคาที่จะเข้าซื้อใช้การประเมินงบการเงินย้อนหลัง 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งยังไม่สะท้อนถึงมูลค่าของกิจการที่แท้จริงในสถานการณ์ปัจจุบัน
'เข้าไปซื้อตอนนี้เสี่ยงมาก เพราะเราจะต้องซื้อของแพง และยังไม่ทราบว่าลูกจ้างจะต้องเผ่นหนีไปอีกกี่ราย เราจึงต้องรอดูสถานการณ์ให้นิ่งก่อน เพื่อที่ราคาที่เราจะเข้าซื้อจะได้สะท้อนมูลค่าที่แท้จริง จะให้เราซื้อได้ราคาที่ดีกว่า'นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว
ทั้งนี้ บริษัทฯ ที่จะเข้าซื้อจะมีขนาดประมาณ 300 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งบริษัทฯ จะใช้เงินลงทุนเพื่อซื้อกิจการในครั้งนี้ 100-150 ล้านเหรียญสหรัฐ
พุธ 10 ส.ค.--ข่าวหุ้น :
สรุปข่าว หนังสือพิมพ์ข่าวหุ้น
ดัชนีหุ้นไทยลุ้นรีบาวด์'ตลท.'เตือนอย่าแพนิกเข้าเขตขายมากเกิน งบ 'บจ.'ดีปันผลเพียบ
หุ้นไทยวันนี้ยังลูกผีลูกคนจับตามาตรการช่วยเหลือสหรัฐฯ ของเฟดออกมาดี ดัชนีมีโอกาสรีบาวด์ระยะสั้น ของเฟดออกมาดี ดัชนีมีโอกาสรีบาวด์ระยะสั้น แต่หากไร้หนทางเยียวยาดิ่งระนาวต่อเนื่อง คาดกรอบดัชนีเคลื่อนไหวที่ 1,030-1,080 จุด กลยุทธ์การลงทุน แนะเก็งกำไร 25% ถือเงินสด 75% เตือนรายย่อยอย่าแพนิก หลังเข้าเขตขายมากเกินไป ด้านผู้บริหาร ตลท.ยันพื้นฐาน บจ.ไม่เปลี่ยน งบไตรมาส 2 สวย มีปันผลระหว่างกาลไม่ต่ำกว่า 100 บริษัท
AGEไม่เสี่ยงฝรั่งขายหุ้นไทยแท้ยืนสุดแข็ง
AGE หุ้นดีแห่ง mai แหล่งพักพิงช่วงตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงแรง ตะลึงรายย่อยแห่เข้าถือหุ้นเพิ่มอีกหลังโครงสร้างธุรกิจถ่านหนอิงพลังงาน เปรียบเหมือนบ้านปูน้อย แถมไร้เสี่ยงที่จะถูกต่างชาติ-กองทุนเทขายงานนี้ได้ใจรายย่อย หลังมีหุ้นแบบนี้ไม่กี่ตัวในตลาดหุ้น ด้านโบรกฯ ปรับราคาเป้าหมายใหม่เป็น 36 บาทลุ้นได้เหมือนมีอัพไซด์เพิ่มอีก
แนะเก็บกลุ่มธนาคารสบช่องช่วงราคาร่วง
นักวิเคราะห์มองกลุ่มแบงก์คุณภาพระดับห้าง แต่ราคาแบกับดิน แนะนักลงทุนรีบซื้อตุนเข้าพอร์ตยันปัญหาสหรัฐฯ ไม่กระทบแบงก์ไทยปัจจัยพื้นฐานไม่เปลี่ยน ทยอยเก็บทั้ง BBL, KTB, SCB และ KBANK เผยครึ่งหลังนับรายการพิเศษเพียบ
PTTARฟุ้งQ3กำไรเด้งปิโตรพุ่ง-ค่าการกลั่นสูง
PTTAR ดี๊ด๊าไตรมาส 3 ส่งซิกรายได้-กำไรเด้งกว่าไตรมาส 2 เหตุมีกำลังการผลิตปิโตรฯเพิ่มขึ้นหลังไม่มีปิดซ่อมบำรุง มั่นใจรายได้ปีนี้เข้าเป้า 3.5 แสนล้านบาทหรือโต 28% จากปีก่อน มองค่าการกลั่นรวมครึ่งปีหลังไม่ต่ำกว่าครึ่งปีแรกที่ทำได้ 7.7 เหรียญต่อบาร์เรล รับดีมานด์ในเอเชียโตต่อเนื่อง
ไทคอนงบQ2หรูลุ้นกำไร158ล้านกันยาขายกองทุน
TICON แจ้งงบQ2วันที่ 11 ส.ค.นี้ ลุ้นกำไรสุทธิสูง 158 ล้านบาท โต 77% เหตุบุ๊คขายโรงงาน 132 ล้าน บวกรายได้ค่าเช่าโรงงาน-คลังสินค้าเพิ่มขึ้นเล็งขายสินทรัพย์ 950 ล้านเข้า TLOGIS กลางเดือนก.ย.นี้หนุนงบ Q3 รายได้-กำไรพุ่ง
MCOTทุ่มลงทุนหมื่นล้านดันโปรเจ็กต์สื่อบนที่50ไร่
MCOT ได้ฤกษ์เดินเครื่องพัฒนาที่ดิน 50 ไร่ ผุดโปรเจ็กต์ยักษ์ 10,000 ล้านบาท หวังขึ้นแท่นธุรกิจสื่อชั้นนำระดับภูมิภาคผู้บริหารมั่นใจฟาด IRR เกินระดับ 18% ฐานะการเงินในมือแน่น 4,500 ล้านบาทหากไม่พอลุยกู้ธนาคารเพิ่ม งบครึ่งปีแรกสุดท้าย ชงปันผลระหว่างเข้าบอร์ดเดือนก.ย.
SVI ไม่หวั่นอเมริกาวิกฤติเน้นลูกค้าสแกนดิเนเวีย ย้ำเป้าทั้งปี330ล้านดอลล์
SVI มั่นใจไม่กระเทือนวิกฤติอเมริกา "พงษ์ศักดิ์" ลั่นฐานลูกค้าหลักอยู่ในสแกนดิเนเวียเกิน 60% ส่วนอเมริกามีแค่ 6% การันตีเป้ายอดขายทั้งปีถึง 330 ล้านดอลลาร์แน่ พร้อมลุยเดินเครื่องผลิตสินค้าให้ครบคำสั่งซื้อ ลั่นขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ดันต้นทุนค่าจ้างต่อเดือนเพิ่มแค่ 4 ล้านบาท
CPNครึ่งหลังรายได้กระโดด
นายนริศ เชยกลิ่น รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงิน บัญชี และบริหารทรัพย์สิน บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN กล่าวว่าแนวโน้มผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ น่าจะเติบโตมากกว่าช่วงครึ่งปีแรก เนื่องจากจะมีการรับรู้รายได้จากศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ซึ่งมีกำหนดเปิด ในวันที่ 28 ส.ค.นี้ รวมถึงศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา พระราม 9 ที่มีกำหนดเปิดในช่วงปลายปีนี้ ประมาณเดือนธ.ค. อย่างไรก็ตาม ปีนี้บริษัทน่าจะมีรายได้เติบโตต่ำกว่า 10%
STECเจ๋งQ2กำไรโต132%ขานรับรายได้พุ่ง 3,819 ล้าน บวกกำไรขั้นต้นสูงขึ้น
STEC โชว์งบไตรมาส 2 กำไร 220.92 ล้านบาท โต 132% หลังรายได้พุ่ง 3,819 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 105% เหตุมีรายได้จากงานก่อสร้างเพิ่มขึ้น บวกอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้น เล็งปรับเพิ่มเป้ารายได้ทั้งปีจากเดิมคาดไว้ 1.4 หมื่นล้านบาท
SYNEXเพิ่มเป้ากำไรปีนี้โต40%
SYNEX ปรับเพิ่มเป้ากำไรปีนี้โต 40% จากเดิมตั้งไว้ 20% หลังครึ่งปีแรกโชว์กำไรพุ่ง 82.28%ยอดขายทะลัก 9,851 ล้านบาท ย้ำรายได้ทั้งปีตามเป้า 2 หมื่นล้านบาท โต 30% จากปีก่อน ส่วนครึ่งปีหลังดีกว่าครึ่งปีแรกรับตลาดสมาร์ทโฟน-ไอทีเติบโตดี
TNDTรายได้พุ่งหนุนกำไรสูง14ล้าน
TNDT โชว์กำไรสุทธิไตรมาส 2 เท่ากับ 14.28 ล้านบาท ส่วน 6 เดือนกำไรพุ่ง 40.53% หลังรายได้การให้บริการเพิ่มบอร์ดใจดีปันผลระหว่างกาลหุ้นละ 0.10 บาท
UACกำไรกระฉูดไตรมาส2โต60%รับกำไรขั้นต้นสูง
UAC ยิ้มกำไรสุทธิไตรมาส 2 แตะ 28.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60% ส่วน 6 เดือนทะยาน 60.99 ล้านบาท หลังอัตรากำไรขั้นต้นพุ่งเป็น 24.73% จากปีก่อน 12.49% หลังขายสินค้าที่มีกำไรขั้นต้นสูงไฟเขียวปันผลระหว่างกาลเป็นหุ้น-เงินสด รวม 0.1667 บาทต่อหุ้น จ่ายเงิน 6 ต.ค.นี้
GUNKULรับรู้ขายไฟเพิ่มเฟส2เชื่อQ3 ไฮซีซั่นดีมานด์สูง ออเดอร์ใหม่ทะลัก
GUNKUL รับไตรมาส 3/54 ไฮซีซั่น ดีมานด์เพิ่มขึ้นดันคำสั่งซื้อเข้ามาต่อเนื่องแถมเตรียมจ่อคิวรับรู้รายได้จากโครงการพลังงานทดแทนอีกเพียบ คาด 1 ก.ย.โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เฟส 2 จำหน่ายกระแสไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ได้ ส่วนผลประกอบการครึ่งปีแรกกำไรพุ่ง 110.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 263% หลังการขายทั้งในประเทศ-ต่างประเทศโต และมีการรับรู้รายได้จากการขายไฟฟ้าเป็นปีแรก
KBSมั่นใจรายได้ปีนี้โต30%ปริมาณอ้อย-ราคาน้ำตาลสูง
KBS วางเป้าหมายปีนี้รายได้โตไม่ต่ำกว่า 30% จากแนวโน้มอุตสาหกรรมที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง หลังไตรมาส 3/54 ทุบสถิติโชว์กำไร 423.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 908% จากปีก่อน จากการปรับปรุงกระบวนการผลิต ประกอบกับปริมาณอ้อยมากขึ้น และราคาขายเฉลี่ยน้ำตาลต่างประเทศปรับเพิ่มขึ้นกว่า 24% อีกทั้งมีรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้ามากขึ้น
SAMARTลุ้นรายได้5หมื่นล้านมั่นใจนโยบายรัฐบาลใหม่กระตุ้นไอทีก้าวกระโดด
นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.สามารถ คอร์ปอเรชั่น หรือ SAMART กล่าวว่ามั่นใจว่ารัฐบาลทุกยุคทุกพรรค ได้ให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมโทรคมนาคมทั้งนั้น ซึ่งไม่ว่าพรรคการเมืองใดจะได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลก็จะไม่ส่งผลต่อแผนธุรกิจ หรือแม้แต่โครงการ 3 จี ที่ได้เซ็นสัญญากับ บมจ.ทีโอทีไปแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ไม่ว่าใครจะเข้ามาเป็นรัฐบาลก็ต้องเร่งดำเนินการ เพราะจากการหาเสียงของพรรคการเมือง ต่างมีนโยบายเน้นบรอดแบรนด์แห่งชาติ บริการ 3 จี ไว-ไฟ ไว-แม็กซ์ ด้วยกันทั้งสิ้น
รฟม.รับลูกรถไฟฟ้า20บาท
นายรณชิต แย้มสอาด รองผู้ว่าการ (ปฏิบัติการ) รักษาการผู้ว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือรฟม.ไปตรวจความคืบหน้าโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-บางแค ระยะทาง 14 กิโลเมตร วานนี้ (9 ส.ค.) กล่าวแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายรัฐบาล จะเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายว่า เห็นด้วยกับหลักการ แต่ควรรอให้ขยายโครงข่ายรถไฟฟ้า (สายสีเขียว อ่อนนุช-แบริ่ง, สายสีม่วง บางใหญ่-บางซื่อและสายสีน้ำเงิน หัวลำโพง-บางแคและบางซื่อ-ท่าพระ) ครอบคลุมก่อนจึงน่าจะสามารถเก็บค่าโดยสาร 20 บาทได้ เนื่องจากเมื่อโครงข่ายรถไฟฟ้าครอบคลุมจะทำให้มีปริมาณผู้โดยสารมากขึ้น และถ้ามีปริมาณผู้โดยสารมากขึ้นก็จะมาทดแทนในส่วนของค่าโดยสารที่ลดต่ำลงได้โดยไม่ต้องนำเงินส่วนอื่นมาชดเชย เนื่องจากปัจจุบันการเก็บค่าโดยสารเป็นไปตามสัญญาเงินกู้ที่ใช้ก่อสร้างโครงการ
หุ้นดิ่งเป็นวันที่10-ทองพุ่งไม่หยุดจับตาเฟดท่ามกลางความวิตกต่อการถดถอยครั้งใหม่
หุ้นทั่วโลกดิ่งลงอย่างรุนแรงเป็นวันที่ 10 เมื่อวานนี้ โดยนับตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมขาดทุนไปแล้ว 20% และทองคำทำสถิติอีกครั้ง เมื่อนักลงทุนยังคงเทขายสินทรัพย์เสี่ยงในตลาดที่มีความผันผวนสูง ความสนใจของตลาดในช่วงท้ายๆ ของวัน ได้ไปอยู่ที่การประชุมของธนาคารกลางสหรัฐเมื่อคืนนี้
มีแรงกดดันให้เฟดดำเนินการหลังตลาดร่วงรุนแรง
ธนาคารกลางสหรัฐประชุมเมื่อวันอังคาร ท่ามกลางแรงกดดันที่มีมากขึ้นให้ดำเนินการบางอย่างเพื่อยับยั้งวิกฤติการเงินที่เกี่ยวโยงกับความวิตกที่ว่าสหรัฐจะเข้าสู่ภาวะถดถอยครั้งใหม่ อย่างไรก็ดี เครื่องมือนโยบายของเฟดค่อนข้างน้อยลง ทำให้เกิดคำถามว่า การกระตุ้นนโยบายเงินเพิ่มเติม น่าจะมีประสิทธิภาพแค่ไหน
'กิตติรัตน์'คุมทีมเศรษฐกิจ
"ยิ่งลักษณ์" เผยเก้าอี้ครม.เต็มร้อย ได้รู้ผลทั้งหมดหลังโปรดเกล้าฯ ปัดควบหัวหน้าทีมเศรษฐกิจยันเป็นหน้าที่รองนายกฯ ด้านโผครม.ล่าสุดแกนนำเสื้อแดงวืด
ทองสิ้นปีแตะ1,850ดอลล์เตือนซื้อตอนนี้โอกาส รวย-จน พอๆ กัน
โบรกฯ มองราคาทองคำสิ้นปีนี้โอกาสวิ่งแตะสูงสุดที่ระดับ 1,850 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ เผยทองคำราคาผันผวนมาก แม้มีโอกาสปรับขึ้นไปอีกได้ แต่ก็มีโอกาสร่วงหนักได้เช่นกัน
เมืองไทยฯส่งแบบประกันจับกลุ่มผู้หญิงวัย18-50ปี
เมืองไทยประกันชีวิต ส่งแบบประกันรับวันแม่แห่งชาติ จับกลุ่มผู้หญิงโดยเฉพาะวัย 18-50 ปี
นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัดเปิดเผยว่า ได้ออกแบบประกันภัยออมทรัพย์ 20/14 ซึ่งมีระยะเอาประกันภัย 20 ปี และชำระเบี้ยประกันภัย14 ปี โดยรับประกันผู้หญิงที่มีอายุระหว่าง 18-50 ปี นับเป็นการรับความคุ้มครองชีวิตควบคู่ไปกับการออม
คลังเปิดไฟเขียวให้สมาชิก'กบข.'กู้เงินคล่องขึ้น
กรมบัญชีกลางเผยยอดข้าราชการใช้สิทธิบำเหน็จตกทอด ขอกู้ 13,379 ราย เป็นวงเงินกว่า3,953.09 ล้านบาท ผ่านแบงก์กรุงไทย หลังอนุมัติตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.ถึง 8 ส.ค.ล่าสุดประกาศกฎกระทรวง เปิดช่องสมาชิกกบข.วางบำเหน็จตกทอดเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน
มติบอร์ดTHANIเพิ่มทุน904ลบ.รับการขยายตัว
ราชธานีลิสซิ่ง ได้ไฟเขียวเพิ่มทุนธุรกิจอีก 904 ล้านบาท เป็น 1,809 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายตัวทางธุรกิจในช่วงปีหน้าส่วนผลการดำเนินงานช่วงไตรมาส 2 บริษัท มีกำไรสุทธิ 124 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 43 ล้านบาท หรือ 52%
แบงก์ชาติทิ้งบอนด์สหรัฐเงินหนีหุ้นเข้าตลาดบอนด์ รับรีเทิร์นสูง
คลังเผยธปท.เทขายพันธบัตรสกุลเงินดอลลาร์ หลังถูกลดเครดิตต่ำกว่า AAA ตามกฎแบงก์ชาติ ขณะที่เงินทุนหนีตลาดหุ้นไปลงตลาดตราสารหนี้ไทยเพิ่ม ระบุอัตราผลตอบแทนสูงและเสี่ยงต่ำ ส่วน 11 ส.ค.นี้ลดวงเงินค้ำประกันฝาก คาดเงินไหลเข้าตลาดบอนด์อีกเพียบ
กสิกรไทยแนะทำฟอร์เวิร์ดหวังตีกรอบค่าบาทผันผวน
กสิกรไทยกระตุ้นผู้ประกอบการหาวิธีรับมือวิกฤติสหรัฐ หลังดอลลาร์ปั่นป่วนกดดันค่าเงินบาทแข็งค่าแนะป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนด่วน จากปัจจุบันอยู่ที่ 20% ของพอร์ตเอสเอ็มอีตั้งเป้า 30-40%เหตุผู้ประกอบการบ่นต้นทุนอ่วม--จบ--
สรุปข่าว หนังสือพิมพ์ข่าวหุ้น
ดัชนีหุ้นไทยลุ้นรีบาวด์'ตลท.'เตือนอย่าแพนิกเข้าเขตขายมากเกิน งบ 'บจ.'ดีปันผลเพียบ
หุ้นไทยวันนี้ยังลูกผีลูกคนจับตามาตรการช่วยเหลือสหรัฐฯ ของเฟดออกมาดี ดัชนีมีโอกาสรีบาวด์ระยะสั้น ของเฟดออกมาดี ดัชนีมีโอกาสรีบาวด์ระยะสั้น แต่หากไร้หนทางเยียวยาดิ่งระนาวต่อเนื่อง คาดกรอบดัชนีเคลื่อนไหวที่ 1,030-1,080 จุด กลยุทธ์การลงทุน แนะเก็งกำไร 25% ถือเงินสด 75% เตือนรายย่อยอย่าแพนิก หลังเข้าเขตขายมากเกินไป ด้านผู้บริหาร ตลท.ยันพื้นฐาน บจ.ไม่เปลี่ยน งบไตรมาส 2 สวย มีปันผลระหว่างกาลไม่ต่ำกว่า 100 บริษัท
AGEไม่เสี่ยงฝรั่งขายหุ้นไทยแท้ยืนสุดแข็ง
AGE หุ้นดีแห่ง mai แหล่งพักพิงช่วงตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงแรง ตะลึงรายย่อยแห่เข้าถือหุ้นเพิ่มอีกหลังโครงสร้างธุรกิจถ่านหนอิงพลังงาน เปรียบเหมือนบ้านปูน้อย แถมไร้เสี่ยงที่จะถูกต่างชาติ-กองทุนเทขายงานนี้ได้ใจรายย่อย หลังมีหุ้นแบบนี้ไม่กี่ตัวในตลาดหุ้น ด้านโบรกฯ ปรับราคาเป้าหมายใหม่เป็น 36 บาทลุ้นได้เหมือนมีอัพไซด์เพิ่มอีก
แนะเก็บกลุ่มธนาคารสบช่องช่วงราคาร่วง
นักวิเคราะห์มองกลุ่มแบงก์คุณภาพระดับห้าง แต่ราคาแบกับดิน แนะนักลงทุนรีบซื้อตุนเข้าพอร์ตยันปัญหาสหรัฐฯ ไม่กระทบแบงก์ไทยปัจจัยพื้นฐานไม่เปลี่ยน ทยอยเก็บทั้ง BBL, KTB, SCB และ KBANK เผยครึ่งหลังนับรายการพิเศษเพียบ
PTTARฟุ้งQ3กำไรเด้งปิโตรพุ่ง-ค่าการกลั่นสูง
PTTAR ดี๊ด๊าไตรมาส 3 ส่งซิกรายได้-กำไรเด้งกว่าไตรมาส 2 เหตุมีกำลังการผลิตปิโตรฯเพิ่มขึ้นหลังไม่มีปิดซ่อมบำรุง มั่นใจรายได้ปีนี้เข้าเป้า 3.5 แสนล้านบาทหรือโต 28% จากปีก่อน มองค่าการกลั่นรวมครึ่งปีหลังไม่ต่ำกว่าครึ่งปีแรกที่ทำได้ 7.7 เหรียญต่อบาร์เรล รับดีมานด์ในเอเชียโตต่อเนื่อง
ไทคอนงบQ2หรูลุ้นกำไร158ล้านกันยาขายกองทุน
TICON แจ้งงบQ2วันที่ 11 ส.ค.นี้ ลุ้นกำไรสุทธิสูง 158 ล้านบาท โต 77% เหตุบุ๊คขายโรงงาน 132 ล้าน บวกรายได้ค่าเช่าโรงงาน-คลังสินค้าเพิ่มขึ้นเล็งขายสินทรัพย์ 950 ล้านเข้า TLOGIS กลางเดือนก.ย.นี้หนุนงบ Q3 รายได้-กำไรพุ่ง
MCOTทุ่มลงทุนหมื่นล้านดันโปรเจ็กต์สื่อบนที่50ไร่
MCOT ได้ฤกษ์เดินเครื่องพัฒนาที่ดิน 50 ไร่ ผุดโปรเจ็กต์ยักษ์ 10,000 ล้านบาท หวังขึ้นแท่นธุรกิจสื่อชั้นนำระดับภูมิภาคผู้บริหารมั่นใจฟาด IRR เกินระดับ 18% ฐานะการเงินในมือแน่น 4,500 ล้านบาทหากไม่พอลุยกู้ธนาคารเพิ่ม งบครึ่งปีแรกสุดท้าย ชงปันผลระหว่างเข้าบอร์ดเดือนก.ย.
SVI ไม่หวั่นอเมริกาวิกฤติเน้นลูกค้าสแกนดิเนเวีย ย้ำเป้าทั้งปี330ล้านดอลล์
SVI มั่นใจไม่กระเทือนวิกฤติอเมริกา "พงษ์ศักดิ์" ลั่นฐานลูกค้าหลักอยู่ในสแกนดิเนเวียเกิน 60% ส่วนอเมริกามีแค่ 6% การันตีเป้ายอดขายทั้งปีถึง 330 ล้านดอลลาร์แน่ พร้อมลุยเดินเครื่องผลิตสินค้าให้ครบคำสั่งซื้อ ลั่นขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท ดันต้นทุนค่าจ้างต่อเดือนเพิ่มแค่ 4 ล้านบาท
CPNครึ่งหลังรายได้กระโดด
นายนริศ เชยกลิ่น รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงิน บัญชี และบริหารทรัพย์สิน บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN กล่าวว่าแนวโน้มผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ น่าจะเติบโตมากกว่าช่วงครึ่งปีแรก เนื่องจากจะมีการรับรู้รายได้จากศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ซึ่งมีกำหนดเปิด ในวันที่ 28 ส.ค.นี้ รวมถึงศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา พระราม 9 ที่มีกำหนดเปิดในช่วงปลายปีนี้ ประมาณเดือนธ.ค. อย่างไรก็ตาม ปีนี้บริษัทน่าจะมีรายได้เติบโตต่ำกว่า 10%
STECเจ๋งQ2กำไรโต132%ขานรับรายได้พุ่ง 3,819 ล้าน บวกกำไรขั้นต้นสูงขึ้น
STEC โชว์งบไตรมาส 2 กำไร 220.92 ล้านบาท โต 132% หลังรายได้พุ่ง 3,819 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 105% เหตุมีรายได้จากงานก่อสร้างเพิ่มขึ้น บวกอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้น เล็งปรับเพิ่มเป้ารายได้ทั้งปีจากเดิมคาดไว้ 1.4 หมื่นล้านบาท
SYNEXเพิ่มเป้ากำไรปีนี้โต40%
SYNEX ปรับเพิ่มเป้ากำไรปีนี้โต 40% จากเดิมตั้งไว้ 20% หลังครึ่งปีแรกโชว์กำไรพุ่ง 82.28%ยอดขายทะลัก 9,851 ล้านบาท ย้ำรายได้ทั้งปีตามเป้า 2 หมื่นล้านบาท โต 30% จากปีก่อน ส่วนครึ่งปีหลังดีกว่าครึ่งปีแรกรับตลาดสมาร์ทโฟน-ไอทีเติบโตดี
TNDTรายได้พุ่งหนุนกำไรสูง14ล้าน
TNDT โชว์กำไรสุทธิไตรมาส 2 เท่ากับ 14.28 ล้านบาท ส่วน 6 เดือนกำไรพุ่ง 40.53% หลังรายได้การให้บริการเพิ่มบอร์ดใจดีปันผลระหว่างกาลหุ้นละ 0.10 บาท
UACกำไรกระฉูดไตรมาส2โต60%รับกำไรขั้นต้นสูง
UAC ยิ้มกำไรสุทธิไตรมาส 2 แตะ 28.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60% ส่วน 6 เดือนทะยาน 60.99 ล้านบาท หลังอัตรากำไรขั้นต้นพุ่งเป็น 24.73% จากปีก่อน 12.49% หลังขายสินค้าที่มีกำไรขั้นต้นสูงไฟเขียวปันผลระหว่างกาลเป็นหุ้น-เงินสด รวม 0.1667 บาทต่อหุ้น จ่ายเงิน 6 ต.ค.นี้
GUNKULรับรู้ขายไฟเพิ่มเฟส2เชื่อQ3 ไฮซีซั่นดีมานด์สูง ออเดอร์ใหม่ทะลัก
GUNKUL รับไตรมาส 3/54 ไฮซีซั่น ดีมานด์เพิ่มขึ้นดันคำสั่งซื้อเข้ามาต่อเนื่องแถมเตรียมจ่อคิวรับรู้รายได้จากโครงการพลังงานทดแทนอีกเพียบ คาด 1 ก.ย.โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เฟส 2 จำหน่ายกระแสไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ได้ ส่วนผลประกอบการครึ่งปีแรกกำไรพุ่ง 110.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 263% หลังการขายทั้งในประเทศ-ต่างประเทศโต และมีการรับรู้รายได้จากการขายไฟฟ้าเป็นปีแรก
KBSมั่นใจรายได้ปีนี้โต30%ปริมาณอ้อย-ราคาน้ำตาลสูง
KBS วางเป้าหมายปีนี้รายได้โตไม่ต่ำกว่า 30% จากแนวโน้มอุตสาหกรรมที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง หลังไตรมาส 3/54 ทุบสถิติโชว์กำไร 423.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 908% จากปีก่อน จากการปรับปรุงกระบวนการผลิต ประกอบกับปริมาณอ้อยมากขึ้น และราคาขายเฉลี่ยน้ำตาลต่างประเทศปรับเพิ่มขึ้นกว่า 24% อีกทั้งมีรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้ามากขึ้น
SAMARTลุ้นรายได้5หมื่นล้านมั่นใจนโยบายรัฐบาลใหม่กระตุ้นไอทีก้าวกระโดด
นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.สามารถ คอร์ปอเรชั่น หรือ SAMART กล่าวว่ามั่นใจว่ารัฐบาลทุกยุคทุกพรรค ได้ให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมโทรคมนาคมทั้งนั้น ซึ่งไม่ว่าพรรคการเมืองใดจะได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลก็จะไม่ส่งผลต่อแผนธุรกิจ หรือแม้แต่โครงการ 3 จี ที่ได้เซ็นสัญญากับ บมจ.ทีโอทีไปแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ไม่ว่าใครจะเข้ามาเป็นรัฐบาลก็ต้องเร่งดำเนินการ เพราะจากการหาเสียงของพรรคการเมือง ต่างมีนโยบายเน้นบรอดแบรนด์แห่งชาติ บริการ 3 จี ไว-ไฟ ไว-แม็กซ์ ด้วยกันทั้งสิ้น
รฟม.รับลูกรถไฟฟ้า20บาท
นายรณชิต แย้มสอาด รองผู้ว่าการ (ปฏิบัติการ) รักษาการผู้ว่าการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือรฟม.ไปตรวจความคืบหน้าโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-บางแค ระยะทาง 14 กิโลเมตร วานนี้ (9 ส.ค.) กล่าวแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายรัฐบาล จะเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายว่า เห็นด้วยกับหลักการ แต่ควรรอให้ขยายโครงข่ายรถไฟฟ้า (สายสีเขียว อ่อนนุช-แบริ่ง, สายสีม่วง บางใหญ่-บางซื่อและสายสีน้ำเงิน หัวลำโพง-บางแคและบางซื่อ-ท่าพระ) ครอบคลุมก่อนจึงน่าจะสามารถเก็บค่าโดยสาร 20 บาทได้ เนื่องจากเมื่อโครงข่ายรถไฟฟ้าครอบคลุมจะทำให้มีปริมาณผู้โดยสารมากขึ้น และถ้ามีปริมาณผู้โดยสารมากขึ้นก็จะมาทดแทนในส่วนของค่าโดยสารที่ลดต่ำลงได้โดยไม่ต้องนำเงินส่วนอื่นมาชดเชย เนื่องจากปัจจุบันการเก็บค่าโดยสารเป็นไปตามสัญญาเงินกู้ที่ใช้ก่อสร้างโครงการ
หุ้นดิ่งเป็นวันที่10-ทองพุ่งไม่หยุดจับตาเฟดท่ามกลางความวิตกต่อการถดถอยครั้งใหม่
หุ้นทั่วโลกดิ่งลงอย่างรุนแรงเป็นวันที่ 10 เมื่อวานนี้ โดยนับตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมขาดทุนไปแล้ว 20% และทองคำทำสถิติอีกครั้ง เมื่อนักลงทุนยังคงเทขายสินทรัพย์เสี่ยงในตลาดที่มีความผันผวนสูง ความสนใจของตลาดในช่วงท้ายๆ ของวัน ได้ไปอยู่ที่การประชุมของธนาคารกลางสหรัฐเมื่อคืนนี้
มีแรงกดดันให้เฟดดำเนินการหลังตลาดร่วงรุนแรง
ธนาคารกลางสหรัฐประชุมเมื่อวันอังคาร ท่ามกลางแรงกดดันที่มีมากขึ้นให้ดำเนินการบางอย่างเพื่อยับยั้งวิกฤติการเงินที่เกี่ยวโยงกับความวิตกที่ว่าสหรัฐจะเข้าสู่ภาวะถดถอยครั้งใหม่ อย่างไรก็ดี เครื่องมือนโยบายของเฟดค่อนข้างน้อยลง ทำให้เกิดคำถามว่า การกระตุ้นนโยบายเงินเพิ่มเติม น่าจะมีประสิทธิภาพแค่ไหน
'กิตติรัตน์'คุมทีมเศรษฐกิจ
"ยิ่งลักษณ์" เผยเก้าอี้ครม.เต็มร้อย ได้รู้ผลทั้งหมดหลังโปรดเกล้าฯ ปัดควบหัวหน้าทีมเศรษฐกิจยันเป็นหน้าที่รองนายกฯ ด้านโผครม.ล่าสุดแกนนำเสื้อแดงวืด
ทองสิ้นปีแตะ1,850ดอลล์เตือนซื้อตอนนี้โอกาส รวย-จน พอๆ กัน
โบรกฯ มองราคาทองคำสิ้นปีนี้โอกาสวิ่งแตะสูงสุดที่ระดับ 1,850 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ เผยทองคำราคาผันผวนมาก แม้มีโอกาสปรับขึ้นไปอีกได้ แต่ก็มีโอกาสร่วงหนักได้เช่นกัน
เมืองไทยฯส่งแบบประกันจับกลุ่มผู้หญิงวัย18-50ปี
เมืองไทยประกันชีวิต ส่งแบบประกันรับวันแม่แห่งชาติ จับกลุ่มผู้หญิงโดยเฉพาะวัย 18-50 ปี
นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัดเปิดเผยว่า ได้ออกแบบประกันภัยออมทรัพย์ 20/14 ซึ่งมีระยะเอาประกันภัย 20 ปี และชำระเบี้ยประกันภัย14 ปี โดยรับประกันผู้หญิงที่มีอายุระหว่าง 18-50 ปี นับเป็นการรับความคุ้มครองชีวิตควบคู่ไปกับการออม
คลังเปิดไฟเขียวให้สมาชิก'กบข.'กู้เงินคล่องขึ้น
กรมบัญชีกลางเผยยอดข้าราชการใช้สิทธิบำเหน็จตกทอด ขอกู้ 13,379 ราย เป็นวงเงินกว่า3,953.09 ล้านบาท ผ่านแบงก์กรุงไทย หลังอนุมัติตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.ถึง 8 ส.ค.ล่าสุดประกาศกฎกระทรวง เปิดช่องสมาชิกกบข.วางบำเหน็จตกทอดเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน
มติบอร์ดTHANIเพิ่มทุน904ลบ.รับการขยายตัว
ราชธานีลิสซิ่ง ได้ไฟเขียวเพิ่มทุนธุรกิจอีก 904 ล้านบาท เป็น 1,809 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายตัวทางธุรกิจในช่วงปีหน้าส่วนผลการดำเนินงานช่วงไตรมาส 2 บริษัท มีกำไรสุทธิ 124 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 43 ล้านบาท หรือ 52%
แบงก์ชาติทิ้งบอนด์สหรัฐเงินหนีหุ้นเข้าตลาดบอนด์ รับรีเทิร์นสูง
คลังเผยธปท.เทขายพันธบัตรสกุลเงินดอลลาร์ หลังถูกลดเครดิตต่ำกว่า AAA ตามกฎแบงก์ชาติ ขณะที่เงินทุนหนีตลาดหุ้นไปลงตลาดตราสารหนี้ไทยเพิ่ม ระบุอัตราผลตอบแทนสูงและเสี่ยงต่ำ ส่วน 11 ส.ค.นี้ลดวงเงินค้ำประกันฝาก คาดเงินไหลเข้าตลาดบอนด์อีกเพียบ
กสิกรไทยแนะทำฟอร์เวิร์ดหวังตีกรอบค่าบาทผันผวน
กสิกรไทยกระตุ้นผู้ประกอบการหาวิธีรับมือวิกฤติสหรัฐ หลังดอลลาร์ปั่นป่วนกดดันค่าเงินบาทแข็งค่าแนะป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนด่วน จากปัจจุบันอยู่ที่ 20% ของพอร์ตเอสเอ็มอีตั้งเป้า 30-40%เหตุผู้ประกอบการบ่นต้นทุนอ่วม--จบ--
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


